วรุต รุ่งข้า ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ YLG เผยแนวโน้มราคาทองคำ คาดแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 3,200-3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ประเมินสถานการณ์ทองคำในปัจจุบัน โดยนายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ กล่าวว่า ตลาดจับตาการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับรัสเซียและยูเครน ซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มราคาทองคำในระยะข้างหน้า
ความเสี่ยงสงครามโลกลดลง แต่ปัญหายังไม่คลี่คลาย
วรุต มองว่าในระยะกลาง ความรุนแรงหรือการบานปลายของสงครามรัสเซีย-ยูเครนในลักษณะสงครามโลกอาจน้อยลง เนื่องจากสหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีมาเป็นกลาง และประธานาธิบดีทรัมป์พยายามทำให้สถานการณ์ยุติหรือสงบศึกลง
"แม้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียในวันศุกร์ที่ผ่านมาจะไม่ได้ข้อตกลง แต่ยังเห็นสัญญาณที่อาจนำไปสู่การบรรเทาสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอยกดินแดนบางส่วนของยูเครนให้รัสเซีย หรืออาจให้รัสเซียควบคุมบางภูมิภาคแบบเต็มรูปแบบ" วรุต กล่าว
อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าการสู้รบจะยุติได้จริง เนื่องจากยูเครนเริ่มหันไปพึ่งสหภาพยุโรป โดยผู้นำยุโรปได้เข้ามาที่วอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเจรจาต่อรองอีกครั้ง
ผลกระทบต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
หากการเจรจาสำเร็จ ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะถูกลดความน่าสนใจในระยะสั้น แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ และรัสเซียยึดพื้นที่ในภูมิภาคดอนบาสส์ ซึ่งทำให้รัสเซียออกสู่ทะเลได้ง่ายขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงกับสหภาพยุโรป และเป็นปัจจัยให้ทองคำดีดตัวกลับได้อีกครั้ง
วรุต เสริมว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะสิ้นสุดลงได้จริง อาจต้องมีการเปลี่ยนผู้นำของยูเครน แต่โอกาสที่เซเลนสกีจะลาออกจากอำนาจ หรือยอมให้พื้นที่บางส่วนแก่รัสเซียนั้นยากมาก
การประชุม Jackson Hole และนโยบายดอกเบี้ย
สำหรับการประชุม Jackson Hole ที่จะมีขึ้น วรุต คาดว่าจะมีการหารือเรื่องตลาดแรงงาน โดยตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ย่ำแย่ เคยทำให้เกิดกระแสคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณต้องการปรับลดเพียง 2 ครั้ง
YLG คาดว่าหากการปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ราคาทองคำโลกจะแกว่งไม่หลุดแนวรับในโซน 3,280-3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นโซนที่มีการดีดตัวกลับได้ค่อนข้างดี
หากประธานเฟด เจโรม พาวเวลล์ ออกมาส่งสัญญาณแบบสายเหยี่ยวมาก และตลาดเชื่อว่าจะปรับลดดอกเบี้ยน้อยกว่า 2 ครั้ง อาจทำให้ทองคำอ่อนตัวลงมาที่ระดับ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่โอกาสค่อนข้างน้อย เพราะทำเนียบขาวยังคงผลักดันให้เฟดปรับลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและแรง
สงครามการค้ายังคงดำเนินต่อไป
แม้สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะบรรเทาลง แต่วรุต เตือนว่าประเด็นสงครามการค้ายังดำเนินต่อไป โดยสหรัฐฯ ล่าสุดยกเลิกการเยือนอินเดีย เนื่องจากอินเดียไม่หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งอาจนำไปสู่การขึ้นอัตราภาษีจากอินเดียถึง 50%
"กลุ่ม BRICS ที่เป็นคู่แข่งทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยเฉพาะอินเดียและจีน ยังคงมีแนวโน้มโดนอัตราภาษีในระดับสูง สถานการณ์นี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก และกลุ่มบริกส์ยังคงเพิ่มทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ"
ทองคำไทยยากหลุด 50,000 บาท
สำหรับทองคำไทย นายวรุต มองว่าการหลุดระดับ 50,000 บาทอาจเกิดขึ้นได้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากค่าเงินบาทมีการแข็งค่าในระดับจำกัด หลังดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มหยุดอ่อนค่า
คาดการณ์ค่าเงินบาทจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 32.20-32.40 บาทต่อดอลลาร์ หากไม่หลุด 32.20 บาท แม้ทองคำโลกลงมาที่ 3,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทองไทยก็ยังอยู่ที่ระดับ 50,500 บาทต่อบาททอง
คำแนะนำการลงทุน
YLG แนะนำให้นักลงทุนเน้นการทำกำไรจากการแกว่งในกรอบระยะสั้น หลังจากทองคำสร้าง New Low รายสัปดาห์ที่ 3,323 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่สามารถดีดตัวกลับได้ดี
- ระยะสั้น: ดูการดีดตัวกลับผ่าน 3,358 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือไม่ หากไม่ผ่านให้ขายก่อน รอราคาอ่อนตัว
- การซื้อ: หากทรงตัวเหนือ 3,323 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สามารถเข้าซื้อได้ แต่หากไม่อยู่ให้รอโซนแนวรับที่ 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- สำหรับทองไทย: โซนการซื้อประเมินไว้ที่ 50,750-51,100 บาทต่อบาททอง





