ZXMoto ผงาดเวทีโลก แบรนด์มอเตอร์ไซค์จีนท้าทาย Ducati-Honda ด้วยราคาถูกกว่า 30%
จาง เซว่ ผู้ก่อตั้ง ZXMoto น้ำตาไหลด้วยความปีติเมื่อชมรถซูเปอร์ไบค์ของบริษัทตัดเส้นชัยนำคู่แข่งถึง 4 วินาที ในการแข่งขัน Supersport World Championship เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นการลงสนามแข่งระดับโลกเพียงครั้งที่ 3 ของแบรนด์ที่ก่อตั้งมาเพียง 2 ปี และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ ZXMoto กลายเป็นที่จับตามองในอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ทั่วโลก
จากโรงงานฉงชิ่งสู่เวทีชิงแชมป์โลก
บริษัทตั้งอยู่ในฉงชิ่ง เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองหลวงมอเตอร์ไซค์" ของจีน ซึ่งมีผู้ผลิตกว่า 50 รายและซัพพลายเออร์อีกหลายร้อยราย หลังคว้าชัยในการแข่งขัน ZXMoto เพิ่มกำลังการผลิตทันที เดินสายการผลิต 24 ชั่วโมง และขยายจำนวนพนักงานเป็นสองเท่า แม้กระนั้นลูกค้าก็ยังต้องรอเป็นเดือนกว่าจะได้รถ
รถรุ่นเรือธง 820RR กำลัง 133 แรงม้า เร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ใน 2.8 วินาที มีราคาจำหน่ายในจีนประมาณ 43,000 หยวน หรือราว 6,370 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าคู่แข่งอย่าง Ducati, Yamaha และ Honda อย่างน้อย 30%
ตลาดในประเทศหดตัว ดันแบรนด์จีนมุ่งส่งออก
ยอดขายมอเตอร์ไซค์ในจีนลดลง 3.4% ในปี 2025 และยังคงหดตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปใช้รถยนต์หรือจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตเร่งมองหาตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูงกว่า โดยในปีที่ผ่านมาครึ่งหนึ่งของมอเตอร์ไซค์ 22 ล้านคันที่ผลิตในจีนถูกส่งออก
จาง เซว่ วัย 39 ปี อดีตช่างซ่อมเครื่องยนต์ผู้อ้างว่าสามารถประกอบเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องใช้สายตา ตั้งเป้าส่งออกรถไปยุโรป 40,000 คันในปี 2027 ขณะที่คู่แข่งอย่าง Shineray ก็เน้นส่งออกไปยังอเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา
นักวิเคราะห์ชี้ยังมีกำแพงด้านแบรนด์และมรดกทางการแข่งขัน
บิล รุสโซ ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมยานยนต์จีน มองว่า สถานการณ์ของอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์จีนวันนี้คล้ายกับอุตสาหกรรมรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน ซึ่งในที่สุด BYD และ Geely ก็สามารถแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีกับยักษ์ใหญ่ต่างชาติได้สำเร็จ
รุสโซเตือนว่า "มอเตอร์ไซค์ยังเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์มากกว่ารถยนต์ มรดกและประวัติการแข่งขันของแบรนด์ยังมีความสำคัญมาก"
ด้วยโรงงานมูลค่า 800 ล้านหยวนที่จะแล้วเสร็จปลายปี 2027 ZXMoto วางเป้าหมายขึ้นแท่นหนึ่งใน 10 แบรนด์มอเตอร์ไซค์ชั้นนำของโลกภายในปี 2034 โดยจาง เซว่ ย้ำว่า "ตราบใดที่สินค้าดี สักวันผู้คนจะยอมรับและชื่นชอบมัน"







