เมื่อเพลง AI กลายเป็นอาวุธใหม่ของเหล่าสแกมเมอร์เขย่าวงการดนตรีไทย

10 ส.ค. 2569 - 11:32

  • AI ถูกนำมาใช้สร้างเพลงจำนวนมหาศาลเพื่อปั่นยอดสตรีมและดูดเงินค่าลิขสิทธิ์

  • ยอดฟังปลอมอาจทำให้ศิลปินตัวจริงได้รับส่วนแบ่งรายได้ลดลง

เมื่อเพลง AI กลายเป็นอาวุธใหม่ของเหล่าสแกมเมอร์เขย่าวงการดนตรีไทย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมดนตรีอย่างรวดเร็ว ทั้งในฐานะเครื่องมือช่วยแต่งเพลง เรียบเรียงดนตรี ไปจนถึงสร้างเสียงร้อง แต่ในอีกด้านหนึ่งเทคโนโลยีเดียวกันกลับถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดจนกลายเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ของวงการเพลง 
ปัจจุบันกลุ่มสแกมเมอร์เริ่มใช้ AI สร้างเพลงจำนวนมหาศาล ก่อนอัปโหลดขึ้นแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพื่อหวังดึงส่วนแบ่งรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ โดยอาศัยช่องโหว่ของระบบที่ให้ความสำคัญกับจำนวนยอดสตรีม ส่งผลให้ศิลปิน นักแต่งเพลง และผู้สร้างสรรค์ผลงานตัวจริงอาจได้รับส่วนแบ่งรายได้ลดลง 


รูปแบบการกระทำดังกล่าวถูกเรียกว่า Streaming Fraud หรือการปั่นยอดสตรีม โดยผู้กระทำจะใช้ AI สร้างเพลงนับหมื่นหรือแม้แต่นับแสนเพลงในเวลาอันสั้น ก่อนเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิง แล้วใช้บอตหรือเครือข่ายบัญชีปลอมเปิดเพลงซ้ำ ๆ ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อสร้างยอดฟังปลอมและรับส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์จากระบบ 


แม้รายได้จากเพลงแต่ละเพลงอาจมีมูลค่าไม่มาก แต่เมื่อมีเพลงจำนวนมหาศาลและยอดสตรีมถูกปั่นอย่างต่อเนื่อง รายได้ที่เกิดขึ้นก็สามารถรวมกันเป็นเงินจำนวนมหาศาล ขณะที่เงินในกองค่าลิขสิทธิ์กลับถูกเฉลี่ยไปยังเพลงที่ไม่มีผู้ฟังจริง ทำให้เจ้าของผลงานที่มีผู้ฟังจริงได้รับส่วนแบ่งลดลง 
ทีมข่าว Spacebar พูดคุยกับศิลปินและนักดนตรีไทยหลายวงเกี่ยวกับประเด็นนี้ พบว่าส่วนใหญ่ยอมรับว่าเริ่มติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันปัญหาจะยังไม่ส่งผลกระทบในวงกว้างกับตลาดเพลงไทยแต่ทุกคนเห็นตรงกันว่า หากปล่อยให้ระบบถูกใช้เป็นช่องทางในการปั่นยอดสตรีมและแสวงหาผลประโยชน์ปัญหานี้อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้สร้างสรรค์ผลงานในอนาคต 


นักดนตรีหลายคนสะท้อนกับทีมข่าว Spacebar ว่า พวกเขาไม่ได้กังวลกับ AI ในฐานะเครื่องมือสร้างสรรค์ เพราะปัจจุบันศิลปินจำนวนไม่น้อยก็เริ่มนำ AI มาช่วยในกระบวนการทำงาน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือช่องโหว่ของระบบที่เปิดโอกาสให้เพลงซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อปั่นยอด สามารถเข้าสู่แพลตฟอร์มได้ครั้งละจำนวนมหาศาลจนส่งผลกระทบต่อระบบการจัดสรรค่าลิขสิทธิ์ 


“เราไม่ได้กลัว AI แต่เรากลัวช่องโหว่ของระบบ” คือความเห็นที่ทีมข่าว Spacebar ได้ยินจากนักดนตรีหลายคน พร้อมมองว่า หากจะแก้ปัญหาอย่างจริงจังต้นทางควรอยู่ที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิง และหน่วยงานที่ดูแลระบบจัดเก็บและกระจายค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการตรวจสอบและคัดกรองผลงานที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อไม่ให้เทคโนโลยีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงจนผู้ที่ได้รับผลกระทบกลับกลายเป็นศิลปินตัวจริง 


ในช่วงที่ผ่านมาหลายแพลตฟอร์มสตรีมมิงเริ่มยกระดับมาตรการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ ทั้งการลบเพลงที่เข้าข่ายปั่นยอด ระงับบัญชีผู้ใช้งาน และพัฒนาระบบวิเคราะห์เพื่อแยกแยะยอดฟังจริงออกจากยอดฟังที่สร้างขึ้นโดยบอต ขณะเดียวกัน องค์กรด้านลิขสิทธิ์และค่ายเพลงในหลายประเทศต่างเรียกร้องให้มีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ช่องโหว่ของระบบถูกนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์

AI ไม่ใช่ผู้ร้าย แต่การใช้งานต่างหากที่เป็นปัญหา 

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดนตรีต่างประเทศมองตรงกันว่า AI ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา เพราะเทคโนโลยีสามารถเป็นเครื่องมือช่วยสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากถูกใช้อย่างเหมาะสม 
สิ่งที่น่ากังวลคือ AI ทำให้การผลิตเพลงจำนวนมหาศาลกลายเป็นเรื่องง่ายและมีต้นทุนต่ำ ส่งผลให้การฉ้อโกงในระบบสตรีมมิงสามารถเกิดขึ้นได้ในระดับอุตสาหกรรม หากแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการด้านลิขสิทธิ์ไม่มีระบบคัดกรองและตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ 


ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงเห็นว่าความท้าทายของวงการดนตรีในยุค AI ไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือการอุดช่องโหว่ของระบบ พัฒนากลไกตรวจจับการปั่นยอดสตรีม และสร้างกติกาที่ทำให้ AI เป็นเครื่องมือของความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าจะกลายเป็นอาวุธใหม่ของเหล่าสแกมเมอร์ 


ท้ายที่สุดกรณีนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญว่า ในยุคที่ AI สามารถสร้างเพลงได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ความท้าทายของวงการดนตรีอาจไม่ใช่การแข่งขันระหว่าง “คนกับ AI” แต่คือการปกป้องระบบให้ความคิดสร้างสรรค์ได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม และไม่ปล่อยให้ช่องโหว่ของเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือหากินของมิจฉาชีพ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์