อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับชาวไทย หลังจากได้เสียงตอบรับที่ดีจากเทศกาลภาพยนตร์คานส์ (Cannes Festival) จากหนังเรื่อง Memoria ที่เขาเดินทางไปประเทศโคลอมเบียเพื่อถ่ายทำ นำแสดงโดยนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ทิลดา สวินตัน (Tilda Swinton) อภิชาติพงศ์กำลังมีโปรเจกต์ถ่ายหนังใหม่ต่อในประเทศศรีลังกา
รายละเอียดโปรเจกต์นี้นอกจากเผยว่าถ่ายทำที่ประเทศศรีลังกาแล้ว ผู้กำกับกล่าวอีกว่าโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมมือกับ MUBI แพลตฟอร์มสตรีมมิงหนังแนวซีนีมา และยังได้นักแสดงเดิมที่เคยร่วมงานกันมาก่อนมาร่วมแสดงอีกด้วย
“ครั้งนี้ ผมอยากให้มันคล่องตัวกว่าเดิม มันจะเป็นหนังบัดเจตนต่ำ และอาจได้ เจนจิรา (พงศ์พัศ) และศักดา (แก้วบัวดี) มาร่วมแสดงด้วย” อภิชาติพงศ์ กล่าว เขายังหวังว่าการถ่ายครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีตารางวันถ่ายต่อวันอะไรที่ยุ่งยาก “มันคือทีมงานเดิมๆ น่ะ” อภิชาติพงศ์ กล่าวเสริม
โปรเจกต์นี้ผู้กำกับได้แรงบันดาลใจมาจาก อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก (Arthur C. Clarke) นักเขียนเจ้าของผลงานเรื่อง “2001: A Space Odyssey”
รายละเอียดโปรเจกต์นี้นอกจากเผยว่าถ่ายทำที่ประเทศศรีลังกาแล้ว ผู้กำกับกล่าวอีกว่าโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมมือกับ MUBI แพลตฟอร์มสตรีมมิงหนังแนวซีนีมา และยังได้นักแสดงเดิมที่เคยร่วมงานกันมาก่อนมาร่วมแสดงอีกด้วย
“ครั้งนี้ ผมอยากให้มันคล่องตัวกว่าเดิม มันจะเป็นหนังบัดเจตนต่ำ และอาจได้ เจนจิรา (พงศ์พัศ) และศักดา (แก้วบัวดี) มาร่วมแสดงด้วย” อภิชาติพงศ์ กล่าว เขายังหวังว่าการถ่ายครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีตารางวันถ่ายต่อวันอะไรที่ยุ่งยาก “มันคือทีมงานเดิมๆ น่ะ” อภิชาติพงศ์ กล่าวเสริม
โปรเจกต์นี้ผู้กำกับได้แรงบันดาลใจมาจาก อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก (Arthur C. Clarke) นักเขียนเจ้าของผลงานเรื่อง “2001: A Space Odyssey”

“เขาอยู่และเสียชีวิตในประเทศศรีลังกา และหนึ่งในนิยายของเขาเรื่อง ‘The Fountains of Paradise’ เป็นการเล่าเรื่องโดยมีฉากหลังเป็นประเทศศรีลังกา” เขาอธิบาย นิยายเล่มนั้นถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1979 แต่เนื้อหาถูกเซ็ตไว้อยู่ในช่วงปีคริสต์ศตวรรษที่ 22 บอกเล่าเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติด้วยสิ่งประดิษฐ์สุดมหัศจรรย์ นั่นก็คือ Space Elevator ที่มีความสูงกว่า 36,000 กิโลเมตร เชื่อมติดกับเกาะในมหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้เขายังได้แรงบันดาลมาจากบทความที่เขียนขึ้นโดยผู้หญิงชาวไทยที่เคยไปแสวงบุญที่ประเทศศรีลังกา เธอเล่าเกี่ยวกับการปีนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นภูเขาลูกเดียวกับในเรื่องของคลาร์ก
ส่วนความยาวของหนังนั้นอาจมีความยาวประมาณ 3-4 ชั่วโมง นับว่าเป็นโปรเจกต์หนังที่ยาวที่สุดของอภิชาติพงศ์ “เวลาคุณพูดถึงหนังนาน 90 นาที มันคือความยาวที่พอดิบพอดี ความสนใจของมนุษย์อยู่ได้นานสุดแค่ 90 นาที และวงจรความฝันก็นาน 90 นาทีเหมือนกัน การที่จะทำให้มันยาวขึ้นมันท้าทายมากกับการสร้างการเดินทางไม่ให้คนเราติดกับกับขีดจำกัดทางชีววิทยา”
อภิชาติพงศ์ยังพูดคุยเกี่ยวกับหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar: The Way of Water ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่น้อย
“มันเรียบง่ายดี ใช่ไหม? มันมีเนื้อเรื่องที่คลาสสิก ไม่จำเป็นต้องพัฒนาอะไรเยอะ แต่เทคโนโลยีมันสุดยอดมาก” เขากล่าว “ในบรรดาหนังที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ คุณสามารถรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างหายไป แต่บอกไม่ได้ ขณะที่เรื่องนี้คุณสามารถชี้ชัดเลยได้ว่าอะไรที่มันหาย ตัวละครพวกนั้นมีดวงตาที่ใหญ่ เหมือนเด็ก มันเป็นผลผลิตสำหรับตลาดขนาดใหญ่ และผมชื่นชมมุมมองนั้นที่มีแต่ฮอลลีวูดเท่านั้นที่ทำได้”
ส่วนความยาวของหนังนั้นอาจมีความยาวประมาณ 3-4 ชั่วโมง นับว่าเป็นโปรเจกต์หนังที่ยาวที่สุดของอภิชาติพงศ์ “เวลาคุณพูดถึงหนังนาน 90 นาที มันคือความยาวที่พอดิบพอดี ความสนใจของมนุษย์อยู่ได้นานสุดแค่ 90 นาที และวงจรความฝันก็นาน 90 นาทีเหมือนกัน การที่จะทำให้มันยาวขึ้นมันท้าทายมากกับการสร้างการเดินทางไม่ให้คนเราติดกับกับขีดจำกัดทางชีววิทยา”
อภิชาติพงศ์ยังพูดคุยเกี่ยวกับหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar: The Way of Water ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่น้อย
“มันเรียบง่ายดี ใช่ไหม? มันมีเนื้อเรื่องที่คลาสสิก ไม่จำเป็นต้องพัฒนาอะไรเยอะ แต่เทคโนโลยีมันสุดยอดมาก” เขากล่าว “ในบรรดาหนังที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ คุณสามารถรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างหายไป แต่บอกไม่ได้ ขณะที่เรื่องนี้คุณสามารถชี้ชัดเลยได้ว่าอะไรที่มันหาย ตัวละครพวกนั้นมีดวงตาที่ใหญ่ เหมือนเด็ก มันเป็นผลผลิตสำหรับตลาดขนาดใหญ่ และผมชื่นชมมุมมองนั้นที่มีแต่ฮอลลีวูดเท่านั้นที่ทำได้”



