คุณค่าของศิลปินไม่ควรวัดที่คำว่า ‘ดังหรือไม่ดัง?’ วิเคราะห์จากประเด็น เบน ชลาทิศ ถูกพูดถึงอย่างเสียมารยาทในร้านอาหาร

17 ก.ค. 2569 - 14:56

  • การพูดว่า “ไม่เห็นดัง” ไม่ได้ลดคุณค่าเฉพาะศิลปินแต่ยังทำลายความสุขของแฟนเพลงที่ชื่นชอบเขาด้วย

  • เรามีสิทธิ์ไม่รู้จักหรือไม่ชอบศิลปินแต่ไม่่มีสิทธิ์ใช้รสนิยมส่วนตัวตัดสินว่าใครคู่ควรกับการได้รับความชื่นชม

  • ความเจ็บปวดจากการถูกเหยียดเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่การตอบโต้ด้วยการลดคุณค่าอีกฝ่ายก็อาจทำให้วงจรการเหยียดดำเนินต่อไป

คุณค่าของศิลปินไม่ควรวัดที่คำว่า ‘ดังหรือไม่ดัง?’ วิเคราะห์จากประเด็น เบน ชลาทิศ ถูกพูดถึงอย่างเสียมารยาทในร้านอาหาร

กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ หลัง เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ เล่าถึงประสบการณ์ระหว่างรับประทานอาหารในร้านแห่งหนึ่ง เมื่อหญิงสาวจากโต๊ะข้างๆ เดินเข้ามาขอลายเซ็นโดยบอกว่าคุณแม่ของแฟนชื่นชอบผลงานของเขา เบนจึงเซ็นชื่อพร้อมเขียนคำอวยพรให้คุณแม่มีความสุขก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะหันมายิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร

แต่บรรยากาศดีๆ กลับหยุดลงเมื่อชายที่นั่งร่วมโต๊ะพูดขึ้นมาว่า “ขอไปทำไม ไม่เห็นดัง ขอคนอื่นดีกว่า” ทั้งที่โต๊ะอยู่ใกล้กันจนเบนได้ยินอย่างชัดเจน หลังจากนั้นหญิงสาวและคุณแม่ต่างก้มหน้า ขณะที่เบนยอมรับว่ารู้สึก ‘เจ็บแปลบ’ และทำได้เพียงก้มหน้ารับประทานอาหารต่อไปเงียบๆ

ประโยค “ไม่เห็นดัง” อาจเป็นเพียงคำพูดสั้นๆ สำหรับผู้พูดแต่กลับลดทอนคุณค่าของคนมากกว่าหนึ่งคน เพราะนอกจากจะกระทบศิลปินที่นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วยังเป็นการทำลายความสุขของคุณแม่ที่ชื่นชอบผลงานและหญิงสาวที่ตั้งใจเดินมาขอลายเซ็นให้อีกด้วย ราวกับความชื่นชอบของพวกเธอไม่มีความหมายเพียงเพราะศิลปินคนนั้นไม่ดังพอในสายตาของใครบางคน

ในความเป็นจริงชื่อเสียงไม่ควรเป็นมาตรวัดคุณค่าของศิลปิน จำนวนผู้ติดตามหรือความถี่ที่ปรากฏบนหน้าสื่อไม่สามารถบอกได้ว่าผลงานของใครมีความหมายมากกว่ากัน ศิลปินบางคนอาจอยู่ในกระแสเพียงช่วงเวลาหนึ่งขณะที่บางคนอาจไม่ได้มีข่าวทุกวัน แต่บทเพลงของเขายังคงอยู่ในความทรงจำ เป็นเพลงที่เคยสร้างความสุข ปลอบโยน หรือผูกพันกับช่วงเวลาสำคัญของผู้ฟัง

แน่นอนว่าไม่มีใครจำเป็นต้องรู้จักหรือชื่นชอบศิลปินทุกคน การฟังเพลงเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล เรามีสิทธิ์ไม่ติดตาม ไม่ชอบผลงาน หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ คือใคร แต่การพูดว่า  “ฉันไม่รู้จักเขา” แตกต่างจากการพูดว่า “ไม่เห็นดัง จะขอไปทำไม” เพราะประโยคแรกเป็นการบอกขอบเขตความรู้ของตัวเอง ขณะที่ประโยคหลังคือการตัดสินว่าอีกฝ่ายไม่คู่ควรกับความชื่นชม

เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนความคาดหวังที่สังคมมีต่อศิลปิน หลายคนมองว่าการเป็นบุคคลสาธารณะหมายถึงต้องอดทนต่อทั้งคำชม คำวิจารณ์ และคำดูถูกโดยไม่มีสิทธิ์รู้สึก แต่ศิลปินก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง การมีชื่อเสียงหรือผ่านเวทีใหญ่มาแล้วไม่ได้ทำให้ถ้อยคำที่กระทบศักดิ์ศรีสร้างความรู้สึกเจ็บน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาส่วนตัวที่เจ้าตัวไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากใคร

ในช่วงท้ายของเรื่องเบนได้ระบายความขุ่นเคืองด้วยการวิจารณ์ชายคนดังกล่าวกลับหลังเห็นว่าคุณแม่เป็นผู้จ่ายค่าอาหาร แม้ความโกรธจะมีที่มาแต่การตัดสินความสัมพันธ์ทางการเงินภายในครอบครัวจากเหตุการณ์เพียงไม่กี่นาทีก็อาจไม่เป็นธรรม เราไม่อาจรู้ได้ว่าคุณแม่เต็มใจเป็นเจ้าภาพหรือไม่หรือคนในครอบครัวดูแลกันในรูปแบบใด การไม่เห็นด้วยกับคำตอบโต้ส่วนนี้จึงสามารถเกิดขึ้นพร้อมกับการยอมรับได้ว่าคำพูดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นนั้นเป็นการเสียมารยาทและสร้างความเจ็บปวดจริง

ท้ายที่สุดคุณค่าของคนไม่ควรขึ้นอยู่กับความดัง จำนวนเงิน หรือว่าใครเป็นผู้หยิบบัตรเครดิตออกมาจ่ายค่าอาหาร เราไม่จำเป็นต้องรู้จัก เบน ชลาทิศ เพื่อเข้าใจว่าคำพูดดังกล่าวไม่เหมาะสม และไม่จำเป็นต้องชื่นชอบผลงานของเขาเพื่อยอมรับว่าเขาสมควรได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ เพราะต่อให้ศิลปินคนนั้นมีแฟนเพลงเพียงคนเดียวความสุขที่ผลงานของเขาสร้างให้คนคนนั้นก็ยังมีความหมายและไม่มีใครควรถูกเหยียดเพียงเพราะ ‘ไม่ดัง’ ในสายตาของผู้อื่น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์