เคยไหม ที่หลังจากกิจกรรมหลักในวันรวมญาติจบลง ญาติๆ ทุกคนจะต้องเข้าสู่โหมดพูดคุยซักถามสารทุกข์สุกดิบกัน ซึ่งบางคำถามที่จี้ใจดำ บางทีก็ยากที่จะตอบมันออกไปตามความรู้สึกเราตรงๆ ดังนั้นให้ภาพยนตร์ดีดีซักเรื่อง บอกความรู้สึกแทนเราอาจจะดีกว่า

1. Turning Red เขินแรงแดงเป็นแพนด้า (2022)
เรื่องราวของ ‘เมยหลิน’ เด็กหญิงที่ได้รับ ‘พร’ ประหลาดตอนเธออายุย่างเข้า 13 ปี เมื่อเธอตื่นเต้นหรือเครียดขึ้นมาเมื่อไหร่ ‘ปุ้ง’ เธอจะกลายเป็นแพนด้าแดงตัวใหญ่ยักษ์ทันทีนอกจากความสนุกสนานของสถานการณ์ และความสวยงามลื่นไหลของวิชวลตามมาตรฐานของ พิกซาร์ แล้วนั้น Turning Red คือภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องเยี่ยมที่พาเราไปเรียนรู้การก้าวข้ามผ่านวัยของเด็กผู้หญิง ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักอย่างเมยหลินและตัวละครอื่นๆ ในครอบครัว โดยเฉพาะตัวละครแม่อย่าง ‘หมิง’ ที่คอยดูแลประคบประหงมเธอในทุกย่างก้าว เมยลินจึงต้องเชื่อฟังแม่สุดที่รัก และอดทนผ่านความเจ็บปวดของการเติบโตให้ได้ ไม่งั้นเธออาจจะต้องเป็นแพนด้าแดงตัวใหญ่ไปตลอดกาล
สถานการณ์ที่เหมาะสม : ด้วยความเป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูได้ทุกวัยทั้งครอบครัว แต่สำหรับน้องๆ ทุกคนที่อยากแอบบอกความในใจกับพ่อแม่แต่ไม่กล้าว่า “เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยยยยยยยยย” Turning Red ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ บางทีการบอกความรู้สึกลึกๆ ผ่านความน่ารักของแพนด้าแดง อาจจะทำให้ท่านๆ เข้าใจเรามากขึ้นก็ได้นะ

2. The Farewell กอดสุดท้าย คุณยายที่รัก (2019)
เมื่อศูนย์รวมใจของครอบครัวอย่าง ‘อาม่า’ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ‘บิลลี’ สาวอเมริกัน-จีนหัวก้าวหน้า จึงต้องกลับจีนเพื่อไปร่วมงานแต่งกำมะลอ ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันThe Farewell คือภาพยนตร์ที่ “สร้างจากเรื่องโกหกที่เกิดขึ้นจริง’ เล่าเรื่องราวของครอบครัวจีนขนาดใหญ่ ที่ต้องการให้สมาชิกในครอบครัวทุกคน รวมถึงบรรดาญาติๆ ที่แตกระแหงไปเป็นคนจีนโพ้นทะเลอยู่ต่างประเทศ ได้มีโอกาสกลับมาอยู่กับอาม่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่บรรดาสมาชิกส่วนใหญ่ในครอบครัว เลือกใช้วิธีที่จะช่วยกันโกหก ไม่ให้อาม่ารับรู้ความจริงว่าตัวเองกำลังจะตาย “ตามความเชื่อของชาวเอเชียที่ว่า ถ้าคนแก่รู้ว่าตัวเองป่วยหนัก อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว”
ซึ่งแน่นอนว่าสาวอเมริกันอย่างบิลลีย่อมไม่เห็นด้วย หนังเรื่องนี้จึงว่าด้วยความแตกต่างระหว่างสองความเชื่อ คนรุ่นเก่า-คนรุ่นใหม่ โลกตะวันออก-โลกตะวันตก นำมาร้อยเรียงเล่าผ่านภาพยนตร์แนว ดราม่า-คอเมดี้ ที่ทำออกมาได้อย่างกลมกล่อม
สถานการณ์ที่เหมาะสม : ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสมอย่างมาก สำหรับการดูด้วยกันทั้งบ้าน ยิ่งโดยเฉพาะครอบครัวใหญ่ๆ ที่มีญาติผู้สูงอายุเป็นศูนย์รวมจิตใจของครอบครัว รับรองว่าดูจบ ทุกคนคงจะรีบไปกอดท่านไว้แน่นๆ สุดใจ อย่างแน่นอน

3. Crazy Rich Asians เหลี่ยมโบตั๋น (2018)
‘ราเชล ชู’ อาจารย์สาวชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ตาม ‘นิค ยัง’ แฟนหนุ่มของเธอไปเที่ยวสิงคโปร์บ้านเกิดของเขา เพื่อเข้าร่วมงานแต่งของเพื่อนสนิท ก่อนที่เธอจะพบว่า นิค เป็นทายาทของตระกูลมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในสิงคโปร์ บรรดาสาวโสดที่หมายปองเขา ก็พยายามกระชากราเชลลงจากบัลลังก์ความสนุกของ เหลี่ยมโบตั๋น คือการไล่ตามดูตัวละครเรเชล พยายามปรับตัวเข้ากับครอบครัวเอเชียของนิค เพราะแม้ภายนอกเธอจะดูเอเชียสุดๆ แต่ภายในเธอเป็นอเมริกันยันก้านสมอง และการปรากฏตัวของอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดอย่างตัวละคร เอเลนอร์ แม่ของนิค ก็ทำให้เกิดการฟาดฟันอันคลาสสิค ระหว่างลูกสะใภ้สุดฉลาดและแม่ผัวสุดเฮี้ยบ ซึ่งนอกจากการออกแบบสถานการณ์ที่ตัวเรื่องทำได้ค่อนข้างดี องค์ประกอบของความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเรื่อง ก็ทำให้ผู้ชมคนไทย โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีน น่าจะต่อติดกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไม่ยาก
สถานการณ์ที่เหมาะสม : แค่พลอทเรื่องก็การันตีว่าแซ่บสนุกครบรส ถูกจริตแฟนละครไทย ดังนั้นรับรองว่าไม่ว่าจะรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ ก็ดูกันได้ทั้งครอบครัว โดยเฉพาะถ้าหากคุณอยู่ในสถานะลูกชายคนกลาง ที่มีปัญหาคลาสสิคระหว่างเมียกับแม่ ที่ยังไม่ลงตัวนัก ลองพาทั้งคู่มานั่งดูหนังเรื่องนี้ข้างๆ คุณ ไม่แน่ว่าสถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่อาจจะดีขึ้นก็เป็นได้

4. Everything Everywhere All at Once ซือเจ๊ทะลุมัลติเวิร์ส (2022)
‘เอเวอลีน หวัง’ หญิงชาวจีนวัยกลางคน ที่กำลังต้องเผชิญปัญหารอบด้าน ทั้งปัญหาธุรกิจซักอบรีดที่โดนเล่นงานเรื่องภาษี ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเธอและสามีทีกำลังกระท่อนกระแท่น และปัญหาระหว่างเธอกับลูกสาวที่เป็นเกย์ ซึ่งในขณะที่เธอกำลังเผชิญปัญหาที่กล่าวมานี้ จู่ๆ เธอก็กลายเป็นผู้ถูกเลือก จับพลัดจับผลูต้องมาช่วยโลกใบนี้ ด้วยการทะลุเข้าไปในมัลติเวิร์สต่างๆ ที่ตัวเธอใช้ชีวิตในเส้นทางที่ต่างออกไปในเชิงโปรดัคชัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างมีความพิเศษ ที่รับรองได้ว่าผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ทางภาพยนตร์ที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้สร้างก็ตั้งใจเล่าปัญหาวิกฤตวัยกลางคน ออกมาได้อย่างเข้าใจสิ่งที่จะสื่อ ไม่ใช่เพียงแค่กิมมิคฉาบฉวย ไม่แน่ว่าพ่อแม่เราหลงมาดู อาจจะอินกว่าพวกเราก็เป็นได้
สถานการณ์ที่เหมาะสม : สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือตัวภาพยนตร์อาจจะค่อนข้างมีความหวือหวา ไม่ได้เป็นมิตรสำหรับสายตาของซือเจ๊ประจำบ้านเราสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากเป็นไปได้ สามารถหลอกอาป๊าอาม๊ามาดูได้สำเร็จ การันตีว่า ซือเจ๊ทะลุมัลติเวิร์ส จะเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่เหมาะจะเป็นกาวใจให้เราและท่านเข้าใจกันมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะสำหรับตัวผู้เขียนเองเมื่อดูจบ สองมืออันขี้เกียจ ก็ค่อยๆ ขยับไปนวดคลายเมื่อยให้ซือเจ๊ที่บ้านโดยไม่รู้ตัว
ขอบคุณที่เหนื่อยเพื่อพวกเรามาตลอดนะครับ ซือเจ๊ !!



