Kanye West หรือ Ye กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในหน้าสื่อ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเพลงหรือแฟชั่นที่ล้ำยุคล้ำสมัย หนนี้เขากลับเลือกใช้พื้นที่โฆษณาในสื่ออย่าง Wall Street Journal เพื่อออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการต่อคำพูดและการกระทำที่เป็นการต่อต้านชาวยิวในอดีต พร้อมยอมรับว่าเขาเคยสูญเสียความรู้สึกความเป็นมนุษย์และการยึดโยงกับเรื่องราวความเป็นจริงที่ถูกต้อง
Ye เผยว่า เขาเพิ่งผ่านช่วงอาการแมเนีย หรืออาการจิตเวชที่มีความคิดฟุ้งพล่าน ทำให้ที่ผ่านมาเจ้าตัวใช้ชีวิตไปด้วยความหลอน ความหวาดระแวง และการตัดสินใจแบบไม่ยั้งคิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและคนรอบข้างอย่างรุนแรง เขายอมรับว่า บางช่วงถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ พร้อมเปิดเผยว่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ไบโพลาร์ชนิดที่ 1 หลังจากเคยปฏิเสธการวินิจฉัยนี้มาก่อนหน้านี้
เขาย้อนเล่าถึงอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 25 ปีก่อน ที่อาจทำให้สมองส่วนหน้าบาดเจ็บแต่ไม่ได้รับการตรวจอย่างละเอียด ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาว Ye อธิบายว่า โรคไบโพลาร์ทำให้ผู้ป่วย ไม่รู้ตัวว่า ตัวเองป่วย และมักเชื่อว่าตัวเองมองโลกชัดเจนกว่าคนอื่น ทั้งที่ความจริงกำลังสูญเสียการควบคุม
ในประเด็นที่หลายคนจับตามอง Ye ก็ได้ออกมาพูดตรงๆ ถึงการแสดงออกเชิงต่อต้านชาวยิว รวมถึงการใช้สัญลักษณ์สวัสดิกะ โดยยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่เลวร้ายในช่วงอาการกำเริบ พร้อมย้ำว่า
“ผมไม่ใช่นาซี และไม่ใช่คนต่อต้านยิว ผมรักชาวยิว”
นอกจากนี้ เขายังกล่าวขอโทษ ชุมชนคนผิวดำ ซึ่งเป็นรากฐานของตัวตนและอยู่เคียงข้างเขามาโดยตลอด พร้อมยอมรับว่า ทำให้หลายคนผิดหวัง เขากล่าวแสดงคำขอโทษทุกคนด้วยใจจริง
ปัจจุบัน Ye ระบุว่า กำลังเริ่มต้นใหม่ ด้วยการรักษาอย่างจริงจัง ทั้งยา การบำบัด และการปรับไลฟ์สไตล์ พร้อมโฟกัสพลังไปที่งานสร้างสรรค์เชิงบวก และทิ้งท้ายว่าเขาไม่ได้ขอข้อยกเว้นใดๆ ในการต่อว่าเขา แต่อยากขอเวลา ความอดทน และความเข้าใจ ในการหาทางกลับมายืนให้มั่นอีกครั้ง เขาสัญญาว่า เขาจะเป็นคนที่ดีกว่านี้ให้ได้





