มาดอนน่า (Madonna) ราชินีเพลงป๊อปปรากฎตัวสู่สาธารณชนอีกครั้งในงานแกรมมี 2023 (Grammy Awards 2023) แต่สิ่งที่คนทั่วโลกสนใจกลับไม่ใช่ตัวตนของเธอ แต่เป็นรูปลักษณ์ของเธอที่บนโลกโซเชียลตั้งคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่?” หลังจากงานจบไป ผู้คนบนโลกอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่วายเลิกแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของมาดอนน่า จนกระทั่งเธอออกมาฟาดกลับกลุ่มคนเหล่านั้น
มาดอนน่าปราฏตัวบนเวทีแกรมมีเพื่อเป็นส่วนร่วมในงาน และยังทำหน้าที่เป็นพิธีกรกล่าวเปิดการแสดงของ แซม สมิธ (Sam Smith) และคิม เพทราส (Kim Petras) ในเพลง ‘Unholy’ แน่นอนว่าสิ่งที่คนพูดถึงนั้นไม่ใช่การแสดงของทั้งสองศิลปินแต่เป็นการศัลยกรรมของมาดอนน่าที่ผู้คนให้ความเห็นว่า “จำแทบไม่ได้”
ด้วยเหตุนี้เธอจึงออกมาตอบโต้ผ่านโพสต์บนอินสตาแกรม โดยกล่าวว่าคำวิจารณ์เหล่านี้ล้วนเป็น ageism (การเลือกที่รักมักที่ชังด้วยเกณฑ์อายุ) และ misogyny (อคติต่อเพศหญิง)
มาดอนน่าปราฏตัวบนเวทีแกรมมีเพื่อเป็นส่วนร่วมในงาน และยังทำหน้าที่เป็นพิธีกรกล่าวเปิดการแสดงของ แซม สมิธ (Sam Smith) และคิม เพทราส (Kim Petras) ในเพลง ‘Unholy’ แน่นอนว่าสิ่งที่คนพูดถึงนั้นไม่ใช่การแสดงของทั้งสองศิลปินแต่เป็นการศัลยกรรมของมาดอนน่าที่ผู้คนให้ความเห็นว่า “จำแทบไม่ได้”
ด้วยเหตุนี้เธอจึงออกมาตอบโต้ผ่านโพสต์บนอินสตาแกรม โดยกล่าวว่าคำวิจารณ์เหล่านี้ล้วนเป็น ageism (การเลือกที่รักมักที่ชังด้วยเกณฑ์อายุ) และ misogyny (อคติต่อเพศหญิง)

ในงานแกรมมีเธอกล่าวว่าเดิมทีเธอจะประกาศรางวัลอัลบั้มแห่งปีแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการแสดงครั้งแรกในงานแกรมมีของศิลปินหญิงข้ามเพศ นั่นก็คือ คิม เพทราส ซึ่งชนะรางวัลแกรมมีสาขาการแสดงร่วมคู่กับแซม สมิธ ในเพลง Unholy
มาดอนน่ากล่าวต่อในอินสตากแรมว่า “แทนที่จะโฟกัสกับสิ่งที่ฉันพูดในงานเกี่ยวกับความไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดของศิลปินอย่างแซม และคิม หลายคนกลับเลือกที่จะพูดถึงรูปถ่ายระยะใกล้ของฉันโดยฝีมือของช่างภาพจากสื่อที่เลนส์ยาวๆ ของพวกเขาสามารถทำให้หน้าคนอื่นบิดเบี้ยวได้!!”
“อีกครั้งที่ฉันตกอยู่ในสายตาของพวก ageism และ misogyny ที่แทรกตัวอยู่บนโลกที่พวกเราอยู่ โลกที่ปฏิเสธต่อการเฉลิมฉลองผู้หญิงที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป โลกที่ลงโทษกับคนที่มีจิตใจแรงกล้า ทำงานหนัก และผ่านผจญอะไรมามากมาย ฉันจะไม่ขอโทษอะไรทั้งนั้นกับตัวเลือกสุดสร้างสรรค์ที่ฉันเลือกมาสวมในงาน”
นอกจากนี้ยังมีดราม่าเรื่องที่เธอปรากฎตัวคู่กับแร็ปเปอร์ที่มีชื่อว่า เคอร์ติส เจมส์ แจ็กสันที่ 3 (Curtis James Jackson III) มีความเห็นบนโลกโซเชียลอีกว่า “มาดอนน่าใช้เพลงแร็ปเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมบน TikTok เป็นอะไรที่แย่มาก แถมรบกวนจิตใจฉันอีก”
มาดอนน่ายังไม่ออกมาตอบโต้กับเรื่องนี้ มีเพียงแต่สตอรีบนอินสตาแกรมที่เธอโพสต์ข้อความ “หยุดบุลลีมาดอนน่าเพราะเธอสนุกกับการใช้ชีวิต” (Stop Bullying Madonna For Enjoying Her Life)
มาดอนน่ากล่าวต่อในอินสตากแรมว่า “แทนที่จะโฟกัสกับสิ่งที่ฉันพูดในงานเกี่ยวกับความไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดของศิลปินอย่างแซม และคิม หลายคนกลับเลือกที่จะพูดถึงรูปถ่ายระยะใกล้ของฉันโดยฝีมือของช่างภาพจากสื่อที่เลนส์ยาวๆ ของพวกเขาสามารถทำให้หน้าคนอื่นบิดเบี้ยวได้!!”
“อีกครั้งที่ฉันตกอยู่ในสายตาของพวก ageism และ misogyny ที่แทรกตัวอยู่บนโลกที่พวกเราอยู่ โลกที่ปฏิเสธต่อการเฉลิมฉลองผู้หญิงที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป โลกที่ลงโทษกับคนที่มีจิตใจแรงกล้า ทำงานหนัก และผ่านผจญอะไรมามากมาย ฉันจะไม่ขอโทษอะไรทั้งนั้นกับตัวเลือกสุดสร้างสรรค์ที่ฉันเลือกมาสวมในงาน”
นอกจากนี้ยังมีดราม่าเรื่องที่เธอปรากฎตัวคู่กับแร็ปเปอร์ที่มีชื่อว่า เคอร์ติส เจมส์ แจ็กสันที่ 3 (Curtis James Jackson III) มีความเห็นบนโลกโซเชียลอีกว่า “มาดอนน่าใช้เพลงแร็ปเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมบน TikTok เป็นอะไรที่แย่มาก แถมรบกวนจิตใจฉันอีก”
มาดอนน่ายังไม่ออกมาตอบโต้กับเรื่องนี้ มีเพียงแต่สตอรีบนอินสตาแกรมที่เธอโพสต์ข้อความ “หยุดบุลลีมาดอนน่าเพราะเธอสนุกกับการใช้ชีวิต” (Stop Bullying Madonna For Enjoying Her Life)



