กลายเป็นประเด็นร้อนข้ามประเทศ หลังเวที Miss Universe Cambodia 2026 รอบ Preliminary เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา นำเสนอ VTR เกี่ยวกับเครื่องแต่งกายและราชสำนักกัมพูชาในอดีต ก่อนปรากฏภาพผู้หญิงในชุดที่มีลักษณะห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน รวมถึงองค์ประกอบอย่างชฎา ขณะที่พิธีกรอธิบายเนื้อหาในเชิงวัฒนธรรมกัมพูชา จนเกิดการตั้งคำถามจากฝั่งไทยถึงที่มาของภาพและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ถูกนำเสนอ
จุดเริ่มต้นดราม่า เมื่อภาพบนเวทีถูกพบว่าเป็นภาพจากไทย
ประเด็นเริ่มถูกจับตามองมากขึ้น หลังเพจ ASEAN “มอง” ไทย นำภาพจาก VTR ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับข้อมูลภาพประวัติศาสตร์ที่เผยแพร่โดยหน่วยงานไทย โดยเฉพาะภาพหญิงสาว 7 คนที่นั่งเรียงกันซึ่งถูกระบุว่าเป็น หญิงสาวเมืองกำแพงเพชรในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
ข้อมูลที่ถูกนำมาเผยแพร่ระบุว่า ภาพดังกล่าวมาจากหนังสือ “ฟิล์มกระจกจดหมายเหตุ หนึ่งพันภาพประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ เล่ม 3” และปรากฏการแต่งกายด้วยเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน และไว้ผมทรงดอกกระทุ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพที่ถูกนำไปใช้ประกอบ VTR บนเวที Miss Universe Cambodia 2026
จึงเกิดคำถามสำคัญตามมาว่า ภาพประวัติศาสตร์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ด้วยวัตถุประสงค์ใด และมีการระบุแหล่งที่มาของภาพหรือไม่ ขณะที่ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากผู้จัด Miss Universe Cambodia ต่อประเด็นที่มาของภาพดังกล่าวในเวลาที่มีการเผยแพร่ข่าวนี้
“ซาบีดา” ขยับ สั่งถกด่วนพร้อมยืนยันจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาที่สุดในฐานะคนไทย
าสุด นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ออกมารับทราบประเด็นดังกล่าว พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน
จากคลิปสัมภาษณ์ที่ซาบีดาพูดถึงกรณีนี้เธอไม่ได้ประกาศมาตรการทางกฎหมายหรือการตอบโต้ต่อกัมพูชาในทันที แต่เน้นไปที่การ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
พร้อมพูดถึงกรณีการนำเสนอวัฒนธรรมไทยว่า
“ขอบคุณที่นำเสนอวัฒนธรรมไทยให้ แต่ต้องมีการเล่าถึงที่มาที่ไปและให้เครดิตว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจากประเทศไทย”
อย่างไรก็ตามประโยคดังกล่าวควรอ่านในฐานะคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรี ไม่ใช่การประกาศมาตรการอย่างเป็นทางการของกระทรวง
ไม่ใช่แค่ “ทวงภาพ” แต่คือการสื่อสารชุดไทยสู่เวทีโลก
ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กระทรวงวัฒนธรรมกำลังผลักดันการเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องชุดไทยในต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ซาบีดาเพิ่งหารือกับดีไซเนอร์และห้องเสื้อไทยหลายรายเพื่อผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม” สู่เวทีโลก โดยทางกระทรวงมองชุดไทยไม่เพียงในฐานะเครื่องแต่งกาย แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่ผ้าไทย ช่างฝีมือ ไปจนถึงผู้ประกอบการและชุมชน
ขณะเดียวกันกระทรวงก็มีโครงการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยให้คนไทยและนานาชาติเข้าใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับการพิจารณาขึ้นทะเบียน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ การแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO ในเดือนธันวาคม 2569
ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาจากนี้จึงมีอยู่สองส่วน ทั้งผลการตรวจสอบกรณีภาพและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏบนเวที Miss Universe Cambodia 2026 และท่าทีของกระทรวงวัฒนธรรมไทยว่าจะใช้กรณีนี้เป็นจุดตั้งต้นในการสื่อสารเรื่องที่มา ประวัติศาสตร์ และวิวัฒนาการของเครื่องแต่งกายไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างไร
เพราะดราม่าครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ภาพนี้เป็นของใคร?” แต่ยังโยงไปถึงอีกคำถามว่า เมื่อวัฒนธรรมถูกนำเสนอข้ามพรมแดนประเทศเจ้าขององค์ความรู้จะสื่อสารที่มาและบริบททางประวัติศาสตร์ให้โลกเข้าใจได้อย่างไร





