รวม 5 จอมโจร เหล่าคู่ปรับที่มีตัวตนจริงใน ขุนพันธ์

16 ก.พ. 2566 - 14:55

  • 4 เสือ 1 จอมโจร ที่เคยมีตัวตนอยู่ที่จริงในประวัติศาสตร์

  • เหล่ามหาโจรที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์ ขุนพันธ์ ทั้งสามภาค

  • 2 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

Moviesthai_Crime_in_Khunphan_SPACEBAR_Thumbnail_9810b40888.jpeg
เรียกว่าเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์แอคชันฮีโร่สไตล์ไทยที่น่าติดตาม และเดินทางมาถึงบทสรุปปิดไตรภาคของเรื่องราวการไล่ล่าและปะทะอาคมของท่านขุนกับเหล่าจอมโจรเสือร้ายตั้งแต่ภาคใต้จนมาถึงภาคกลาง อย่าง ‘ขุนพันธ์3’  

ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องราวของภาพยนตร์ ‘ขุนพันธ์’ นั้นก็หยิบเนื้อหาจากเรื่องจริงของวีรกรรมการปราบปรามขุนโจรชื่อดังในตำนานของ ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช มือปราบจอมขมังเวทย์ ที่มีตัวตนอยู่จริง รวมไปถึงเหล่าขุนโจรเลื่องชื่อก็เคยตัวตนในยุคนั้นเช่นกัน วันนี้ SPACEBAR จะพาไปรู้จักกับ 4 เสือ และ 1 จอมโจร ที่มีตัวตนจริงในหน้าประวัติศาสตร์ไทย
Moviesthai_Crime_in_Khunphan_SPACEBAR_Photo01_c736b3b8aa.jpeg

1. อะแวสะดอ ตาและ จอมโจรแห่งหุบเขาบูโด (บทบาทในภาพยนตร์ คือ อัลฮาวียะรู) 

จอมโจรผู้โหดเหี้ยมแห่งหุบเขาบูโด ที่เคยออกปล้นในจังหวัดสงขลา เคยมีคำบอกเล่าว่าเขาเป็นโจรที่อยากจะแบ่งแยกดินแดนทางใต้ของไทย และพฤติกรรมการปล้นที่จะเลือกปล้นแต่ชาวพุทธ พร้อมทั้งการฆ่าที่โหดเหี้ยมอย่างการเอากริชแทงคอแล้วคว้านเอาหลอดลมออกมา รวมถึงมีวิชาอาคมจากสำนักไสยเวทย์เขาอ้อซึ่งเป็นสำนักเดียวกันกับที่ท่านขุนพันธ์ไปร่ำเรียน 

อีกทั้งของขลังที่พกติดตัวอย่าง ตับคนเป็นเหล็ก 2 ชั้น เคราคนเป็นทองแดง 1 แผ่น ช้องหมูป่า 1 อัน ผ้าประเจียดสักยันต์ 1 ผืน นอกจากนี้ยังมีกริชประจำตัว ที่เชื่อว่าเคยเป็นกริชของเจ้าเมืองปัตตานี ยิ่งทำให้เขาเป็นจอมโจรผู้ทรงอิทธิพลและมีอำนาจในพื้นที่ ณ ช่วงเวลานั้น จนทางการต้องส่งท่านขุนไปปราบปรามในที่สุด และการปราบปราม อะแวสะดอ ตาและ ในครั้งนี้เอง ก็ทำให้ท่านขุนพันธ์ นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังจนได้รับฉายา รายอกะจิ ที่แปลว่า อัศวินพริกขี้หนู  
 
โดยอะแวสะดอ ตาและ ก็ถูกหยิบยกมาปรับเปลี่ยนให้เป็นตัวร้ายชื่อ อัลฮาวียะรู ในขุนพันธ์ ภาคแรกที่ รับบท โดย น้อย กฤษดา สุโกศล โคแวค หรือ น้อย วงพรู ที่ทำให้เราได้เห็นภาพจอมโจรที่โหดเหี้ยมน่าเกรงขามได้อย่างชัดเจน
Moviesthai_Crime_in_Khunphan_SPACEBAR_Photo02_bb0126a25b.jpeg
อัลฮาวียะรู รับบทโดย น้อย วงพรู

2.เสือฝ้าย  

‘เสือฝ้าย’ หรือ นายฝ้าย เพ็ชนะ เป็นจอมโจรชื่อดังของภาคกลางในยุคภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยถูกขนานนามว่า จอมพลฝ้าย เพราะถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในยุคนั้น พร้อมทั้งมีเหล่าลูกสมุนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อย่าง เสือใบ, เสือดำ และเสือมเหศวร โดยเสือฝ้ายยังเป็นหัวหน้าของขบวนการเสรีไทยในจังหวัดสุพรรณบุรีที่ปะทะกับทหารญี่ปุ่น เสือฝ้ายนั้นมีคติที่จะปล้นแต่ผู้มีอำนาจหรือคนรวยที่ฉ้อโกงและขูดรีดชาวบ้าน นำทรัพย์สินที่ปล้นได้มาแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านที่ยากไร้ จนกลายเป็นที่รักของชาวบ้านทำให้การจะจับเสือฝ้ายนั้นยากมากเพราะมีชาวบ้านค่อยช่วยเหลือเสมอ และยังเคยให้สินบนแก่ขุนพันธ์เพื่อที่จะไม่ต้องมาตามจับ แต่ท่านขุนก็ไม่ได้รับสินบนนั้นไว้ เพราะไม่ใช่พื้นที่ดูแลและลงไปปราบปรามไม่ได้ สุดท้ายแล้วเสือฝ้ายก็โดนจับโดยนายตำรวจอย่าง ร้อยตำรวจเอก ยอดยิ่ง สุวรรณาคร ถูกควบคุมตัวและทำการวิสามัญระหว่างการนำไปตัวไปที่กรุงเทพ ในปี พ.ศ. 2490 
 
บทบาทของ เสือฝ้าย ก็มักจะไปปรากฎตัวในภาพยนตร์ไทยหลายต่อหลายเรื่อง รวมถึงใน ขุนพันธ์ ภาค 2 โดยได้ ผู้พัน เบิร์ด วันชนะ สวัสดี มารับบทนี้  พร้อมกับการใส่วิชาอาคมให้กับเสือฝ้ายในเวอร์ชั่นนี้อีกด้วยกับ วิชาคาถานะจังงังที่สามารถทำให้ศัตรูหยุดนิ่งได้เมื่อร่ายคาถา รวมถึงรอยสักช้างเอราวัณและยันต์ท้าวเวสสุวรรณ ที่ทำให้คงกระพันไม่มีวันตาย 
Moviesthai_Crime_in_Khunphan_SPACEBAR_Photo03_c952513a8b.jpeg
เสือฝ้าย รับบทโดย ผู้พัน เบิร์ด วันชนะ สวัสดี / เสือฝ้าย ตัวจริง

3. เสือใบ 

อีก 1 จอมโจรชื่อกระฉ่อน ตัวจริงของเขามีชื่อว่า นายใบ สะอาดดี เป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมูลเหตุที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นเสือ เพราะครอบครัวเขาถูกโจรกลุ่มนึงปล้นควายและฉุดน้องของภรรยาไป เขาจึงออกตามล่าโจรกลุ่มนี้ จนได้ยิงโจรตายไป 3 ศพ ทำให้ต้องหนีคดี และไปขอเข้าร่วมกับ เสือฝ้าย ก่อนจะแยกตัวออกมาพร้อมมีสมุนในสังกัดราวๆ 30 คน ออกปล้นในส่วนของจังหวัดสิงห์บุรี, อ่างทอง และชัยนาท โดยไม่ล่วงล้ำถิ่นสุพรรณบุรีที่เสือฝ้ายปกครองอยู่ 

เสือใบ นั้นยังยึดถือกฎของการปล้นแบบเสือฝ้ายที่เลือกปล้นเหล่าคนรวยชอบเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน โดยช่วงที่ออกปล้นจะแต่งตัวด้วยชุดดำ สวมหมวกดำและปล้นด้วยความสุภาพ จนได้รับฉายาว่า สุภาพบุรุษเสือใบ และวีรกรรมของเสือใบอีกอย่างคือการเข้าร่วมกับขบวนการไทยถีบ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่อยปล้นสะดม ถีบสินค้าและอาวุธของทหารญี่ปุ่นจากรถไฟ เสือใบนั้นเสียชีวิตในวัย 93 ปี 
 
เรื่องราวของ ‘เสือใบ’ มักถูกหยิบจับมาทำในรูปแบบนิยายหรือภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง และเป็นอีก 1 ตัวละครในขุนพันธ์ ที่หลายต่อหลายคนชื่นชอบ โดยบทบาทใน ขุนพันธ์ 2 นั้นได้ เป้ อารักษ์มารับบทนี้ คาแรคเตอร์ของเสือใบที่ปรากฏตัวในขุนพันธ์ นั้นจะดูเป็นโจรหนุ่มเจ้าเสน่ห์ โดยมีคาถา ของขลังและรอยสัก อย่าง ไก่ฟ้า จิ้งจก และสาลิกาคู่รวมถึงยันต์เก้ายอด และสุดยอดวิชาอย่าง กระสุนคต ที่จะเป็นการใช้กระสุนวิเศษ ยิงไปหาศัตรูได้ไม่ว่าจะอยู่ตรงตำแหน่งไหนแบบไม่พลาดเป้า 
Moviesthai_Crime_in_Khunphan_SPACEBAR_Photo04_7f4aaa3596.jpeg
เสือใบ ตัวจริง / เป้ อารักษ์ ผู้รับบท เสือใบ

3.เสือมเหศวร 

‘เสือมเหศวร’ หรือ ศวร เภรีวงษ์ นั้นเป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ที่อำเภอเดิมบางนางบวช เดิมเคยรับราชการเป็นทหาร แต่ชีวิตที่ต้องหันเหไปสู่เส้นทางของการเป็นโจร เพราะหลังจากที่เขาปลดประจำการ ได้ทราบข่าวว่าพ่อของตนเองถูกกำนันฆ่าตาย จึงไปเข้าร่วมกับกลุ่มโจรของเสือฝ้าย เพื่อหาทางแก้แค้นให้พ่อของตน หลังแก้แค้นได้สำเร็จ เขาก็ขอแยกตัวออกมาจากกลุ่มของเสือฝ้าย โดยเสือมเหศวรจะออกปล้นด้วยความโหดเหี้ยม จนได้ฉายาว่า จอมโจรมเหศวร และเพราะความที่มีของขลังห้อยคอ อย่าง พระมเหศวร ที่มีพุทธคุณในเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย ทำให้เขาหนีรอดจากการจับกุมของตำรวจได้หลายต่อหลายครั้ง 

แม้บ้างครั้งจะโดนตำรวจยิงเข้าที่ลำตัวและศรีษะหลายต่อหลายนัดก็ไม่เข้า จนร่ำลือว่าเป็นจอมโจรขมังเวทย์ แต่สุดท้ายก็ถูกปราบโดย พ.ต.ท จรูญ บุญสิทธิ์ ที่ได้เกลี้ยกล่อมให้มอบตัวและรับโทษในเรือนจำ พอพ้นโทษเสือมเหศวรก็บวชเป็นพระ และหลังจากสึกนั้นก็มีชีวิตถึงอายุประมาน 90 กว่าปี ยังแข็งแรงสุขภาพดี ก่อนจะเสียชีวิตในวัย 100 ปี 
 
เสือมเหศวร เป็นอีก 1 เสือ ที่ถูกนำไปดัดแปลงในรูปแบบภาพยนตร์มาแล้วสองครั้ง เรื่องแรกคือ จอมโจรมเหศวร ในปี 2513 ที่ได้คุณมิตร ชัยบัญชา พระเอกตลอดกาลมารับบทนี้และยังได้เสือมเหศวรตัวจริงมารับบทเป็นพ่อของคุณมิตรอีกด้วย ส่วนอีกเรื่องคือ ฟ้าทลายโจร ที่ได้ ต๊อก ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ มารับบทนี้ 

และคนล่าสุดที่จะมาสวมบทบาทเป็น เสือมเหศวร ใน ขุนพันธ์3 ก็คือหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ ที่ครั้งนี้จะมีการเน้นใส่เรื่องคาถาอาคมตามตำนานที่เล่าลือกันของเสือมเหศวร กับของขลังอย่าง พระมเหศวร ที่ช่วยให้แคล้วคลาดพร้อมเสริมด้วยคาถาลิงลมและจะเป็นผู้นำกลุ่มเชิ้ตขาวที่เข้าร่วมกับเสือฝ้าย หลังจากถูกพูดถึงมาแล้วภาคที่ 2
Moviesthai_Crime_in_Khunphan_SPACEBAR_Photo05_5de08e127c.jpeg
มาริโอ้ เมาเร่อ ผู้รับบท เสือมเหศวร / เสือมเหศวร ตัวจริง

4.เสือดำ 

ประวัติของ ‘เสือดำ’ ค่อนข้างเต็มไปด้วยปริศนา จากเรื่องราวที่ถูกเล่าลือต่อๆ กันมา ชื่อของ ‘เสือดำ’ นั้นมีคนเอาไปใช้หลายต่อหลายคนเพราะในยุคสมัยนั้น คำว่า ‘ดำ’ คือชื่อที่คนใช้กันเยอะมากๆ จนกลุ่มโจรหรือเสือที่ไม่ใช่ตัวจริงก็เอาไปแอบอ้าง แต่ก็มีอยู่ช่วงนึงที่เกิดเป็นข่าวโด่งดังกับการปรากฎตัวของ เสือดำ ตัวจริง ที่เป็นเจ้าอาวาสของวัดศรีนวลธรรมวิมล อย่าง พระครูสุนทรธรรมวิมล หรือ หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร ที่ได้ไปออกรายการต่างๆ พร้อมกับทั้งเสือใบและเสือมเหศวรตัวจริง และเล่าถึงช่วงที่ออกปล้นและปะทะฝีมือกับท่านขุนพันธ์ แต่สุดท้ายก็ถูกเปิดเผยจากการไปสัมภาษณ์ เสือใบ ว่าความเป็นจริงแล้วเสือดำตัวจริงได้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนหลวงพ่อเสือดำที่ออกมาอ้างตนนั้นยังไม่ใช่ตัวจริง แต่เป็นเพียงบุคคลที่มีชื่อว่า ดำ เท่านั้น ทำให้ประวัติตัวตนของเสือดำจริงๆ นั้นไม่มีความชัดเจนว่าเป็นใคร มีแต่เรื่องเล่าปากต่อปากเพียงเท่านั้น 

และด้วยความที่เสือดำตัวจริงไม่มีประวัติที่แน่ชัด มีแต่เพียงเรื่องเล่าปากต่อปาก เลยทำให้การนำเสือดำมาดัดแปลงปรับเปลี่ยนคาแรคเตอร์ไปใส่ในภาพยนตร์ละครได้ค่อนข้างที่จะบ่อยครั้ง และใน ขุนพันธ์3 ก็เป็นอีกครั้งที่หยิบตัวละคร เสือดำ มาปรับแต่งให้มีคาแรคเตอร์ตามฉบับภาพยนตร์ โดยได้ โตโน่ ภาคิน มารับบทบาทนี้ ที่จะเล่าถึง เสือดำ ที่เป็นจอมโจรสุดอำมหิตมีความโหดเหี้ยมและมีปูมหลังความแค้นกับท่านขุน ที่เป็นผู้นำของกลุ่มโจรเชิ้ตดำ พร้อมกับรอยสักหนุมานกลางหลังและวิชาเสกเป่าดินทรายให้บดบังดวงตาและสลายอาคมของศัตรู 
Moviesthai_Crime_in_Khunphan_SPACEBAR_Photo06_c20ff24644.jpeg
เสือดำ รับบทโดย โตโน่ ภาคิน / พระครูสุนทรธรรมวิมล หรือหลวงพ่อเสือดำ
ทั้งหมดนี้คือเหล่าจอมโจรที่ได้ฉายาว่า เสือ ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนและเคยมีตัวตนตามหน้าในประวัติศาสตร์ไทย ที่ถูกเล่าต่อๆ กันมาจนถึงปัจจุบันโดยทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะมีบทบาทสำคัญกับผลงานแอคชันไตรภาคฟอร์มยักษ์ของไทยอย่าง ขุนพันธ์ 3 ที่จ่อคิวเข้าฉายในวันที่ 2 มีนาคมนี้ที่จะเป็นบทสรุปส่งท้ายเรื่องของของท่านขุนที่ต้องมาปะทะอาคมกับสองเสือตัวสุดท้ายในแถบภาคกลางอย่างเสือดำและเสือมเหศวร คอหนังไทยและแฟนหนังเรื่องนี้ไม่ควรพลาด

ตัวอย่าง ขุนพันธ์ 3

Moviesthai_Crime_in_Khunphan_SPACEBAR_Photo07_cf3ee72d4c.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์