จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายพื้นที่ในประเทศไทยได้รับผลกระทบไปด้วย โดยประเทศไทยมีจังหวัดที่ได้รับความเสียหายหลายจังหวัดรวมถึงพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายต่อหลายครั้งทั้งในจังหวัดทางภาคเหนือและประเทศเมียนมาเอง
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หลายๆ คนเริ่มนึกย้อนไปถึงคำทำนายของหมอดูที่มีชื่อเสียงเช่น ‘หมอปลาย พรายกระซิบ’ ที่เคยไปออกรายการคุยเล่นเน้นคุย ของ กอล์ฟ เบญจพล โดยเผยแพร่ผ่านช่อง YouTube Golfbenjaphon TV ในรายการได้มีคำถามถึงภัยพิบัติภายในปี 2568 โดยหมอปลายได้พูดไว้ในรายการว่า “ภัยพิบัติจะมากกว่าปี 2567 จะเยอะตั้งแต่ต้นปีเรื่องของอุทกภัยและประเทศใกล้เคียงที่มีสึนามิซึ่งประเทศไทยอาจเจออาฟเตอร์ช็อกได้ เรื่องที่ต้องระวังในครึ่งปีแรกอีกเรื่องคือแผ่นดินไหว โดยประเทศที่จะเกิดแผ่นดินไหวคือประเทศพม่า เพราะฉะนั้นจังหวัดที่ใกล้พม่าต้องเตรียมตัว กรุงเทพฯ จะได้รับแรงสั่นสะเทือน” รายการดังกล่าวได้เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีคำทำนายของ ‘นอสตราดามุสเมืองไทย’ หรือ ‘อ.โสรัจจะ นวลอยู่’ ที่ได้พูดไว้ในรายการ THAIRATH TALK เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมาซึ่งก็ได้พูดคุยถึงเรื่องดวงเมืองในปี 2568 เช่นกัน โดย อ.โสรัจจะกล่าวไว้ว่า “จะเกิดเหตุแผ่นดินวิปโยคที่หมายถึงเกิดขึ้นทั่วประเทศ กรุงเทพฯ ค่อนข้างน่ากลัว จริงๆ ไม่อยากทายเพราะกลัวว่าคนจะกลัว อยากให้เริ่มระวังช่วงเดือนพฤษภาคม”
และคำทำนายของ ‘อ.ลักษณ์ โหราธิบดี’ ที่เคยให้สัมภาษณ์ในรูปแบบของบทความกับทางไทยรัฐไว้เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ว่า “เป็นปีที่ดาวปรวนแปรตั้งแต่ปลายปี 2567 จนถึงกลางปี 2568 โลกจะเจอทั้งภัยธรรมชาติ อากาศ อุณหภูมิ และการแปรปรวนของจิตใจคน” นอกจากนี้ยังได้พูดถึงเรื่องของภัยพิบัติใหญ่ในช่วงปี 2572-2575 อีกด้วย “ต้องมองยาวไปถึงปี 2575 จะมีเรื่องน่ากลัวหลายเรื่องทั้งแผ่นดินไหว แผ่นดินสไลด์ น้ำท่วม ผมและพระอริยสงฆ์หลวงพ่อศิลาท่านพูดแล้ว เห็นตรงกัน 2572-2575 จะมีเรื่องเกิดขึ้นที่น่าตกใจโดยเฉพาะเรื่องน้ำท่วมม”
ถึงแม้ว่าหลายๆ คนจะย้อนฟังคำทำนายเพื่อแสดงความคิดเห็นว่าอาจารย์ท่านนั้นแม่นในเรื่องของการคาดเดาเหตุการณ์ต่างๆ แต่ท้ายที่สุดถึงแม้ว่าเราจะรับรู้แล้วแต่ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ การได้ฟังคำทำนายหรืออ่านคำทำนายจึงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดีคือ สามารถเตรียมพร้อมรับมือและใช้ชีวิตอย่างมีสติกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น ส่วนข้อเสียคือ หากฟังเยอะ อ่านเยอะ รู้เยอะอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลภายในใจได้ อย่าลืมที่จะดึงสติของตัวเองกลับคืนมาเพราะความเชื่อในแต่ละด้านเป็นเรื่องส่วนบุคคล ควรมีขอบเขตในความเชื่อนั้นๆ ด้วย
ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล เชื่อได้แต่อย่าเชื่อจนทำให้เกิดความวิตกกังวล คิดเสียว่าคำทำนายที่เราได้รับฟังกันนั้นเป็นเครื่องเตือนสติในการใช้ชีวิต เพราะชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปแม้ว่าในอนาคตข้างหน้าอาจมีเหตุการณ์ภัยธรรมชาติอื่นเกิดขึ้นก็ตาม
เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาคงทำให้หลายๆ คนเรียนรู้ที่จะเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เมื่อฟังคำทำนายต่างๆ แล้วควรใช้วิจารณญาณในการรับฟัง และอีกวิธีที่จะทำให้เราสามารถเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ต่างๆ คือฟังข่าวสารที่อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ด้วยอีกทาง เช่นการพยากรณ์อากาศ หรือติดตามข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องนั่นเอง
เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวหลายๆ คนเริ่มแชร์ช่องทางการแจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ ไว้ เช่น แอปพลิเคชัน ‘TMD พยากรณ์อากาศ’ ที่เป็นแอปพลิเคชันจากทางกรมอุตุนิยมวิทยา ที่นอกจากรายงานสภาพอากาศแล้วยังมีการแจ้งข่าวแผ่นดินไหวให้ทราบอีกด้วย
ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล เชื่อได้แต่อย่าเชื่อจนทำให้เกิดความวิตกกังวล คิดเสียว่าคำทำนายที่เราได้รับฟังกันนั้นเป็นเครื่องเตือนสติในการใช้ชีวิต เพราะชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปแม้ว่าในอนาคตข้างหน้าอาจมีเหตุการณ์ภัยธรรมชาติอื่นเกิดขึ้นก็ตาม
เรื่อง: อารียา อรรคสุข