NCT DREAM กับภาพยนตร์เรื่องแรก NCT DREAM THE MOVIE : In A DREAM ฉายพร้อมกันในโรงภาพยนตร์วันที่ 30 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2565
ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ความฝัน ความพยายาม โดยเป็นการบันทึกภาพของสมาชิกทั้งเจ็ดคน นำโดย มาร์ค, เจโน่, แจมิน, แฮชาน, เหรินจวิ้น, เฉินเล่อ และจีซอง ในคอนเสิร์ตครั้งที่สอง “NCT DREAM TOUR THE DREAM SHOW2 : In A DREAM” ที่ Olympic Stadium ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้และเป็นสถานที่ในฝันของศิลปินหลายๆ คน
โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นการบันทึกการแสดงสดของโชว์ และยังประกอบไปด้วยภาพเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ 7Dream จะได้ขึ้นโชว์ให้ NCTzens ได้เห็น รวมทั้งมีการสัมภาษณ์พิเศษหลังเวทีที่บอกเล่าถึงความรู้สึกของสมาชิกทั้ง 7 คน
ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ความฝัน ความพยายาม โดยเป็นการบันทึกภาพของสมาชิกทั้งเจ็ดคน นำโดย มาร์ค, เจโน่, แจมิน, แฮชาน, เหรินจวิ้น, เฉินเล่อ และจีซอง ในคอนเสิร์ตครั้งที่สอง “NCT DREAM TOUR THE DREAM SHOW2 : In A DREAM” ที่ Olympic Stadium ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้และเป็นสถานที่ในฝันของศิลปินหลายๆ คน
โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นการบันทึกการแสดงสดของโชว์ และยังประกอบไปด้วยภาพเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ 7Dream จะได้ขึ้นโชว์ให้ NCTzens ได้เห็น รวมทั้งมีการสัมภาษณ์พิเศษหลังเวทีที่บอกเล่าถึงความรู้สึกของสมาชิกทั้ง 7 คน

นอกจากนี้สำหรับประเทศไทย เรายังได้ชมภาพยนตร์ในรูปแบบของจอ Screen X ซึ่งเป็นการฉายในจอ 270 องศา หรือจอ 3 ด้าน ด้วยคุณภาพ 2K ที่รับรองว่าแฟนๆ จะได้เห็นหน้าศิลปินคนโปรดได้อย่างชัดเจนรอบทิศทาง โดยสามารถดูได้ที่โรงภาพยนตร์ Screen X ของ Paragon Cineplex สามารถซื้อบัตรชมภาพยนตร์ได้ที่: majorcineplex

We are here together, We are NCT Dream
เพราะการได้ขึ้นโชว์ด้วยกัน 7 คน เป็นสิ่งที่รอคอยมานานไม่ว่าจะเป็น 7Dream เองหรือจะเป็นซือจื่อนี่ก็ตาม และคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็น 7Dream ขึ้นแสดงด้วยกัน การกลับมาร่วมคอนเสิร์ตครั้งนี้นอกจากจะมีความหมายกับพี่ใหญ่อย่าง “มาร์ค” แล้ว ยังมีความหมายต่อสมาชิกอีก 6 คนที่เหลือรวมถึงแฟนๆ ที่รอบคอย 7Dream อีกด้วย และนี่คงเป็นอีก 1 เหตุผลที่แฟนคลับได้เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้ ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวกว่าจะมาเป็น NCT DREAM TOUR THE DREAM SHOW2 : In A DREAM ความยากลำบาก ความเหนื่อยล้า และความสุขที่ได้ร่วมกันสร้างประสบการณ์สุดพิเศษในครั้งนี้ขึ้นมา
เพราะการได้ขึ้นโชว์ด้วยกัน 7 คน เป็นสิ่งที่รอคอยมานานไม่ว่าจะเป็น 7Dream เองหรือจะเป็นซือจื่อนี่ก็ตาม และคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็น 7Dream ขึ้นแสดงด้วยกัน การกลับมาร่วมคอนเสิร์ตครั้งนี้นอกจากจะมีความหมายกับพี่ใหญ่อย่าง “มาร์ค” แล้ว ยังมีความหมายต่อสมาชิกอีก 6 คนที่เหลือรวมถึงแฟนๆ ที่รอบคอย 7Dream อีกด้วย และนี่คงเป็นอีก 1 เหตุผลที่แฟนคลับได้เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้ ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวกว่าจะมาเป็น NCT DREAM TOUR THE DREAM SHOW2 : In A DREAM ความยากลำบาก ความเหนื่อยล้า และความสุขที่ได้ร่วมกันสร้างประสบการณ์สุดพิเศษในครั้งนี้ขึ้นมา

เราขอออกตัวก่อนว่าเราเป็นแฟนคลับของ NCT Dream คนหนึ่ง แม้จะเพิ่งเริ่มติดตามมาแค่ 4 ปี แต่ก็พอจะเข้าใจถึงการรอคอยของ 7Dream เหมือนอย่างแฟนคลับท่านอื่นๆ และเมื่อได้มีโอกาสได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็อยากจะมาแบ่งปันความรู้สึกที่ได้ดูผ่านตัวอักษร และหลังจากนี้จะเป็นการรีวิว NCT DREAM THE MOVIE In A DREAM จากความรู้สึกทั้งหมดของเรา

เข้าสู่ช่วงความรู้สึกจากผู้เขียน... (แอบสปอยล์นิดหน่อยนะ)
อยากบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้ดูหนังในโรง Screen X บอกเลยว่าตื่นตาตื่นใจนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าภาพที่เห็นจะชัดมากขนาดนี้ มองไปทางซ้ายเห็นเจโน่ยืนร้องเพลง มองตรงไปเจอแฮชานกำลังไฮโน๊ต หรือจะมองไปทางซ้ายเจอแจมินกำลังเต้นอย่างสนุก!!
โดยเนื้อหากว่า 40% จะเป็นการนำโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตในบางมุมมมองที่ไม่ได้มีใน Beyond Live (เพราะเราก็ซื้อมาดูเหมือนกัน) บางฉากเห็นแล้วก็รู้สึกว้าวมาก เพราะ (แอบคิดว่า) มุมกล้องดูเหมือนจะเป็นมุมกล้องของการถ่ายหนัง
ในพาร์ทของการบอกเล่าถึงความรู้สึกของเมมเบอร์ทั้ง 7 คนที่มีต่อกัน แอบบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เรามีความรู้สึกหลายอย่างปนเปกันไปหมด ทั้งน่ารัก ทั้งเศร้า ทั้งตลก เพราะเท่าที่เราติดตามมานานๆ ทีจะได้เห็น 7Dream บอกความในใจกันแบบนี้ นอกจากนี้คือทุกคนหล่อมาก!!! ชุดขาวทรงพลังจริงๆ
มาต่อกันในส่วนของเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น NCT DREAM TOUR THE DREAM SHOW2 : In A DREAM ที่ไม่ได้มีแค่ในฝันของ 7Dream หรือ NCTzens แต่มันกลายมาเป็นความจริงแล้ว เราบอกเลยว่าแอบ emotional นิดหน่อย จากเด็กตัวเล็กๆ ในวันนั้น มาสู่เด็กผู้ชาย 7 คนที่มีความฝันเหมือนกัน และได้ร่วมกันทำฝันออกมาให้เป็นจริงในวันนี้ การรวบรวมทุกความคิด ทุกสิ่งไว้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ของ 7Dream มันมีความหมายมากๆ ทุกอย่างที่ออกมาในคอนเสิร์ต คือสิ่งที่เด็กๆ ทุกคนอยากให้แฟนคลับได้เห็นและได้สนุกไปด้วยกัน แม้มันจะดูยากไปในบางช่วง แต่ 7Dream ก็ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ออกมาดีที่สุด อย่างที่แจมินบอกว่า “เราซ้อม 200% เพื่อที่จะแสดงให้ได้เต็มที่ 100%” วันนี้มันทำให้เราได้รู้ว่า 7Dream กำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และยุคสมัยของ NCT Dream กำลังปรากฎขึ้นให้ทุกคนได้เห็นแล้ว แม้ว่ามันอาจจะช้าไปบ้าง แต่ในฐานะของแฟนคลับอย่างเราก็อยากซัพพอร์ทเค้าไปเรื่อยๆ และอย่างที่เจโน่บอกว่า “อยากให้ 7Dream อยู่ไปถึง 40 ปี” พี่ก็จะซัพพอร์ทพวกเธอไปอีก 40 ปีเหมือนกัน
และสุดท้ายนี้เราหวังว่าจะได้เห็นคอนเสิร์ตของ 7Dream ในไทยแบบไม่ใช่ในโรงภาพยนตร์ และหวังว่าทุกคนจะซัพพอร์ทน้องดรีมไปอีก 40 ปีเหมือนกัน
Yo~! Dream!!! 쩔어주자 퐈이팅!
*หากผิดพลาดประการใด ขออภัย ณ ที่นี้*
อยากบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้ดูหนังในโรง Screen X บอกเลยว่าตื่นตาตื่นใจนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าภาพที่เห็นจะชัดมากขนาดนี้ มองไปทางซ้ายเห็นเจโน่ยืนร้องเพลง มองตรงไปเจอแฮชานกำลังไฮโน๊ต หรือจะมองไปทางซ้ายเจอแจมินกำลังเต้นอย่างสนุก!!
โดยเนื้อหากว่า 40% จะเป็นการนำโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตในบางมุมมมองที่ไม่ได้มีใน Beyond Live (เพราะเราก็ซื้อมาดูเหมือนกัน) บางฉากเห็นแล้วก็รู้สึกว้าวมาก เพราะ (แอบคิดว่า) มุมกล้องดูเหมือนจะเป็นมุมกล้องของการถ่ายหนัง
ในพาร์ทของการบอกเล่าถึงความรู้สึกของเมมเบอร์ทั้ง 7 คนที่มีต่อกัน แอบบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เรามีความรู้สึกหลายอย่างปนเปกันไปหมด ทั้งน่ารัก ทั้งเศร้า ทั้งตลก เพราะเท่าที่เราติดตามมานานๆ ทีจะได้เห็น 7Dream บอกความในใจกันแบบนี้ นอกจากนี้คือทุกคนหล่อมาก!!! ชุดขาวทรงพลังจริงๆ
มาต่อกันในส่วนของเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น NCT DREAM TOUR THE DREAM SHOW2 : In A DREAM ที่ไม่ได้มีแค่ในฝันของ 7Dream หรือ NCTzens แต่มันกลายมาเป็นความจริงแล้ว เราบอกเลยว่าแอบ emotional นิดหน่อย จากเด็กตัวเล็กๆ ในวันนั้น มาสู่เด็กผู้ชาย 7 คนที่มีความฝันเหมือนกัน และได้ร่วมกันทำฝันออกมาให้เป็นจริงในวันนี้ การรวบรวมทุกความคิด ทุกสิ่งไว้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ของ 7Dream มันมีความหมายมากๆ ทุกอย่างที่ออกมาในคอนเสิร์ต คือสิ่งที่เด็กๆ ทุกคนอยากให้แฟนคลับได้เห็นและได้สนุกไปด้วยกัน แม้มันจะดูยากไปในบางช่วง แต่ 7Dream ก็ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ออกมาดีที่สุด อย่างที่แจมินบอกว่า “เราซ้อม 200% เพื่อที่จะแสดงให้ได้เต็มที่ 100%” วันนี้มันทำให้เราได้รู้ว่า 7Dream กำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และยุคสมัยของ NCT Dream กำลังปรากฎขึ้นให้ทุกคนได้เห็นแล้ว แม้ว่ามันอาจจะช้าไปบ้าง แต่ในฐานะของแฟนคลับอย่างเราก็อยากซัพพอร์ทเค้าไปเรื่อยๆ และอย่างที่เจโน่บอกว่า “อยากให้ 7Dream อยู่ไปถึง 40 ปี” พี่ก็จะซัพพอร์ทพวกเธอไปอีก 40 ปีเหมือนกัน
และสุดท้ายนี้เราหวังว่าจะได้เห็นคอนเสิร์ตของ 7Dream ในไทยแบบไม่ใช่ในโรงภาพยนตร์ และหวังว่าทุกคนจะซัพพอร์ทน้องดรีมไปอีก 40 ปีเหมือนกัน
Yo~! Dream!!! 쩔어주자 퐈이팅!
*หากผิดพลาดประการใด ขออภัย ณ ที่นี้*




