ภาพยนตร์แอนิเมชันจีน 'นาจา 2 ' ที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปีและกลายเป็นหนังแอนิเมชันทำเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กำลังเตรียมพิชิตใจผู้ชมอเมริกันด้วยเวอร์ชันพากย์อังกฤษที่มี Michelle Yeoh นำทีมนักแสดงพากย์เสียง
สตูดิโอ A24 ผู้อยู่เบื้องหลัง 'Everything Everywhere All At Once' ประกาศเปิดตัวหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์สหรัฐอเมริกาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยหวังว่าเรื่องราวแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยมังกร ปีศาจ และเทพเจ้าอมตะที่มีรากฐานมาจากตำนานจีนโบราณ จะสามารถดึงดูดผู้ชมตะวันตกได้สำเร็จ
ความสำเร็จระดับปรากฏการณ์
นาจา 2 ทำรายได้ทั่วโลกถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ส่วนใหญ่จะมาจากตลาดในประเทศจีน ตัวเลขนี้ทำให้หนังเรื่องนี้อยู่ในระดับเดียวกับ 'Avatar: The Way of Water' ซึ่งเป็นเพียงภาพยนตร์อีกเรื่องเดียวที่ทำรายได้เกิน 2 พันล้านดอลลาร์หลังจากการระบาดของโควิด-19
Paul Dergarabedian นักวิเคราะห์บ็อกซ์ออฟฟิศจาก Comscore กล่าวว่า นี่อาจเป็นหนังนอกสหรัฐที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดแห่งปี รายได้ 2.2 พันล้านดอลลาร์ทำให้มันอยู่ในระดับตำนาน
สะพานเชื่อมวัฒนธรรม
Michelle Yeoh อธิบายในงานพรีเมียร์ที่ลอสแองเจลิสว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เธอเล่าให้นิตยสาร People ฟังว่าได้ดูนาจา 2 เวอร์ชันจีนแล้ว และตอนนั้นก็หวังว่า พวกเขาจะทำเวอร์ชันอังกฤษ เพราะเราต้องการให้เด็กๆ ได้ดูและเข้าใจ
ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของ นาจา เด็กที่มีพลังพิเศษ ออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือเพื่อนรักหลังจากบ้านเกิดถูกมังกรโจมตี เรื่องราวดัดแปลงมาจากนวนิยายจีนในศตวรรษที่ 16 เรื่อง 'Investiture of the Gods' ซึ่งมีรากฐานมาจากนิทานพื้นบ้านและตัวละครที่มีมานานนับพันปี
เทรนด์โลกาภิวัตน์ของคอนเทนต์
แม้การเปิดตัวครั้งแรกในต่างประเทศจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก โดยทำรายได้ในสหรัฐเพียง 20 ล้านดอลลาร์ แต่การมาของเวอร์ชันพากย์อังกฤษเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ชมตะวันตกเริ่มหันมาสนใจผลงานที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมเอเชียมากขึ้น
สัปดาห์ที่แล้วในสหรัฐอเมริกา อันดับ 12 อันดับแรกของบ็อกซ์ออฟฟิศมี 'Coolie' และ 'War 2' จากอินเดีย พร้อมกับ 'Shin Godzilla 4K' จากญี่ปุ่น ขณะที่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง 'KPop Demon Hunters' กำลังจะกลายเป็นหนังต้นฉบับที่มีคนดูมากที่สุดของ Netflix และ 'Squid Game' ยังคงเป็นซีรีส์ที่มีผู้ชมสูงสุดตลอดกาล
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงพลังของอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนที่กำลังก้าวทันหรือแม้แต่แซงหน้าฮอลลีวูด แต่ยังเป็นสัญญาณของการเปิดรับวัฒนธรรมข้ามชาติที่กำลังเกิดขึ้นในโลกยุคดิจิทัล




