การหาภาพยนตร์ดูซักเรื่อง หลายๆ คนก็มักจะเลือกจากแนวของอารมณ์ในภาพยนตร์เป็นที่ตั้ง วันไหนเครียดมาจากงาน ก็อาจอยากให้ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ช่วยเรียกเสียงหัวเราะแรกให้กับวันอันน่าเบื่อหน่าย หรือบ้างก็จะหาจากหน้าหนังหรือพื้นผิวของภาพยนตร์ เช่น อยู่ดีๆ ก็อยากดูหนังสงคราม หรืออยากล่องลอยไปกับโลกแฟนตาซี ก็ใช้คีย์เวิร์ดเหล่านี้ค้นหาได้เลย
แต่ถ้าหากใช้ตัวเลือก 2 แนวนี้แล้วยังไม่ค้นพบพล็อตที่ใช่ล่ะ จะทำอย่างไรดี?
วันนี้ SPACEBAR จึงได้หยิบเอาการจำแนกแนวภาพยนตร์อีกรูปแบบหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง ด้วยการหาภาพยนตร์ที่ตรงใจเรา จากการโครงสร้างหรือกลไลการเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ
ซึ่งแนวภาพยนตร์หรือ Genre ในแบบที่ 3 นี้ ถูกคิดค้นขึ้นโดย Blake Snyder นักเขียนผู้ล่วงลับ เจ้าของตำราสอนการเล่าเรื่องชื่อดัง อย่าง Save the Cat! เขาสร้างมันขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับบรรดาผู้สร้างสรรค์งานหรือนักเขียน ในการกำหนดทิศทางของเรื่องที่จะเล่า ซึ่ง Genre เหล่านี้ก็แบ่งออกมาได้ถึง 10 ประเภท ตามความนิยมของผู้ชมทั่วไป
แต่ถ้าหากใช้ตัวเลือก 2 แนวนี้แล้วยังไม่ค้นพบพล็อตที่ใช่ล่ะ จะทำอย่างไรดี?
วันนี้ SPACEBAR จึงได้หยิบเอาการจำแนกแนวภาพยนตร์อีกรูปแบบหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง ด้วยการหาภาพยนตร์ที่ตรงใจเรา จากการโครงสร้างหรือกลไลการเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ
ซึ่งแนวภาพยนตร์หรือ Genre ในแบบที่ 3 นี้ ถูกคิดค้นขึ้นโดย Blake Snyder นักเขียนผู้ล่วงลับ เจ้าของตำราสอนการเล่าเรื่องชื่อดัง อย่าง Save the Cat! เขาสร้างมันขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับบรรดาผู้สร้างสรรค์งานหรือนักเขียน ในการกำหนดทิศทางของเรื่องที่จะเล่า ซึ่ง Genre เหล่านี้ก็แบ่งออกมาได้ถึง 10 ประเภท ตามความนิยมของผู้ชมทั่วไป

โดยแนวภาพยนตร์ที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ เรียกว่า “Out of The Bottle” ซึ่งเป็นแนวภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับหัวข้อที่ผู้เขียนเกริ่นไปในข้างต้น อะไรจะเพลิดเพลินเท่า การเฝ้ามองดูตัวละครที่มีชีวิตอันราบเรียบ ได้รับพร หรือสิ่งของวิเศษที่จะพลิกชีวิตของเขาได้ “หากชีวิตสุดน่าเบื่อของเรา ได้เจออะไรแบบนั้นบ้างก็คงดี” ผู้เขียนรำพึงประโยคนี้ออกมาเสมอเวลาได้ชมภาพยนตร์แนวนี้
ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่นี้ ซึ่งมันก็มีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 ข้อด้วยกัน
‘คำอธิษฐาน’ ที่ถูกขอโดยตัวละครหลัก เพื่อตัวเอง หรือคนอื่นที่ตัวละครหลักต้องการ ซึ่งคำขอที่ว่าต้องชัดเจนว่าจะเปลี่ยนชีวิตธรรมดาของเขาได้
‘เวทมนตร์/คำสาป’ ที่จะตอบสนองคำอธิษฐานนั้น โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ แต่ข้อสำคัญคือมนตร์วิเศษเหล่านี้ ต้องมี “เหตุผล” และมี “กฏเกณฑ์” ชัดเจน
‘บทเรียน’ พึงระวังสิ่งที่คุณขอให้ดี ! นี่คือธีมส่วนใหญ่ของภาพยนตร์แนวนี้ เพราะแท้จริงแล้ว พรวิเศษอาจจะอยู่ในตัวคุณก็ได้
โดยภาพยนตร์ Out of The Bottle จำแนกแยกย่อยออกมาได้อีก 5 หมวด ซึ่งก็ยกตัวอย่างภาพยนตร์ออกมาได้ดังนี้
ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่นี้ ซึ่งมันก็มีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 ข้อด้วยกัน
‘คำอธิษฐาน’ ที่ถูกขอโดยตัวละครหลัก เพื่อตัวเอง หรือคนอื่นที่ตัวละครหลักต้องการ ซึ่งคำขอที่ว่าต้องชัดเจนว่าจะเปลี่ยนชีวิตธรรมดาของเขาได้
‘เวทมนตร์/คำสาป’ ที่จะตอบสนองคำอธิษฐานนั้น โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ แต่ข้อสำคัญคือมนตร์วิเศษเหล่านี้ ต้องมี “เหตุผล” และมี “กฏเกณฑ์” ชัดเจน
‘บทเรียน’ พึงระวังสิ่งที่คุณขอให้ดี ! นี่คือธีมส่วนใหญ่ของภาพยนตร์แนวนี้ เพราะแท้จริงแล้ว พรวิเศษอาจจะอยู่ในตัวคุณก็ได้
โดยภาพยนตร์ Out of The Bottle จำแนกแยกย่อยออกมาได้อีก 5 หมวด ซึ่งก็ยกตัวอย่างภาพยนตร์ออกมาได้ดังนี้
ขวดสลับร่าง
อาทิเช่น Freaky Friday (2003) ที่ว่าด้วยการที่ลูกสาววัยหัวรั้น ต้องมาสลับร่างกับแม่วัยกลางคน หรือจะเป็นซีรีส์ดังจากเกาหลีที่ดัดแปลงมากจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด อย่าง 18 again! (2020) เมื่อคุณพ่อวัยกลางคน ที่กำลังท้อแท้กับการประคองครอบครัว ได้รับโอกาสย้อนวัยไปเป็นเด็กวัยรุ่นสุดฮอตอายุ 18 เขาจะเลือกทางเดินอย่างไร
ขวดนางฟ้า
ภาพยนตร์แนวนี้มักจะตรงตัวกับคำว่า Out of The Bottle เลยก็ว่าได้ กับการที่มีนางฟ้ามามอบพรวิเศษให้กับตัวละคร อาทิเช่น ภาพยนตร์เรื่องฮิตอย่าง Aladdin (2019) ยักษ์จินนี่ที่พร้อมจะออกมามอบพรวิเศษ 3 ประการให้กับผู้ที่ถูตะเกียงวิเศษขวดสิ่งของ
The Nutty Professor (1996) ศาสตราจารย์ร่างอ้วนที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเอง ค้นพบสูตรยาที่ทำให้ตัวเขากลายเป็นอีกร่างหนึ่งที่ผอมและมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม หรือจะเป็นภาพยนตร์ชวนหัวสุดคลาสสิกอย่าง Click (2006) รีโมทมหัศจรรย์ที่ควบคุมชีวิตของผู้ใช้ได้ราวกับเครื่องเล่นวีดีโอขวดคำสาป
What women want (2000) จะเป็นอย่างไรเมื่อหนุ่มนักธุรกิจที่ไม่เคยใส่ใจผู้หญิงจนต้องเลิกกับภรรยา จู่ๆ ตื่นขึ้นมาก็พบว่าได้ยินทุกสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนคิด? หรือ Liar Liar (1997) ทนายจอมโกหกที่ถูกสาปให้โกหกไม่ได้อีกต่อไปขวดเหนือจริง
Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) เรื่องราวของคู่รักที่พยายามลบกันและกันออกจากความทรงจำ ซึ่งลบได้จริง! และ Groundhog Day (1993) ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยนักพยากรณ์อากาศเห็นแก่ตัว มนุษย์สัมพันธ์ติดลบคนหนึ่ง ที่ต้องตื่นขึ้นมาในวันอันน่าเบื่อวันเดิมแบบไม่มีจุดจบ
ซึ่งจากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า ภาพรวมแล้วภาพยนตร์แนวนี้ มักเป็นภาพยนตร์ตลก หรือไม่ก็เป็นภาพยนตร์ดราม่าน้ำดี ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจบางอย่างให้แก่ผู้ดูได้ ดังนั้นผู้เขียนก็ได้แต่หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้ผู้อ่านค้นพบภาพยนตร์ “Out of The Bottle” เรื่องที่เหมาะกับตัวเอง และใช้มันเติมพลังเพื่อไปต่อสู้กับชีวิตในวันต่อไป



