ถ้าพูดถึงชื่อของภาพยนตร์ Predator หลายคนที่เคยชมผ่านสายตามาน่าจะจำกันได้ดีว่าตัวละครนี้อยู่ในฐานะของ ‘ผู้ร้าย’ นักล่าตัวฉกาจที่มีทั้งความโหดเหี้ยม ดิบเถื่อนและน่ากลัว ไม่มีทางเลยที่คนดูอย่างเราจะเอาใจช่วยตัวละครนี้ได้ แต่สำหรับ Predator: Badlands กลับเลือกทำตรงกันข้ามเพราะในภาคล่าสุดนี้นักล่าสุดโหดจะกลายมาเป็น ‘พระเอก’ ที่เราจะคอยเอาใจช่วยเขาได้แบบเต็มหัวใจ นี่คือทิศทางใหม่ของแฟรนไชส์นักล่าที่อาจทำให้ภาคนี้กลายเป็น Predator ที่ดีที่สุดตลอดกาล

สำหรับเรื่องราวคร่าวๆ ของ Predator: Badlands จะเปลี่ยนแนวทางไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่พรีเดเตอร์เคยเป็นผู้ร้าย นี่จะเป็นครั้งแรกของแฟรนไชส์ที่พรีเดเตอร์กลายเป็นพระเอก โดยจะเป็นเรื่องราวของ Dek (Dimitrius Schuster-Koloamatangi) พรีเดเตอร์หนุ่มเผ่าเยาท์จาที่ถูกพ่อตัวเองมองว่าเป็นจุดอ่อนของตระกูลเพราะตัวเล็กและอ่อนแอเกินไป จนในที่สุดเขาต้องหนีออกมาและเดินทางไปตามล่าสัตว์ประหลาดที่ชื่อ Kalisk ที่ดาวเจนนาเพื่อพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าตัวเองแข็งแกร่งพอ เมื่อไปถึงดาวดวงนี้เขาได้พบกับ Thia (Elle Fanning) หุ่นไซบอร์กจากบริษัท Weyland-Yutani บริษัทใหญ่จากแฟรนไชส์ Alien ที่ก็มาตามล่าเจ้า Kalisk เหมือนกันจนเธอตัวขาดครึ่ง ทั้งสองเดินทางฝ่าฟันอันตรายด้วยกันและก่อให้เกิดเรื่องราวน่ารักที่น่าจดจำ

สำหรับพาร์ทของบทหรือเนื้อเรื่องก็ต้องบอกเลยว่านี่เป็นหนังพรีเดเตอร์ที่ดูย่อยง่ายที่สุดแล้วตั้งแต่มีมา ดำเนินเรื่องไปแบบเรียบง่ายเป็นขั้นเป็นตอนแต่ก็มีจังหวะเล่าเรื่องที่ตื่นเต้นไม่ทำให้น่าเบื่อ จุดเด่นที่ทำได้ดีมากๆ คือเรื่องของฉากแอ็กชันที่จัดเต็มเสิร์ฟให้คนดูแบบถึงใจ เริ่มตั้งแต่เปิดเรื่องและหลังจากนั้นก็แทบจะมีให้เห็นทุกๆ 10-15 นาที ดังนั้นตลอดเกือบสองชั่วโมงของหนัง คุณจะได้ดูฉากบู๊ที่มันหยดกันจนตาแฉะ นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจมากๆ ก็คือการ ‘เรียนรู้’ กันและกันของสองตัวละครระหว่าง Dek และ Thia ที่ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่ ‘ไม่สมบูรณ์’ แต่ก็ค่อยๆ ‘เติมเต็ม’ ให้กันและกัน ช่วยให้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างในโลกที่พวกเขาอยู่กันมากขึ้นได้ไม่ยาก โดยผู้กำกับฯ Dan Trachtenberg สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดีครบรสทั้งแอ็กชัน ดราม่า และคอมเมดี้ ไม่ผิดหวังเหมือนกับสองเรื่องก่อนหน้า (Prey และ Predator: Killer of Killers) ในแฟรนไชส์พรีเดเตอร์ที่ผ่านมาของเขา


ส่วนเรื่องอื่นๆ อย่างเซ็ตติ้งของโลกภายในหนังเรื่องนี้อย่างดาวเจนนาก็ทำออกมาได้น่าประทับใจ มีการสร้างความอันตรายต่างๆ ในดาวดวงนี้ที่ทำให้จาก Predator ที่เป็นนักล่ามาตลอดต้องกลายมาเป็นผู้ถูกล่าจากทั้งสัตว์และพืชสุดอันตรายจนต้องพยายามเอาตัวให้รอดจากดาวนี้เพื่อไปทำภารกิจที่เขาต้องทำต่อไปให้ได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของดนตรีประกอบที่ได้ Hans Zimmer นักทำเพลงประกอบภาพยนตร์มือฉมังมาสร้างสรรค์ดนตรีให้ซึ่งสร้างบรรยากาศตึงเครียดช่วยเสริมเรื่องราวสุดอันตรายในเรื่องนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม


ปิดท้ายด้วยเรื่องของการแสดงของตัวละครที่โดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะ Elle Fanning ที่เรื่องนี้ต้องเล่นถึงสองบทบาทคือ Thia และ Tessa ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยตัว Thia คือไซบอร์กที่มีความน่ารักช่างพูดแต่ก็ซ่อนความน่าสงสารเอาไว้ มีความเป็นมนุษย์จนทำให้คนดูอยากเอาใจช่วยตลอด แล้ว Elle ก็ทำได้ดีมากๆ เช่นเดียวกันกับตัว Tessa ที่บุคลิกตรงกันข้ามคือไร้ความเป็นมนุษย์ มีความเป็นไซบอร์กที่ไร้หัวใจแบบ 100% เป้าหมายในชีวิตเดียวคือทำภารกิจให้สำเร็จเท่านั้น และเธอก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมเช่นกันผ่านทั้งสีหน้าและท่าทางต่างๆ
ต้องบอกว่าใครที่ติดตามเรื่อง Prey และ Predator: Killer of Killers มาก่อนไม่ควรพลาดเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวง เพราะถ้าสองเรื่องก่อนหน้านั้นดีอย่างไรเรื่องนี้ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ส่วนใครที่ไม่เคยดูจักรวาล Alien หรือ Predator มาเลยก็ดูได้เพราะหนังเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนแต่ถ้าอยากเข้าใจเรื่องมากขึ้นก็แนะนำให้ดูกันมาก่อน ท้ายที่สุดด้วยองค์ประกอบที่บอกมาต้องยกความดีความชอบให้ผู้กำกับฯ Dan Trachtenberg ที่พาแฟรนไชส์นี้ไปสู่ทิศทางใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ตอกย้ำว่าเขาคือกีคในเรื่องพรีเดเตอร์จริงๆ
ภาพยนตร์เข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ และแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้ถ่ายมาเพื่อ IMAX แต่ก็มีให้ชมในระบบนี้นะครับ แค่เข้าไปฟังเสียงเพลงประกอบดีๆ แบบกระหึ่มบวกกับเรื่องราวสนุกๆ และฉากแอ็กชันมันๆ ก็คุ้มแล้วครับ





