สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำวงดุริยางค์ RBSO ในพระอุปถัมภ์ ออกแสดงเพลงพระนิพนธ์ ณ หอแสดงดนตรีอันทรงเกียรติ สามประเทศในยุโรป ระหว่างวันที่ 18 ถึง 22 พฤษภาคม 2566
เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเจริญพระชนมายุ 36 พรรษา มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ให้การสนับสนุนการแสดงคอนเสิร์ต RBSO European Tour 2023 กำหนดการแสดงในวันที่ 18 พฤษภาคม ณ Musikverein กรุงเวียนนา วันที่ 20 พฤษภาคม ณ Herkulessaal นครมิวนิค และ วันที่ 22 พฤษภาคม ณ La Seine Musicale กรุงปารีส
เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเจริญพระชนมายุ 36 พรรษา มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ให้การสนับสนุนการแสดงคอนเสิร์ต RBSO European Tour 2023 กำหนดการแสดงในวันที่ 18 พฤษภาคม ณ Musikverein กรุงเวียนนา วันที่ 20 พฤษภาคม ณ Herkulessaal นครมิวนิค และ วันที่ 22 พฤษภาคม ณ La Seine Musicale กรุงปารีส

ในการออกแสดง ณ หอแสดงดนตรีอันทรงเกียรติของประเทศทั้งสามของทวีปยุโรป หรือ RBSO European Tour 2023 นี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ องค์อุปถัมภ์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้วงดุริยางค์ Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) อัญเชิญเพลงพระนิพนธ์ในพระองค์สองบทออกแสดงด้วย โดยมี มิเคล มิลคิน (Michel Tilkin) เป็นผู้อำนวยเพลง พร้อมด้วย นิคลาส ลีเปอ (Niklas Liepe) เป็นผู้เดี่ยวไวโอลิน และ ทิทอส กูเวลิส (Titos Gouvelis) เป็นผู้เดี่ยวเปียโนในบทเพลงพระนิพนธ์ ร่วมกับนักดนตรีสมาชิกวง RBSO จำนวน 76 คน
นอกจากเพลงพระนิพนธ์สองบทแล้ว รายการเพลงในครั้งนี้ยังประกอบด้วยบทประพันธ์อัน เลื่องชื่อ คือ Vltava ของ Smetana และซิมโฟนีหมายเลข 8 ของ เดอโวชัก (Dvořák) บทเพลงพระนิพนธ์ทั้งสองบทในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้แก่ Le Mariage de Minuit – Fantaisie pour piano et orchestre และ Concerto for Violin and Orchestra ‘NEFRERETTA’ นี้ ได้เคยอัญเชิญออกบรรเลงหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีกลาย
นอกจากเพลงพระนิพนธ์สองบทแล้ว รายการเพลงในครั้งนี้ยังประกอบด้วยบทประพันธ์อัน เลื่องชื่อ คือ Vltava ของ Smetana และซิมโฟนีหมายเลข 8 ของ เดอโวชัก (Dvořák) บทเพลงพระนิพนธ์ทั้งสองบทในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้แก่ Le Mariage de Minuit – Fantaisie pour piano et orchestre และ Concerto for Violin and Orchestra ‘NEFRERETTA’ นี้ ได้เคยอัญเชิญออกบรรเลงหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีกลาย

RBSO European Tour 2023 นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์อีกบทหนึ่งแก่วงการดนตรีคลาสสิกสากลของชาติอีกครั้ง โดยเฉพาะการบรรเลง ณ มูสิกแฟไรน์ (Musikverein) กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย มูสิกแฟไรน์ มีความหมายว่าสโมสรดนตรี เป็น Concert Hall ที่เปิดต้อนรับนักดนตรีและผู้ชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1870 และเปรียบเสมือนเป็นบ้านของ Vienna Philharmonic Orchestra วงออเคสตราอันดับต้นของโลก โดยภายในมูสิกแฟไรน์แห่งนี้คือ Großer Saal (Great Hall) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งใน Concert Hall ที่ดีที่สุดในโลก สถานที่เคยถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปีพุทธศักราช 2507

บทพระนิพนธ์ทั้งสองมีรูปแบบ ‘ดนตรีพรรณา’ หรือ Program Music ด้วยองค์ผู้ทรงพระนิพนธ์ ทรงถ่ายทอดภาพของความทรงจำ, ประสบการณ์, ความประทับใจ, ความรู้สึก หรือ ความครุ่นคิด ในห้วงเวลาหนึ่งๆ บทพระนิพนธ์ทั้งสองยังเผยให้ผู้ฟังประจักษ์ในพระจริยวัตรต่อศาสตร์ศิลป์ด้านอื่นๆ อาทิ พระกรณียกิจด้านนฤมิตรศิลป์ด้านผ้าไทยและการออกแบบ พระกรณียกิจด้านกีฬาขี่ม้า ซึ่งล้วนส่งอิทธิพลและสร้างปัจจัย ก่อเกิดแรงบันดาลพระทัยต่อบทพระนิพนธ์เหล่านี้ มาโดยตลอด

RBSO European Tour 2023 นอกจากจะสะท้อนพระปณิธานของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ องค์อุปถัมภ์ ในการนำวง RBSO ออกแสดงให้เป็นที่รู้จักและประจักษ์ถึงความสามารถของคนไทยบนเวทีระดับโลก แล้วยังสื่อสัญลักษณ์แห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม รวมทั้งยืนยันความสัมพันธ์อันดีและไมตรีจิตระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐออสเตรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งต่างเป็นต้นแบบของดนตรีคลาสสิกตะวันตก อีกด้วย วัฒนธรรมเหย้าเยือนของดนตรีคลาสสิคนั้นมีมาอย่างยาวนาน ในยุคสมัยก่อนนั้น แต่ละชาติมีความแตกต่างกันของวัฒนธรรมอย่างชัดเจน ทั้งความแตกต่างของภาษาพูดและรสนิยมการใช้ชีวิต แต่สิ่งที่เปรียบเสมือนฑูตวัฒนธรรมก็คือดนตรีคลาสสิก เปรียบเป็นภาษากลางที่เชื่อมความแตกต่างทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน



