เย็นย่ำวันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม 2566 ที่ใครหลายคนอาจกำลังฝ่าการจราจรแสนติดขัดกลับไปพักผ่อนที่บ้าน แต่ชาวร็อกเมืองไทยมีวาระต้องมุ่งหน้าไป MCC Hall The Mall Ngamwongwan เพื่อสัมผัสกับคอนเสิร์ตของวงระดับตำนานอย่าง Mr.Big ที่ประกาศเวิล์ดทัวร์ครั้งสุดท้ายในชื่อ The BIG Finish ก่อนจะยุบวงอย่างเป็นทางการ หลังโลดแล่นอยู่บนเส้นทางดนตรีมานานมากว่า 30 ปี
สำหรับงานนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญฉลองครบรอบ 25 ปี ของนิตยสารดนตรี Overdrive บรรยากาศเลยคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย ศิลปินชื่อดังทั้งรุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่ใช้โอกาสนี้แวะเวียนมามาทักทายแฟนเพลง พร้อมร่วมอวยพรให้กับ Overdrive ขณะที่บูธจำหน่ายเสื้อทัวร์ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันเลยทีเดียว
กระทั่ง 19.30 น. ก็ได้เวลาที่ The O-Larn Project ขึ้นเวทีเรียกน้ำย่อยคนดู กับเพลงคุ้นหู อย่าง คน, มิตรภาพชั่วนิรันดร์, บทเพลงของคนหนุ่มสาว และ อย่าหยุดยั้ง ฝีมือกีต้าร์ของ ‘น้าโอ้’ โอฬาร พรหมใจ กับเสียงร้องของ ‘พี่โป่ง’ ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ ยังคงยอดเยี่ยมเช่นเคย
หลังเซ็ทเวทีเตรียมพร้อมกันเป็นที่เรียบร้อย เมื่อนาฬิกาเดินมาหยุด ณ 21.00 น. เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ไฟในฮอลล์มืดลง พร้อมกับการปรากฏตัวบนเวทีของ 3 สมาชิกหลัก Paul Gilbert (กีต้าร์), Billy Sheehan (เบส), Eric Martin (ร้องนำ) พ่วงด้วย Nick D'Virgilio อดีตมือกลองคณะ Spock's Beard มาทำหน้าที่แทน Pat Torpey ผู้ล่วงลับอย่างสมศักดิ์ศรี
พี่ใหญ่ของเราทักทายกันด้วยเพลง Addicted to That Rush ที่สมาชิกแต่ละคน ได้โชว์ฝีไม้ลายมือพอหอมปากหอมคอ ตามมาด้วย Take Cover กับ Undertow กระตุ้นอารมณ์แฟนเพลงได้เป็นอย่างดี
จากนั้น เข้าสู่เซ็ทเพลงจากอัลบั้ม Lean into It ที่ทางวงนำมาเล่นแบบยกชุดฉลองครบ 32 ปีอัลบั้มสุดคลาสสิค บรรดาเพลงฮิตอย่าง Alive and Kickin, Just Take My Heart, CDFF-Lucky This Time, Green Tinted Sixties Mind และ To Be with You ถูกนำมาเล่นจนครบ เสียงร้องของ Eric แม้บางช่วงดร็อปลงไปบ้าง แต่ก็ยังน่าทึ่งเมื่อเทียบอายุที่มากขึ้น ขณะที่ภาพ Paul กับ Billy ใช้สว่านไฟฟ้าโซโล ในเพลง Daddy, Brother, Lover, Little Boy ยังคงเป็นช็อตติดตาตรึงใจแฟนๆ
สำหรับงานนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญฉลองครบรอบ 25 ปี ของนิตยสารดนตรี Overdrive บรรยากาศเลยคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย ศิลปินชื่อดังทั้งรุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่ใช้โอกาสนี้แวะเวียนมามาทักทายแฟนเพลง พร้อมร่วมอวยพรให้กับ Overdrive ขณะที่บูธจำหน่ายเสื้อทัวร์ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันเลยทีเดียว
กระทั่ง 19.30 น. ก็ได้เวลาที่ The O-Larn Project ขึ้นเวทีเรียกน้ำย่อยคนดู กับเพลงคุ้นหู อย่าง คน, มิตรภาพชั่วนิรันดร์, บทเพลงของคนหนุ่มสาว และ อย่าหยุดยั้ง ฝีมือกีต้าร์ของ ‘น้าโอ้’ โอฬาร พรหมใจ กับเสียงร้องของ ‘พี่โป่ง’ ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ ยังคงยอดเยี่ยมเช่นเคย
หลังเซ็ทเวทีเตรียมพร้อมกันเป็นที่เรียบร้อย เมื่อนาฬิกาเดินมาหยุด ณ 21.00 น. เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ไฟในฮอลล์มืดลง พร้อมกับการปรากฏตัวบนเวทีของ 3 สมาชิกหลัก Paul Gilbert (กีต้าร์), Billy Sheehan (เบส), Eric Martin (ร้องนำ) พ่วงด้วย Nick D'Virgilio อดีตมือกลองคณะ Spock's Beard มาทำหน้าที่แทน Pat Torpey ผู้ล่วงลับอย่างสมศักดิ์ศรี
พี่ใหญ่ของเราทักทายกันด้วยเพลง Addicted to That Rush ที่สมาชิกแต่ละคน ได้โชว์ฝีไม้ลายมือพอหอมปากหอมคอ ตามมาด้วย Take Cover กับ Undertow กระตุ้นอารมณ์แฟนเพลงได้เป็นอย่างดี
จากนั้น เข้าสู่เซ็ทเพลงจากอัลบั้ม Lean into It ที่ทางวงนำมาเล่นแบบยกชุดฉลองครบ 32 ปีอัลบั้มสุดคลาสสิค บรรดาเพลงฮิตอย่าง Alive and Kickin, Just Take My Heart, CDFF-Lucky This Time, Green Tinted Sixties Mind และ To Be with You ถูกนำมาเล่นจนครบ เสียงร้องของ Eric แม้บางช่วงดร็อปลงไปบ้าง แต่ก็ยังน่าทึ่งเมื่อเทียบอายุที่มากขึ้น ขณะที่ภาพ Paul กับ Billy ใช้สว่านไฟฟ้าโซโล ในเพลง Daddy, Brother, Lover, Little Boy ยังคงเป็นช็อตติดตาตรึงใจแฟนๆ


เข้าสู่ช่วง Acoustic กับเพลง Big Gun, The Chain, Promise Her The Moon และ Wild World ที่คนดูร้องตามกันทั้งฮอลล์ จากนั้น ก็ถึงเวลาที่ใครหลายคนรอคอย กับการโชว์โซโล่กีต้าร์จาก Paul ที่คราวนี้เลือกเอาเพลง Nothing But Love จากอัลบั้ม Bump Ahead มาบรรเลงในรูปแบบใหม่ ต่อด้วย Colorado Bulldog อีกหนึ่งเพลงดัง ตามมาด้วยคิวโซโล่เบสของ Billy ที่โชว์ลีลาปั่นสายอย่างเมามัน และปิดท้ายช่วงนี้ด้วยเพลง Shy Boy จากวง Talas อันเป็นธรรมเนียมเหมือนทุกครั้ง
เข้าสู่ช่วงสุดท้าย กับอีกหนึ่งไฮไลท์ นั่นคือการสลับตำแหน่งกันเล่น โชว์เซ้นส์ทางดนตรีของสมาชิกแต่ละคน โดย Eric ไปเล่นเบส, Paul เล่นกลอง, Nick เล่นกีต้าร์ ส่วน Billy ร้องนำ ในเพลง ‘Good Lovin’ (ของ The Rascals) แต่น่าเสียดายที่ไมค์ของ Billy เกิดมีปัญหา จากนั้น มามันส์กันต่อกับอีก 1 เพลงคัฟเวอร์คือ Baba O’Riley (ของ The Who) ก่อนที่สมาชิกทั้งหมดจะมายืนโค้งคำนับแฟนเพลง ส่งทุกคนกลับบ้านอย่างอิ่มเอมใจ
นับเป็น 2 ชั่วโมงแห่งความสุข สนุก และซาบซึ้ง หลายคนไม่พลาดที่จะหยิบมือถือมาบันทึกช่วงเวลานี้ไว้ ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีวันเลิกรา หลังจากนี้ คงไม่ได้เห็นพวกเขาในนาม Mr.Big อีกแล้ว แต่หนทางข้างหน้าอาจนำพาให้เรามาพบกันอีก จนกว่าจะถึงวันนั้น ขอให้พวกคุณโชคดี…บ๊ายบายนะ ‘พี่ใหญ่’
เข้าสู่ช่วงสุดท้าย กับอีกหนึ่งไฮไลท์ นั่นคือการสลับตำแหน่งกันเล่น โชว์เซ้นส์ทางดนตรีของสมาชิกแต่ละคน โดย Eric ไปเล่นเบส, Paul เล่นกลอง, Nick เล่นกีต้าร์ ส่วน Billy ร้องนำ ในเพลง ‘Good Lovin’ (ของ The Rascals) แต่น่าเสียดายที่ไมค์ของ Billy เกิดมีปัญหา จากนั้น มามันส์กันต่อกับอีก 1 เพลงคัฟเวอร์คือ Baba O’Riley (ของ The Who) ก่อนที่สมาชิกทั้งหมดจะมายืนโค้งคำนับแฟนเพลง ส่งทุกคนกลับบ้านอย่างอิ่มเอมใจ
นับเป็น 2 ชั่วโมงแห่งความสุข สนุก และซาบซึ้ง หลายคนไม่พลาดที่จะหยิบมือถือมาบันทึกช่วงเวลานี้ไว้ ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีวันเลิกรา หลังจากนี้ คงไม่ได้เห็นพวกเขาในนาม Mr.Big อีกแล้ว แต่หนทางข้างหน้าอาจนำพาให้เรามาพบกันอีก จนกว่าจะถึงวันนั้น ขอให้พวกคุณโชคดี…บ๊ายบายนะ ‘พี่ใหญ่’






