เช้านี้ (6 พฤศจิกายน 2569) กองทัพเรือ ทำพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธี 52 ลำ ที่อู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ เพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับขั้นตอนในพิธี เมื่อพนักงานอ่านโองการ บวงสรวงแม่ย่านางเรือพระที่นั่งและเรือพระราชพิธี ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทั้ง 52 ลำจบ ผู้บัญชาการทหารเรือได้มอบพวงมาลัยให้กับนายเรือ เพื่อนำไปไหว้เรือของตนเอง คือ ผู้แทนนายเรือ เรือพระที่นั่ง 4 ลำ จำนวน 1 พาน ผู้แทนนายเรือ เรือรูปสัตว์ 10 ลำ จำนวน 1 พาน ผู้แทนนายเรือ เรือดั้ง เลขคี่ 1 - 21 จำนวน 1 พาน ผู้แทนนายเรือ เรือดั้ง เลขคู่ 2 - 22 จำนวน 1 พาน ผู้แทนนายเรือ เรือแซง 7 ลำ และเรือตำรวจ 3 ลำ จำนวน 1 พาน ผู้แทนนายเรือ เรือแตงโม เรืออีเหลือง เรือเสือทยานชล เรือเสือคำรนสินธุ์ เรือทองขวานฟ้า เรือทองบ้าบิ่น จำนวน 1 พาน

สำหรับพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือ เป็นพิธีที่ชาวเรือมีความเชื่อกันมาแต่โบราณว่า เรือทุกลำมีแม่ย่านางเรือสิงสถิตอยู่ คอยปกปักรักษา คุ้มครองป้องกันอันตรายทั้งปวงที่จะเกิดแก่เรือ ก่อนออกเรือทุกครั้งหรือการนำเรือไปใช้งาน จึงมักกระทำพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือ หรือบูชาแม่ย่านางเรือก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นขวัญ กำลังใจ แก่กำลังพลประจำเรือ ถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันต่อเนื่องมา ตราบจนปัจจุบัน

ขณะเดียวกันผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ย้ำความพร้อมของกำลังพลฝีพายทั้ง 2,200 นาย ที่ผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น พร้อมเพรียงทั้งกำลังกายและกำลังใจ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค ประจำปี 2569 อย่างสมพระเกียรติ ในวันนี้

พระราชพิธีครั้งนี้เป็นการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ด้วยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569

กองทัพเรือคัดเลือกกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ จำนวน 2,200 นาย ประจำเรือพระราชพิธี 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พล.ร.อ.นเรศ ตรวจเยี่ยมกำลังพลฝีพาย ณ จุดรวมพลเชิงสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
ก่อนหน้านี้กองทัพเรือเริ่มอบรมครูฝึกฝีพายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ตามด้วยการซ้อมย่อย 10 ครั้งระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม และซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม ซึ่งเน้น ความพร้อมเพรียง ความแม่นยำ และความปลอดภัย โดยเริ่มเคลื่อนขบวนที่สะพานพระราม 8 และสิ้นสุดที่วัดอรุณราชวราราม

สำหรับพิธีบวงสรวงเรือ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี มีพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ ประกอบพิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี 14 ลำ
การเตรียมขบวนเรือพระราชพิธีต้องดำเนินงานควบคู่กัน ทั้งการบำรุงรักษาเรือ การฝึกกำลังพล และการควบคุมรูปขบวน โดยคำนึงถึงตำแหน่ง ทิศทาง พื้นที่ และสภาพสายน้ำ ตลอดจนลำดับพิธีการตามแบบแผนพระราชประเพณี
รายละเอียดอย่างการกลับลำเรือพร้อมกัน ต้องอาศัยการวางแผนและความแม่นยำในการปฏิบัติ ความพร้อมจึงครอบคลุมทั้งสมรรถภาพของกำลังพลและทักษะการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เรือแต่ละลำเคลื่อนตามตำแหน่งและจังหวะที่กำหนด

เรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำในการเตรียมขบวนครั้งนี้ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 การฝึกปฏิบัติและถ่ายทอดองค์ความรู้ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยรักษาแบบแผนการจัดขบวนให้สืบเนื่องต่อไป
สำหรับ วัดอรุณราชวราราม ถือเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาและสัญลักษณ์สำคัญของกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวบ้านเรียกติดปากว่า วัดอรุณ หรือ วัดแจ้ง เป็นพุทธศาสนสถานในประเทศไทย มีสถานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดบางมะกอก ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีแห่งกรุงธนบุรี ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้ง เนื่องจากการยกทัพผ่านมาหน้าวัดในยามรุ่งอรุณ และเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดใหม่ จึงทรงพระราชทานนามวัดว่า "วัดอรุณราชวราราม" เพื่อเป็นวัดประจำรัชกาลอีกด้วย
มีพระอุโบสถประดิษฐานพระปางมารวิชัย พร้อมด้วยพระวิหารและพระเจดีย์ต่าง ๆ มีซุ้มประตูที่ประดับด้วยยักษ์วัดแจ้ง สีขาวและเขียว เป็นเทพพิทักษ์ซึ่งแสดงถึงความเชื่อและความงดงามทางศิลปะของวัด นอกจากนี้ยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมความงามและศึกษาประวัติศาสตร์


สำหรับประชาชนสามารถร่วมรับเสด็จได้ บริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม ซึ่งมีรายงานว่ามีประชาชนทยอยเดินทางเข้าพื้นที่จุดรับชมและจับจองที่นั่งเพื่อรอชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคกันตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว




