ริวอิจิ ซากาโมโตะ (Ryuichi Sakamoto) นักประพันธ์เพลงชาวญี่ปุ่นที่มีผลงานชื่อดังอย่างชุดเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘The Last Emperor’ และเรื่อง ‘Babel’ ไม่สามารถเล่นคอนเสิร์ตไลฟ์จบลงอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากสุขภาพที่ถดถอยลง และคาดว่าคอนเสิร์ตนี้อาจเป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายของชีวิต
“แรงผมเริ่มตกจริงๆ การแสดงคอนเสิร์ตปกติที่มีความยาวร่วม 90 นาที อาจเป็นเรื่องยาก ด้วยเหตุนี้ผมเลยต้องแสดงเพลงต่อเพลง และนำมาตัดต่อให้เหมือนการแสดงคอนเสิร์ตแบบต่อเนื่อง ซึ่งผมคิดว่าคงจะดีกว่า ขอให้ทุกคนสนุกกับการแสดงครับ” ซากาโมโตะ กล่าว
คอนเสิร์ตที่กล่าวถึงนี้เป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวรวม 13 เพลง รวมถึงเพลงประกอบจากเรื่อง The Last Emperor และ Merry Christmas Mr. Lawrence จัดแสดงแบบไลฟ์สตรีมรวม 4 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2022
“แรงผมเริ่มตกจริงๆ การแสดงคอนเสิร์ตปกติที่มีความยาวร่วม 90 นาที อาจเป็นเรื่องยาก ด้วยเหตุนี้ผมเลยต้องแสดงเพลงต่อเพลง และนำมาตัดต่อให้เหมือนการแสดงคอนเสิร์ตแบบต่อเนื่อง ซึ่งผมคิดว่าคงจะดีกว่า ขอให้ทุกคนสนุกกับการแสดงครับ” ซากาโมโตะ กล่าว
คอนเสิร์ตที่กล่าวถึงนี้เป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวรวม 13 เพลง รวมถึงเพลงประกอบจากเรื่อง The Last Emperor และ Merry Christmas Mr. Lawrence จัดแสดงแบบไลฟ์สตรีมรวม 4 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2022

ริวอิจิ ซากาโมโตะ ปัจจุบันอายุ 70 ปี เขาศึกษามานุษยดนตรีวิทยาที่มหาววิทยาลัยทัศนศิลป์และดนตรีแห่งชาติโตเกียว และมีความสนใจเกี่ยวกับดนตรีญี่ปุ่นโอกินาวาท้องถิ่น รวมถึงดนตรีอินเดีย และแอฟริกันท้องถิ่น โดยมี โกลด เดอบุสซี (Claude Debussy) เป็นแรงบันดาลใจ
เขามีความเชี่ยวชาญเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดเป็นพิเศษ และเริ่มหันมาประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ โดยเรื่องแรกที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือเรื่อง Merry Christmas Mr. Lawrence และเรื่อง The Last Emperor ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้เขารับรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม

ซากาโมโตะ ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งในลำคอเมื่อปี 2014 และต่อสู้กับโรคร้ายนี้มาตลอดจนตอนนี้ได้เข้าสู่มะเร็งขั้นที่ 4 แล้ว
“ผมเพิ่งอายุ 70 แต่ไม่รู้ว่าผมจะเห็นพระจันทร์เต็มดวงได้อีกกี่ครั้ง” เขากล่าว “ถึงจะคิดอย่างนั้นก็เถอะ ผมภาวนาว่าผมยังสามารถทำเพลงได้จนถึงนาทีสุดท้าย เช่นเดียวกับ บาค หรือ เดอบุสซี”
“ผมเพิ่งอายุ 70 แต่ไม่รู้ว่าผมจะเห็นพระจันทร์เต็มดวงได้อีกกี่ครั้ง” เขากล่าว “ถึงจะคิดอย่างนั้นก็เถอะ ผมภาวนาว่าผมยังสามารถทำเพลงได้จนถึงนาทีสุดท้าย เช่นเดียวกับ บาค หรือ เดอบุสซี”



