นับเป็นโอกาสดีที่ลำดับในการทัวร์คอนเสิร์ต [Follow The Movement] AOMG World Tour 2023 ครั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศลำดับที่ 2 ทำให้แฟนๆ ไม่ต้องรอคอยการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ของค่าย AOMG นาน โดยหลังจากที่มีการประกาศข่าวการทัวร์ครั้งนี้เกิดขึ้น บัตรคอนเสิร์ตขายหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่นาที ทำเอาแฟนเพลงและแฟนคลับศิลปินค่าย AOMG หลายคนเสียดายที่กดบัตรไม่ทันและเรียกร้องให้มีการแสดงเพิ่มรอบที่ 2 ขึ้นให้จงได้ แม้มันจะไม่เป็นผลก็ตาม แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปใย เพราะ SPACEBAR ได้เขียนรีวิวคอนเสิร์ตนี้อย่างละเอียดไว้ให้ทุกคน เสมือนคุณเป็นส่วนหนึ่งในความมันครั้งนี้ไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรบ้าง ตามพวกเรามาได้เลย

คอนเสิร์ตครั้งนี้เริ่มงานได้ตรงเวลาและ ศิลปินคนแรกที่ออกมาทักทายพวกเราแฟน AOMG ทุกคนก็คือ อูวอนแจ (Woo) ศิลปินแรปเปอร์ที่แจ้งเกิดจากรายการ Show Me The Money Season 6 ที่ทางค่ายเพิ่งประกาศเพิ่มเติมมาหลังการบัตรหมดลงว่า เขาจะมาทำการแสดงในคอนเสิร์ตนี้ด้วย และเพลงที่เจ้าตัวพกมาเล่นก็ดุเดือดเปิดฟลอร์ไม่แพ้ใครกับเพลง R.I.P, Chik Chik Pok Pok และ Chingiz ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการพูดคุยกันกับแฟนเพลง
วอนแจได้บอกกับแฟนๆ ว่า “เขาพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่จะพยายามพูดด้วยตัวเองเพื่อที่จะสื่อสารกับแฟนๆ ทุกคนให้ได้” นอกเหนือจากนี้วอนแจยังบอกถึงโปรดิวเซอร์คนสนิทอย่าง Code Kunst ว่า “เขาได้ทำเพลงหนึ่งที่ร้องง่ายมากๆ ทุกคนสามารถร้องตามไปด้วยกันได้นะ” และเมื่อสิ้นสุดประโยคนี้ลงเพลง Devil ก็ดังขึ้นและจบโชว์ครั้งนี้ของวอนแจด้วยเพลง Naya เพลงที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของวอนแจได้ดีที่สุด ก่อนที่เจ้าตัวจะลงจากเวทีไป
วอนแจได้บอกกับแฟนๆ ว่า “เขาพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่จะพยายามพูดด้วยตัวเองเพื่อที่จะสื่อสารกับแฟนๆ ทุกคนให้ได้” นอกเหนือจากนี้วอนแจยังบอกถึงโปรดิวเซอร์คนสนิทอย่าง Code Kunst ว่า “เขาได้ทำเพลงหนึ่งที่ร้องง่ายมากๆ ทุกคนสามารถร้องตามไปด้วยกันได้นะ” และเมื่อสิ้นสุดประโยคนี้ลงเพลง Devil ก็ดังขึ้นและจบโชว์ครั้งนี้ของวอนแจด้วยเพลง Naya เพลงที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของวอนแจได้ดีที่สุด ก่อนที่เจ้าตัวจะลงจากเวทีไป

ศิลปินคนถัดมาอย่างสาวน้อย ลีฮาอี หรือชื่อที่แฟนๆ ชาวไทยรู้จักกันในนามว่า ลีไฮ ศิลปินสาวหนึ่งเดียวในงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ ผู้ที่มากับน้ำเสียงหวานชวนเคลิ้มไปกับเพลงช้าๆ เบาๆ ให้เราได้พักหายใจจากความดุเดือดจากโชว์ก่อนหน้านี้ เมื่อเพลง Only และ Breathe ขึ้นมาคอนเสิร์ตก็ได้กลายเป็นทะเลแฟลชที่แฟนๆ พร้อมใจกันเปิดและโยกตัวฟังด้วยความปลาบปลื้มที่เธอทำโชว์ครั้งนี้ออกมาได้ดีเยี่ยมมากๆ เท่านั้นยังไม่พอ ลีไฮ ยังร้องเพลง Savior และ No One ที่งานนี้เธอลงทุนแรปท่อนของ B.I หนึ่งในศิลปินที่ร่วมงานด้วย แต่ไม่ได้มาในคอนเสิร์ตนี้ ในสไตล์ของเธอ ได้อารมณ์เพลงเวอร์ชันแปลกใหม่ที่ต่างออกไปจากลีไฮอีกด้วย อีกทั้งในเพลง H.S.K.T เธอก็ได้ให้แฟนเพลงตะโกนร่วมกันในท่อนที่ร้องว่า “มอรี ออกเกเย มูรืป พัล” ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลง 1,2,3,4 และ Red Lipstck ที่มีจังหวะสนุกสนาน เพื่อการส่งต่อโชว์ให้กับ Loco ผู้ชายที่พูดภาษาไทยตลอดทั้งคอนเสิร์ต (จนนึกว่าเป็นคนไทย) ขึ้นแสดงต่อ

อย่างที่เกริ่นไปพอ Loco ขึ้นเวทีเสียงกรี๊ดรอบตัวก็ดังมากขึ้นกว่าเดิมทันที และเปิดประเดิมด้วยเพลง Party Band และเพลง OPPA ที่ในครั้งนี้แฝงความพิเศษของเนื้อเพลงไว้ด้วยจากประโยค ‘ซารางเฮ’ เป็น ‘รักทุกคน’ และให้แฟนๆ ร้องตอบว่า ซารางเฮ แทน ช็อตนี้เล่นเอาทุกคนตะโกนตามสุดเสียง จากนั้นตามต่อมาด้วยเพลงกรูฟสวยๆ อย่าง Too Much และ Don’t ที่เพียงแค่ดนตรีขึ้นมาทุกคนก็พร้อมใจกันตะโกนสุดเสียงร้องเป็น ฮวาซา แทน ก่อนที่จะเซอร์ไพร์สด้วยการพา ไทแทน ศิลปินค่าย 411 Entertainment ขึ้นมารวมแจมกันในเพลงที่ได้ปล่อยไปเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา

หลังจากโชว์พิเศษจบลงบรรยากาศในฮอลล์คอนเสิร์ตได้เปลี่ยนกลายเป็นผับสุดร้อนแรงให้ทุกคนได้กระโดดโยกตัวกันแบบสุดกำลัง จากเพลง Like Water, It Takes Time, On It, BO$$ และปิดท้ายโชว์ด้วยเพลง No manners

ก่อนที่ Loco จะส่งเวทีต่อให้กับ นักร้อง แรปเปอร์และโปรดิวเซอร์มากความสามารถอย่าง เกรย์ (Gray) ศิลปินผู้มีเอกลักษณ์และลายเซ็นต์ในการทำเพลงขั้นสูงกับเสียงกระซิบคำว่า ‘เกรย์’ ในเพลงทุกเพลงที่เขาแต่งและร้อง ซึ่ง เกรย์ ก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง เพลงแรกของเขาเปิดตัวมาด้วยเพลง Dream Chaser และต่อเนื่องด้วยการโชว์ฝีมือการเล่นเครื่องซินธิไซเซอร์ในเพลง Show Window ก่อนที่จะขนเพลงฮิตมาโชว์การร้องและแรปอีกเพียบ

เพื่อให้การมาประเทศไทยของเขาสมบูรณ์แบบจะขาดไปไม่ได้กับการโชว์เพลง How To Love ที่ร่วมงานกับ แอลลี่ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และนี่คือโชว์แรกที่ทั้งคู่ได้ทำการแสดงร่วมกันอีกด้วย เรียกว่าพิเศษมากๆ ก่อนที่จะปิดท้ายโชว์ไปด้วยเพลง Just Do it ที่เรียกเพื่อนสนิทอย่าง Loco ออกมาแจมด้วยในเพลงนี้


โชว์ถัดไปของงานนี้ หลังจากที่เวลาผ่านไปรวดเร็วเกือบ 2 ชั่วโมงกว่า ตอนนี้บรรยากาศในฮอลล์ก็ได้เปลี่ยนเป็นทะเลบงสีเขียวเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากเหล่าอากาเซ่ ซึ่งเพียงแค่ VTR ภาพเปิดตัวขึ้นมา ทั้งฮอลล์ก็กระหึ่มไปด้วยเสียงกรี๊ดและต้อนรับการแสดงที่จะเกิดขึ้นของศิลปินคนถัดไปที่ทุกคนรอคอยอย่าง ยูคยอม หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 ที่ไม่ทิ้งความเป็นไอดอลที่แฟนเพลงหลายๆ คนรักเขา จัดเต็มทั้งการร้องและเต้นตั้งแต่ต้นจนจบเลย ทั้งเพลง I want you around , Take you down , Lights , Love the ways และมาร้องเพลงร่วมกับพี่ๆ ในค่ายอย่าง Loco และ Gray ในเพลง All about you , All your fault , Running through the rain แน่นอนว่ามีอีก 1 เซอร์ไพรส์ในการแสดงที่ประเทศไทยกับเพลง OOOWEE ที่ได้ โต้ง Twopee มาร่วมแรปโชว์ในเพลงนี้ ก่อนปิดท้ายด้วยเพลงใหม่ล่าสุดที่เพิ่งปล่อยมาอย่าง Ponytail


จากโชว์ของน้องเล็ก ต่อด้วยโชว์ของพี่ใหญ่สุด อย่าง Simon Dominic ที่ถึงแม้อายุจะ 40 ปีแล้ว แต่การแสดงของเขาก็เต็มไปด้วยถ้อยคำแรปอันดุเดือด ที่ไม่มีจังหวะให้คนดูได้หยุดพักหายใจ ทำเอาแฟนๆ ส่งเสียงเฮตามจนเหนื่อยแทน พร้อมด้วยวลีเด็ดอย่าง‘สนุกแน่นะวิ’ ที่พูดตลอดโชว์แถมออกเสียงชัดเจนและอินเนอร์จัดเต็มอีกต่างหาก

สำหรับโชว์ของซัมดีจะเป็นแร็ปทั้งหมดที่ไม่สามารถร้องตามได้ แต่แฟนๆ ทุกคนก็ตอบรับการแสดงอย่างดี สมกับตำนานแรปเปอร์ผู้โด่งดังแห่งเกาหลีใต้ และที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังที่สุดคงไม่พ้นการแสดงเพลง Mommae เพลงประจำตัวของ Jay Park ที่ต้องเล่นทุกครั้งในการแสดงของ AOMG ที่ซัมดียิงปืนควันตลอดทั้งโชว์



ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยโชว์รวมจากศิลปินทุกคนในวันนี้ด้วยเพลง 119 Remix , Upside down , TTFU , Party For The Night , On air, We are และ Who you ที่เต็มไปด้วยความมันส์และสนุกสนาน ถึงขนาดที่ วอนแจ พื้นรองเท้าหลุดกันเลยทีเดียว ก่อนที่ศิลปินทุกคนจะกล่าวคำอำลาเหลือไว้เพียงความทรงจำที่ยอดเยี่ยมสำหรับแฟนเพลงที่ได้ไปดูคอนเสิร์ตครั้งนี้
เรียกได้ว่านี่คือช่วงเวลา 4 ชั่วโมงเต็ม สำหรับการแสดง [Follow The Movement] AOMG World Tour 2023 in Bangkok ที่จบลงไปอย่างเต็มอิ่ม ทั้งศิลปินและแฟนคลับทุกคนจัดหนักจัดเต็มสมกับการรอคอย ก็ได้แต่หวังว่าทัวร์ต่อๆ ไปของ AOMG จะกลับมาเยือนที่ประเทศไทยอีกครั้งในไม่ช้านี้ คอนเสิร์ตนี้ สนุก ดุ เดือด ครบทุกรสชาติจริงๆ
แล้วพบกันใหม่นะชาวแก็ง AOMG
ขอขอบคุณ 411 Entertainment ที่ชวนพวกเรา SPACEBAR ไปชมงานครั้งนี้ด้วยมากๆ ครับ
เรียกได้ว่านี่คือช่วงเวลา 4 ชั่วโมงเต็ม สำหรับการแสดง [Follow The Movement] AOMG World Tour 2023 in Bangkok ที่จบลงไปอย่างเต็มอิ่ม ทั้งศิลปินและแฟนคลับทุกคนจัดหนักจัดเต็มสมกับการรอคอย ก็ได้แต่หวังว่าทัวร์ต่อๆ ไปของ AOMG จะกลับมาเยือนที่ประเทศไทยอีกครั้งในไม่ช้านี้ คอนเสิร์ตนี้ สนุก ดุ เดือด ครบทุกรสชาติจริงๆ
แล้วพบกันใหม่นะชาวแก็ง AOMG
ขอขอบคุณ 411 Entertainment ที่ชวนพวกเรา SPACEBAR ไปชมงานครั้งนี้ด้วยมากๆ ครับ



