เมื่อศิลปะฟื้นคืนชีวิตให้กับความทรงจำร่วมของผู้คนนับล้าน ผลลัพธ์คือความประทับใจที่ผู้ชมบอกกันปากต่อปากจนภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างเพียง 14 ล้านหยวนและไม่มีนักแสดงดังร่วมแสดงสักคนกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งปีที่กวาดรายได้ถึง 2,000 ล้านหยวน
จดหมายรักถึงอาม่า (Dear You)เล่าเรื่องของซกยิ้ว อาม่าชาวแต้จิ๋วที่ใช้ชีวิตในบั้นปลายกับลูกหลาน แผลในใจเพียงอย่างเดียวที่เธอไม่เคยลืมคือเรื่องที่สามีทิ้งเธอกับลูกไปมีครอบครัวใหม่ที่เมืองไทย ซกยิ้วในวัยสาวเป็นที่หมายปองของใครต่อใครด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะสวยและพื้นฐานมาจากครอบครัวที่ดี แต่เธอใจเด็ดพอที่จะหนีตามบักเซ็ง ชายที่เชื่อว่าเป็นรักแท้ไปใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน หลังจากนั้นไม่กี่ปีบักเซ็งจำต้องทิ้งครอบครัวหนีการเกณฑ์ทหารเพื่อออกรบในสงคราม บักเซ็งทำงานอย่างหนักในประเทศไทยโดยส่งจดหมายรักพร้อมเงินให้ซกยิ้วไม่เคยขาดอยู่หลายปี แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลับได้รับรูปถ่ายของบักเซ็งกับครอบครัวใหม่ วันนั้นเองที่ซกยิ้วตัดสินใจเลิกรอและตัดขาดจากบักเซ็งอย่างเด็ดขาด
เรื่องราวความรักของอาม่าซกยิ้วคงจบลงตรงนั้นถ้าไม่เพราะวันหนึ่งหลานชายที่อยู่ในสภาพถังแตกเกิดไอเดียออกไปตามหาอากงที่เมืองไทยเพื่อขอเงินก้อนมาใช้ล้างหนี้ นำไปสู่การค้นพบความจริงชวนสงสัยที่ว่าอากงบักเซ็งตายไปแล้วกว่าสิบปีก่อนที่รูปถ่ายใบนั้นจะถูกส่งมา แล้วใครคือคนที่เขียนจดหมายและส่งเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวของซกยิ้ว? ความจริงของเรื่องนี้คือความลับที่แสนเศร้าแต่อบอุ่นและเป็นความหมายใหม่อันลึกซึ้งของความผูกพันระหว่างครอบครัว
ช่วงศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ชาวแต้จิ๋วอพยพลงใต้รวมถึงไทยด้วยสาเหตุหลากหลาย ทั้งหนีภัยธรรมชาติ สงครามและความยากจน ด้วยความรักและซื่อสัตย์ต่อครอบครัวพวกเขาเขียนจดหมายส่งกลับบ้านพร้อมเงินที่หาได้อย่างสม่ำเสมอด้วยความหวังว่าวันหนึ่งจะได้กลับไปอยู่กันพร้อมหน้า ปัจจุบันจดหมายเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ในซัวเถาซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเก็บรักษา “โพยก๊วน” (จดหมายที่ชาวจีนเหล่านี้เขียนถึงครอบครัวและส่งกลับบ้านพร้อมเงินสด) โดยเฉพาะเท่านั้น
“โพยก๊วน” นับแสนฉบับเป็นบันทึกของความทรงจำร่วมของชาวแต้จิ๋ว ถ้าหลาน หงชุน (Lan Hongchun) ผู้กำกับฯ และผู้เขียนบทไม่หยิบมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณค่าและความหมายของมันคงค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับจำนวนคนที่เกี่ยวข้องที่ล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา จดหมายรักถึงอาม่า คือบันทึกภาพชีวิตที่ทำให้คนรุ่นเราได้เห็นถึงความอดทนของคนรุ่นก่อน ได้เห็นความคิดถึงกลั่นเป็นจดหมายจากใจของคนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และได้เห็นความผูกพันอันมหัศจรรย์ของผู้หญิงที่เป็นแม่
ความทรงจำเป็นนามธรรมแต่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ด้วยการผูกอยู่กับรูปธรรมต่างๆ เช่น ตัวหนังสือ รูปภาพ พิธีกรรม การแสดง และอื่นๆ ในขณะที่ไม่กี่ปีมานี้เราพูดกันถึงการสร้าง Soft Power เพื่อสร้างอิทธิพลระหว่างประเทศ จดหมายรักถึงอาม่าทำให้เราได้เห็นว่าการให้ความสำคัญกับความทรงจำร่วมในวัฒนธรรมของเราเองก็มีพลังที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน
เรื่อง: ณฐภรณ์ รัตนชัยวงศ์




