ดูเผินๆ ในวัยใกล้เคียงกัน และ สถานะภาพจำความเป็นพระเอกบู๊ผู้ผดุงความยุติธรรมของทั้งคู่ คนดูอาจจะจินตนาการไปว่าสองพระเอกแห่งโลกภาพยนตร์ คงจะมีความสัมพันธ์อันดีตามประสาคู่หูฮีโร่ฝ่ายธรรมมะตลอดกาล แต่ในความจริงนอกจอกลับไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะแท้จริงแล้วในยุคที่ภาพยนตร์แอ็กชันเฟื่องฟูไปทั่วโลก การต้องแย่งชิงสถานะพระเอกบู๊เบอร์หนึ่ง ทำให้ทั้งคู่นั้นต้องแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ราวกับเมสซี และ โรนัลโด แห่งโลกภาพยนตร์เลยทีเดียว
ย้อนกลับไปในปี 1977 ที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรกในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ภาพจำแรกของสตอลโลนที่มีต่อ อาร์โนลด์ คือการที่เจ้าของบทบาทคนเหล็กแนะนำตัวสุดมั่นว่า
“สวัสดี ผมอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ นักแสดงดาวรุ่งสุดร้อนแรงประจำปีนี้!”
และการแนะนำตัวสุดมั่นใจนี้เองก็ทำให้สตอลโลนถึงกับกลอกตามองบนออกมาแบบไม่รู้ตัว ซึ่งหลังจากนั้นอะไรๆ ก็ดูท่าจะแย่ลงไปอีก เมื่อนักแสดงนำแรมโบอ้างว่า อาร์โนลด์ มีท่าพึงพอใจอย่างชัดเจน ในทุกๆ ครั้งที่เขาชวดชัยในการเข้าชิงรางวัลต่างๆ
เพราะแท้จริงแล้วในยุคที่ภาพยนตร์แอ็กชันเฟื่องฟูไปทั่วโลก การต้องแย่งชิงสถานะพระเอกบู๊เบอร์หนึ่ง ทำให้ทั้งคู่นั้นต้องแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ราวกับเมสซี และ โรนัลโด แห่งโลกภาพยนตร์เลยทีเดียว
ย้อนกลับไปในปี 1977 ที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรกในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ภาพจำแรกของสตอลโลนที่มีต่อ อาร์โนลด์ คือการที่เจ้าของบทบาทคนเหล็กแนะนำตัวสุดมั่นว่า
“สวัสดี ผมอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ นักแสดงดาวรุ่งสุดร้อนแรงประจำปีนี้!”
และการแนะนำตัวสุดมั่นใจนี้เองก็ทำให้สตอลโลนถึงกับกลอกตามองบนออกมาแบบไม่รู้ตัว ซึ่งหลังจากนั้นอะไรๆ ก็ดูท่าจะแย่ลงไปอีก เมื่อนักแสดงนำแรมโบอ้างว่า อาร์โนลด์ มีท่าพึงพอใจอย่างชัดเจน ในทุกๆ ครั้งที่เขาชวดชัยในการเข้าชิงรางวัลต่างๆ

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมารายการ The Late show โดย เดวิด เล็ทเทอร์แมน สตอลโลนก็เผลอหลุดปากออกมาว่าตัวเขานั้นเคยบาดหมางกับ อาร์โนลด์ชนิดเข้าไส้ แต่เขาใช้สิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์โดยใช้มันผลักดันตัวเอง
“เรามีความบาดหมางกันสุดๆ” สตอลโลนยอมรับออกมาตรงๆ
“คุณเคยได้ยินไหมล่ะ? การแข่งขันอันเข้มข้น ที่คุณมีคู่แข่งตัวฉกาจที่พร้อมจะดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคุณออกมา”
“หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็รู้สึกชอบการแข่งขันนี้ขึ้นมา ผมหลงไหลในความเป็นคู่แข่งของเราที่ผลักดันกันและกัน”
“เขายิงปืนที่ใหญ่ขึ้น ผมยิงคนมากขึ้น เขาก็ไปยิงคนมากขึ้นอีก จากนั้นเขาก็เริ่มเล่นภาพยนตร์ ไซ-ไฟ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านมาทั้งคู่ก็ได้ละทิ้งความบาดหมาง และจับมือกันเป็นเจ้าของร่วมร้านอาหาร Planet Hollywood สาขา ลาสเวกัส ร่วมกับ บรูซ วิลลิส ยอดดาราแอ็คชั่นรุ่นน้องอีกคน แถมยังเคยกลับมาแสดงภาพยนตร์ร่วมกันจับปืนถล่มเหล่าร้ายในภาพยนตร์แฟรนไชน์รวมดาราบู๊อย่าง The Expendables หรือ ชื่อไทย โคตรคน ทีมมหากาฬ อีกหลายภาค
ซึ่งทางฝั่ง อาร์โนลด์ ก็ได้ตอบคำถามถึงการสะสางความบาดหมางในอดีตของเขากับ สตอลโลน ไว้ดังนี้
“เรามีความบาดหมางกันสุดๆ” สตอลโลนยอมรับออกมาตรงๆ
“คุณเคยได้ยินไหมล่ะ? การแข่งขันอันเข้มข้น ที่คุณมีคู่แข่งตัวฉกาจที่พร้อมจะดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคุณออกมา”
“หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็รู้สึกชอบการแข่งขันนี้ขึ้นมา ผมหลงไหลในความเป็นคู่แข่งของเราที่ผลักดันกันและกัน”
“เขายิงปืนที่ใหญ่ขึ้น ผมยิงคนมากขึ้น เขาก็ไปยิงคนมากขึ้นอีก จากนั้นเขาก็เริ่มเล่นภาพยนตร์ ไซ-ไฟ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านมาทั้งคู่ก็ได้ละทิ้งความบาดหมาง และจับมือกันเป็นเจ้าของร่วมร้านอาหาร Planet Hollywood สาขา ลาสเวกัส ร่วมกับ บรูซ วิลลิส ยอดดาราแอ็คชั่นรุ่นน้องอีกคน แถมยังเคยกลับมาแสดงภาพยนตร์ร่วมกันจับปืนถล่มเหล่าร้ายในภาพยนตร์แฟรนไชน์รวมดาราบู๊อย่าง The Expendables หรือ ชื่อไทย โคตรคน ทีมมหากาฬ อีกหลายภาค
ซึ่งทางฝั่ง อาร์โนลด์ ก็ได้ตอบคำถามถึงการสะสางความบาดหมางในอดีตของเขากับ สตอลโลน ไว้ดังนี้

“ผมดีใจนะ ที่เราสะสางความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงของพวกเราได้ เพราะมันไม่น่ารักเลย”
“ช่วงนั้นพวกเราโจมตีกันในสื่ออย่างไม่ลดละ… จนจู่ๆ มันก็กลายเป็นเรื่องไร้สาระมาก เพราะไปๆ มาๆ มันคือการแข่งขันว่าใครมีร่างกายล่ำบึ้กกว่ากันซะอย่างงั้น”
“ผมก็เลยพูดกับเขาตรงๆ ว่า เพื่อนยาก (สตอลโลน) นายลืมเรื่องนั้นไปซะเถอะ เพราะโลกนี้มี Mr.Olympia (รางวัลการประกวดนักกีฬาเพาะกายสูงสุดในระดับโลก) 7 สมัยเพียงคนเดียว และคนนั้นก็คือฉันเอง!” ชวาร์เซเน็กเกอร์ กล่าวติดตลกปิดท้าย
“ช่วงนั้นพวกเราโจมตีกันในสื่ออย่างไม่ลดละ… จนจู่ๆ มันก็กลายเป็นเรื่องไร้สาระมาก เพราะไปๆ มาๆ มันคือการแข่งขันว่าใครมีร่างกายล่ำบึ้กกว่ากันซะอย่างงั้น”
“ผมก็เลยพูดกับเขาตรงๆ ว่า เพื่อนยาก (สตอลโลน) นายลืมเรื่องนั้นไปซะเถอะ เพราะโลกนี้มี Mr.Olympia (รางวัลการประกวดนักกีฬาเพาะกายสูงสุดในระดับโลก) 7 สมัยเพียงคนเดียว และคนนั้นก็คือฉันเอง!” ชวาร์เซเน็กเกอร์ กล่าวติดตลกปิดท้าย




