ต้องบอกว่าเรื่องราวมหากาพย์ระหว่างอดีตสองเพื่อนรักอย่าง ‘ต้า เฟ็ดเฟ่’ กับ ‘ยัต ชัยโสโร’ เกิดขึ้นมานานราวๆ 1 ปีกว่าๆ แล้ว โดยระหว่างทางที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ช่วงแรกๆ สังคมก็ยังตัดสินใจกันไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นต้นกำเนิดของปัญหา จนกระทั่งฝั่งต้าเริ่มเปิดเผยปมปัญหาต่างๆ ออกมาเรื่อยๆ สังคมก็เริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะฝั่งยัตนั้นเลือกที่จะเงียบอย่างเดียว และใช้การฟ้องร้องต่อต้าอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเองแทบไม่เคยเดินทางมาขึ้นศาลเลยสักครั้ง
ล่าสุดทางด้านเฟสบุ๊ก ‘เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ FEDFE’ ได้ออกมาโพสต์คลิปเสียงสำคัญที่มีเนื้อหาตอนที่ต้าโทรไปหายัต แล้วพูดเรื่องการแบ่งทรัพย์สินของช่อง Chaisoro ซึ่งเป็นช่องที่ทั้งสองเคยทำมาด้วยกันหลังจบจากเฟ็ดเฟ่ แต่ทางยัตได้ตอบกลับประมาณว่าจริงๆ แล้วต้าแค่ขอมาทำร่วมกับเขา ไม่เคยถูกนับเป็นหุ้นส่วน หรือมีส่วนร่วมในทรัพย์สินอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว ต้า เฟ็ดเฟ่ เคยมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทนี้ด้วย โดยคลิปเสียงนี้มีคนเข้าไปฟังกว่า 5.2 ล้านคนแล้ว
นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความอีกหลายอย่าง เช่น “ข่มขู่ ให้วิ่งกลางแดดจนเป็นลม ให้เลิกกับแฟนเพราะหวังเคลมเอง จีบโกนหัว ตบหน้าต่อหน้าลูกค้า ด่าจนลูกน้องหมดความนับถือ แกล้งให้ออกตังในคลิปแล้วไม่คืน กดดันใช้ให้เป็นทาสหาเงินให้”
“เงินเดือนผู้บริหาร เจ้าของ ผู้กำกับ คนทำคลิปครีเอทีฟ 150,000 อยู่ๆลดโดยไม่มีเหตุผล เหลือ 40,000 บอกว่ากูอยากลดมึงมีไรปะ แต่ตั้งเงินเดือนเมียตามใจ อยากได้เพิ่มก็ไปขอทานเอา”
“เงินรายได้ค่ายูทูป หากไม่ลงอะไร เดือนนึงจะได้ประมาณ 2 แสน ไม่เคยแบ่งซักครั้ง เลยหวังจะเอาอีกช่องไปด้วย วางแผนชีวิตไม่ต้องทำงาน”
“พอเหลืองออกมา เริ่มมีสติ ทักกลับไปคุยดีๆว่า สมบัติ กำไร ที่สร้างมา แบ่งกัน แต่พลาดไปแล้ว เอกสารปลอมครบ รวมหัว ผัว เมีย บัญชี ลูกน้อง เราไม่เคยเป็นเจ้าของร่วมกัน มึงเป็นแค่ลูกน้องไอ้ขี้ข้า”
“วันที่แอบไปเปลี่ยนหุ้น เหลืองยังทำงานไม่ได้พักอยู่ในออฟฟิศ วางแผนปลอมลายเซ็นในทุกเอกสาร”
โดยตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวนี้จะจบลงเมื่อไหร่ เพราะฝั่งต้าเองก็ยังต้องเดินทางไปทำเรื่องคดีความที่โดนฟ้องร้องที่ศาลอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตัวต้าไปด้วยตัวเองเกือบจะตลอด แต่ฝั่งคนฟ้องไม่เคยมาเองเลย ซึ่งสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นก็ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่น่าใจหายมากๆ สำหรับคนที่เคยเป็นเพื่อนกันมา 20 กว่าปี ทำธุรกิจมาด้วยกัน แต่กลับมีแค่ฝั่งเดียวที่ได้ผลประโยชน์ อีกฝ่ายไม่ได้อะไร แถมยังโดนฟ้องเพิ่มเติมอีก 20 ล้านบาท และมีการกลั่นแกล้งอีกหลายต่อหลายเรื่อง เหมือนไม่เคยคิดว่าคนๆ นี้เป็นเพื่อนกันเลยด้วยซ้ำ ก็คงต้องมารอติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร





