นักร้องซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) เปิดใจถึงสาเหตุที่เธอตัดสินใจไม่ขึ้นแสดงในช่วงพักครึ่งของการแข่งขัน Super Bowl ในรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon ที่ออกอากาศเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น)
แม้บทสัมภาษณ์หลักในรายการจะดูสบายๆ ถึงขั้นพูดคุยกันเรื่องขนมปังแต่ในเวอร์ชันขยายที่เผยแพร่บนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของรายการนั้นกลับมีเนื้อหาสำคัญที่แฟนๆ รอคอย โดยเฉพาะคำตอบของเทย์เลอร์ต่อข่าวลือที่ว่าเธอปฏิเสธการแสดง Halftime Show เพราะไม่ได้ถือสิทธิ์ในวิดีโอการแสดง
เทย์เลอร์ตอบคำถามนี้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่ใช่เลย” ก่อนจะอธิบายอย่างละเอียดว่าเธอไม่เคยได้รับข้อเสนออย่างเป็นทางการจากทีมจัดงานเลยด้วยซ้ำ มีแค่ทีมบริหารของเธอได้รับคำถามอย่างไม่เป็นทางการจาก Roc Nation บริษัทที่ดูแลด้านบันเทิงของ Super Bowl ภายใต้การนำของ Jay-Z เท่านั้น
เธอเล่าว่า “Jay-Z ใจดีและให้เกียรติฉันเสมอ ทีมของเราใกล้ชิดกันมาก บางครั้งพวกเขาก็โทรมาถามอย่างคนคุ้นเคยกันว่า ‘เธอรู้สึกยังไงถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น?’ ซึ่งไม่ใช่ข้อเสนอจริงๆ หรือการประชุมในห้องใหญ่ เป็นแค่การถามความเห็นเฉยๆ”
เธอบอกว่าต่อให้มีข้อเสนอเข้ามาจริงก็คงยังไม่พร้อมเพราะตอนนี้กำลังอินอยู่กับกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่ ทราวิส เคลซี (Travis Kelce) คู่หมั้นของเธอผู้เป็นถึงไทต์เอนด์ของทีม Kansas City Chiefs ต้องลงสนามแข่งในฤดูกาลนี้ เธอกลัวว่าจะกังวลกับการแข่งขันของแฟนหนุ่มมากกว่าจะโฟกัสกับการแสดง
จากนั้นเทย์เลอร์เล่าติดตลกว่า “ลองคิดดูสิ เขาอยู่ในสนามเสี่ยงชีวิตทุกสัปดาห์แล้วฉันกลับกำลังนั่งคิดว่า ‘ท่าเต้นฉันควรเป็นแบบไหนดีนะ? เล่นสองท่อนของ “Shake It Off” ต่อด้วย “Blank Space” แล้วปิดด้วย “Cruel Summer” ดีไหม?’ มันคงไม่ใช่แน่ๆ”
เธอยังเสริมว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับทราวิสเลย เพราะจริงๆ แล้วแฟนหนุ่มของเธออยากให้เธอขึ้นแสดงมากแต่เธอรู้สึกว่า “ตอนนี้ใจของฉันจดจ่ออยู่กับเขาและเกมของเขามากเกินกว่าจะคิดถึงอย่างอื่น”
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูว่าเทย์เลอร์จะขึ้นแสดงในปี 2026 ก่อนที่ NFL จะประกาศอย่างเป็นทางการว่า Bad Bunny คือศิลปินผู้รับหน้าที่ในปีนั้นแทน




