แม้ BITEC Live จะตั้งอยู่ไกลจากพื้นที่จัดคอนเสิร์ตที่แฟนเพลงชาวไทยคุ้นเคย แต่ระยะทางก็ไม่อาจขัดขวางเหล่า 10vely ที่ตั้งใจเดินทางมาสนับสนุน เตนล์–ชิตพล ลี้ชัยพรกุล ได้เลย ตลอดสามวันของการจัดงาน พื้นที่โดยรอบไบเทค บางนา จึงเต็มไปด้วยกลุ่มคนในเสื้อผ้าและเครื่องประดับสีม่วงที่ทยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงสาย ราวกับทั้งพื้นที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสังคมเล็กๆ ของคนที่มีความรักต่อศิลปินคนเดียวกัน
TEN: CORE0110 – 10th Anniversary Concert จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากแฟนๆ จะได้พบปะ แลกเปลี่ยนของแจก และถ่ายภาพเก็บความทรงจำร่วมกันแล้ว บริเวณหน้าฮอลล์ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมจากแบรนด์และพาร์ตเนอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Zato Sparkling, Peptein, CP, Purina One, The Rolling Pinn, Souri, Birdy, SCULPTURE, BWB (Bitch With Brain), GETGLOW Clinic และอีกหลายแบรนด์ พื้นที่ว่างหน้าฮอลล์จึงถูกเติมเต็มด้วยเสียงหัวเราะ เสียงเชียร์ และความคึกคักตั้งแต่ก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่มขึ้น
กว่าจะเดินทางมาถึงวันที่มีคอนเสิร์ตเดี่ยวสามรอบ และสามารถจำหน่ายบัตรหมดสองในสามรอบ พร้อมสร้างสถิติผู้ชมรวมกว่า 22,000 คนให้กับตัวเอง เส้นทางของเตนล์ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย ตลอดสิบปีในวงการ K-POP ภายใต้บริษัทขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ เขาต้องเผชิญทั้งการแข่งขัน ความกดดัน และข้อจำกัดมากมาย เพื่อรักษาความฝันที่เรียบง่ายแต่ต้องใช้ความพยายามอย่างสูง นั่นคือการได้เป็นศิลปินที่ขึ้นเวทีและแสดงความสามารถให้ผู้คนได้เห็น

เมื่อสิบปีก่อน เตนล์ได้รับการยอมรับอย่างโดดเด่นในฐานะนักเต้น ด้วยทักษะและเอกลักษณ์การเคลื่อนไหวที่ทำให้ผู้ชมจดจำเขาได้ทันที แต่ในช่วงหนึ่งอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าทำให้เขาต้องพักรักษาตัวและไม่สามารถเต้นได้ตามปกติ แทนที่จะปล่อยให้ช่วงเวลานั้นหยุดเส้นทางของตัวเอง เตนล์กลับใช้มันเป็นโอกาสในการฝึกฝนการร้องเพลงอย่างจริงจัง จนวันนี้เขาไม่ได้เป็นเพียงคนที่จับไมค์และร้องเพลงได้ แต่เป็นเพอร์ฟอร์เมอร์ที่สามารถควบคุมทั้งเสียงร้อง การเต้น และอารมณ์ของเวทีไปพร้อมกัน
ความพยายามของเตนล์ยังไม่ได้หยุดอยู่ที่ทักษะการร้องและเต้น การเป็นคนไทยที่เข้าไปเติบโตในวงการเพลงต่างประเทศทำให้เขาต้องเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ปัจจุบันเตนล์สามารถสื่อสารได้ถึงห้าภาษา ทั้งภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาบ้านเกิด ภาษาอังกฤษที่เรียนมาตั้งแต่วัยเด็ก ภาษาเกาหลีที่ใช้ในการทำงาน ภาษาจีนจากช่วงเวลาที่โปรโมตกับสมาชิก WayV และภาษาญี่ปุ่นที่ช่วยให้เขาสื่อสารกับแฟนเพลง รวมถึงถ่ายทอดผลงานเพลงภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยตัวเอง
แต่ดูเหมือนว่าเตนล์ยังไม่เคยมองว่าความสำเร็จที่ผ่านมาเป็นจุดอิ่มตัว เพราะในอนาคตอันใกล้ เขากำลังจะมีผลงานเพลงภาษาไทยเพลงแรก พร้อมกับอัลบั้มชุดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เห็นตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขา หลังจากใช้เวลาสิบปีท้าทายขีดจำกัดของตัวเองในวงการ K-POP วันนี้เตนล์จึงไม่ได้เพียงออกมาแสดงความสามารถให้คนไทยและผู้ชมทั่วโลกได้เห็น แต่กำลังเริ่มต้นเลือกทิศทางการเดินทางของตัวเองอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเตนล์ประกาศแผนการเติบโตบนเส้นทางดนตรี โดยเลือกไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัดเดิมในเกาหลีใต้ และเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสร้างสรรค์ illimnt ซึ่งจะมีส่วนดูแลผลงานของเขาในอนาคต ควบคู่กับ Tenth Sound บริษัทโปรดักชันภายใต้เครือเดียวกันที่ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการสร้างสรรค์ดนตรี คอนเสิร์ต อีเวนต์ และเทศกาลดนตรีทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

TEN: CORE0110 จึงไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ แต่เป็นเวทีที่เตนล์ได้พิสูจน์ความสามารถอีกครั้งในฐานะคนทำงานที่มีส่วนร่วมกับแทบทุกกระบวนการ สิ่งที่เขาเคยจินตนาการ สิ่งที่ยังไม่เคยมีโอกาสทำ และภาพของคอนเสิร์ตที่อยากมอบให้แฟนๆ ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านการแสดงทั้งสามรอบ โดยแต่ละวันมีรายละเอียดและบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป
หนึ่งในความพิเศษคือแขกรับเชิญที่ไม่ซ้ำกันตลอดสามวัน และการเลือกแขกในแต่ละรอบก็ช่วยสร้างอารมณ์ของคอนเสิร์ตให้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด วันแรกเริ่มต้นด้วยบรรยากาศสบายๆ และเป็นกันเอง วันที่สองเพิ่มความตื่นเต้นและความสนุกมากขึ้น ก่อนที่วันสุดท้ายจะปิดฉากด้วยพลังของโชว์ที่ทำให้เห็นศักยภาพของเตนล์ในฐานะศิลปินเดี่ยวได้อย่างชัดเจนที่สุด
ในด้านการออกแบบโชว์ ทุกองค์ประกอบสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้แตกต่างจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวทีไฟที่ใช้เปลวไฟจริง เวทีน้ำที่ทำให้การเคลื่อนไหวของเตนล์มีมิติและน่าจดจำมากขึ้น ตลอดจนการออกแบบพื้นที่การแสดงให้เขาสามารถเดินทางเข้าไปหาแฟนๆ ได้อย่างใกล้ชิด คำพูดที่ว่าเตนล์จะพยายามไปพบผู้ชมให้ทั่วทั้งฮอลล์จึงไม่ได้เป็นเพียงคำสัญญา แต่เกิดขึ้นจริงตลอดการแสดง
ความน่าประทับใจของคอนเสิร์ตไม่ได้อยู่เพียงความอลังการของโปรดักชัน แต่ยังอยู่ที่ความสามารถของเตนล์ในการควบคุมเวที เขารู้ว่าจะใช้พลังกับช่วงใด รู้ว่าเมื่อไรควรปล่อยให้ท่าเต้นและแสงสีทำงาน และรู้ว่าเมื่อไรควรลดทุกอย่างลงเพื่อใช้เพียงน้ำเสียงและความรู้สึกสื่อสารกับคนดู ต่อให้ผู้ชมอยู่ในฮอลล์ขนาดใหญ่ เตนล์ก็ยังสามารถสร้างความรู้สึกใกล้ชิดราวกับกำลังพูดคุยกับแฟนแต่ละคนโดยตรง
ตลอดทั้งสามวัน เตนล์กล่าวขอบคุณผู้คนที่อยู่ข้างเขามาเสมอ ทั้งแฟนๆ ครอบครัว เพื่อนๆ ตลอดจนทีมงานและผู้สนับสนุนที่รับฟังความต้องการของเขา และช่วยทำให้ตัวตนที่อยู่ในจินตนาการถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคอนเสิร์ตจริง ความสำเร็จบนเวทีจึงไม่ได้ถูกเล่าในฐานะผลงานของศิลปินเพียงคนเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของความสัมพันธ์ที่เติบโตและสะสมมาตลอดสิบปี

หากถามว่าสิบปีที่ผ่านมาให้อะไรกับ เตนล์–ชิตพล ลี้ชัยพรกุล บ้าง คำตอบคงไม่ได้มีเพียงทักษะการเต้นที่แข็งแรงขึ้น หรือเสียงร้องที่พัฒนาขึ้นเท่านั้น แต่สิบปียังมอบความกล้าที่จะคิดและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ นอกเหนือจากกรอบของคำว่า K-POP ทำให้เขารู้ว่าตัวเองต้องการเป็นศิลปินแบบใด และอยากพาผลงานของตัวเองเดินทางไปในทิศทางไหน
ขณะเดียวกัน เส้นทางสีม่วงที่เหล่า 10vely ช่วยกันปูไว้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนเพียงฝ่ายเดียว เพราะเตนล์เองได้ตอบแทนความรักเหล่านั้นด้วยการแสดงที่สนุกและสมบูรณ์ขึ้นทุกครั้ง พร้อมนำความสามารถที่พัฒนาขึ้นกลับมาให้แฟนๆ ได้ภาคภูมิใจร่วมกันเสมอ
TEN: CORE0110 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานฉลองว่าเตนล์อยู่ในวงการมาครบสิบปี แต่เป็นการประกาศว่า หลังจากใช้เวลายาวนานบ่มเพาะความสามารถ เรียนรู้จากข้อจำกัด และค้นหาตัวตนของตัวเอง วันนี้เตนล์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คำว่า ‘TENLEE’ มีหน้าตา เสียง และสีสันเป็นอย่างไร และจากนี้ไปคนทั้งโลกต้องรู้จัก TENLEE





