อะไรคือ Soft Power ของไทย?
ถ้าถามคำถามนี้เมื่อสิบปีก่อนหลายคนคงตอบเหมือนกันว่า ผัดไทย ต้มยำกุ้ง มวยไทย หรือรอยยิ้มของคนไทย แต่วันนี้คำตอบอาจมีมากกว่านั้น เพราะสิ่งที่คนทั่วโลกกำลังหลงรักไม่ใช่แค่ ‘สิ่งที่ประเทศไทยมี’ หากเป็น ‘วิถีที่คนไทยใช้ชีวิต’
ไม่นานมานี้มีคลิปหนึ่งบน TikTok ที่ทำให้คนไทยหลายคนต้องอมยิ้ม เป็นภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั่งตั้งใจห่อเมี่ยงคำทีละคำ ค่อยๆ หยิบใบชะพลู ใส่มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสง ขิง หอมแดง มะนาว กุ้งแห้ง พริก แล้วราดน้ำเมี่ยง ก่อนจะค่อยๆ ยกเข้าปากด้วยสีหน้าที่ทั้งลุ้นและตื่นเต้น
หรับคนไทยเมี่ยงคำอาจเป็นของว่างที่คุ้นเคย กินตามงานวัด งานบุญ หรือร้านอาหารไทย แต่สำหรับคนที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเมนูนี้ไม่ใช่อาหารที่หยิบเข้าปากได้ทันที เพราะทุกคำต้องเริ่มจากการเรียนรู้ว่า ‘ต้องห่ออย่างไร’ และ ‘ใส่อะไรบ้าง’
นั่นเองที่ทำให้เมี่ยงคำแตกต่างจากอาหารอีกหลายชนิด เพราะมันไม่มีสูตรที่ถูกต้องเพียงสูตรเดียว บางคนชอบพริกเยอะ บางคนไม่กินขิง บางคนบอกว่าต้องใส่มะนาวทั้งเปลือกถึงจะครบรส เวลาคนไทยนั่งกินด้วยกันจึงมักได้ยินประโยคอย่าง "ลองใส่อันนี้เพิ่มสิ" หรือ "คำนี้อร่อยกว่า" เสมอ การกินจึงไม่ได้มีแค่รสชาติแต่ยังมีการพูดคุย แบ่งปัน และหัวเราะร่วมกันบนโต๊ะอาหาร
แนวคิดนี้สอดคล้องกับคำอธิบายของ องค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) ที่ระบุว่า การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปชิมอาหารเพียงอย่างเดียว แต่คือการเรียนรู้วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของผู้คนผ่านอาหาร ขณะเดียวกันงานศึกษาของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แก้วตา ม่วงเกษม (Asst. Prof. Dr. Kaewta Muangasame) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ Professor Eerang Park และ Professor Sangkyun Kim ต่างพบว่า สิ่งที่นักท่องเที่ยวจดจำได้ดีที่สุดไม่ใช่เพียงรสชาติของอาหาร แต่คือเรื่องราว ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางร่วมกับผู้คนในท้องถิ่น
หากมองให้กว้างขึ้นเมี่ยงคำไม่ใช่ตัวอย่างเดียว เพราะช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสิ่งที่ชาวต่างชาติหลงใหลในประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนจาก ‘ของที่ต้องซื้อ’ มาเป็น ‘ชีวิตที่อยากลองใช้’
เราเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากออกตามหากางเกงช้างจนกลายเป็นของฝากประจำทริป ทั้งที่เดิมเป็นเพียงกางเกงลำลองราคาหลักร้อยของคนไทย เราเห็นชาวต่างชาติพากันไปร้านหมูกระทะ นั่งกินข้าวร้านริมทาง เดินตลาดเช้า ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก และใช้เวลาหลายชั่วโมงในร้านสะดวกซื้อ เพราะสำหรับพวกเขาสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กิจวัตรธรรมดา แต่คือประสบการณ์ที่บอกว่า ‘นี่แหละคือวิถีชีวิตของคนไทย’
แม้แต่เรื่องที่คนไทยไม่เคยคิดว่าจะเป็นคอนเทนต์อย่าง การใส่ชุดนอนเดินเข้าเซเว่น ก็ยังกลายเป็นเทรนด์บนโลกออนไลน์ นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่า พวกเขารู้สึกประทับใจที่คนไทยสามารถใช้ชีวิตสบายๆ เดินลงมาซื้อของหน้าปากซอยในชุดลำลองโดยไม่มีใครตัดสินหรือมองเป็นเรื่องแปลก จนหลายคนลองทำตามและบอกว่านี่คือช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกว่า ‘ได้ใช้ชีวิตเหมือนคนไทยจริงๆ’
เมื่อนำภาพทั้งหมดมาต่อกันจะเห็นว่า Soft Power ของไทยกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่โลกจดจำเราจากอาหารและสถานที่ท่องเที่ยว วันนี้ผู้คนเริ่มสนใจสิ่งที่ลึกกว่านั้นนั่นคือวิธีที่คนไทยกินข้าว แต่งตัว พูดคุย ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว และมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน
กางเกงช้างจึงไม่ใช่แค่กางเกง เมี่ยงคำไม่ใช่แค่ของว่าง และการเดินเข้าเซเว่นในชุดนอนก็ไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ บนโลกออนไลน์ แต่ทั้งหมดกำลังเล่าเรื่องเดียวกันคือประเทศไทยไม่ได้ส่งออกเพียงสินค้า อาหาร หรือการท่องเที่ยว หากกำลังส่งออก ‘วิถีชีวิต’ ที่ผู้คนจากอีกฟากโลกอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง
บางที...Soft Power ที่แข็งแรงที่สุดของไทยอาจไม่ใช่วันที่คนทั้งโลกพูดว่า "อาหารไทยอร่อย" แต่คือวันที่พวกเขาเริ่มอยากใส่กางเกงช้าง เดินเข้าเซเว่นในชุดนอน นั่งล้อมวงกินหมูกระทะ และถามคนไทยว่า "ช่วยสอนฉันห่อเมี่ยงคำหน่อยได้ไหม"
เพราะในวันที่ผู้คนเริ่มเลียนแบบวิถีชีวิตของเรา นั่นหมายความว่าสิ่งที่ประเทศไทยกำลังส่งออกไม่ใช่เพียงวัฒนธรรม หากคือ ‘ความเรียบง่ายที่ทำให้คนรู้สึกอยากใช้ชีวิตแบบคนไทย’




