“รักษาเค้าไว้ดีๆ นะ คนที่ยอมลงจากรถ เดินบนทางด่วนเพื่อไปร่วมงานรับปริญญาฯ ของคุณน่ะ”
นี่คือคำพูดที่สะท้อนถึงความทุ่มเทของผู้คนที่ตั้งใจเดินทางไปร่วมงานรับปริญญาฯ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2568 แต่กลับต้องเผชิญกับฝันร้ายจากการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก ผู้ร่วมงานหลายคนต้องลงจากรถและเดินเท้าตั้งแต่บนทางด่วนเพื่อไปให้ถึงที่หมาย ปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญต่อสังคมว่า “การเชิญครอบครัวและเพื่อนฝูงมาร่วมงานรับปริญญาฯ จำเป็นจริงหรือ?” (อ่านบทความเรื่อง ฝันร้ายวันรับปริญญาฯ ม.ธรรมศาสตร์! จราจรติดขัด ฝุ่น PM2.5 ทำชีวิตยุ่งเหยิง)
จากความยินดีสู่ความเหนื่อยล้า หลายครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่ตั้งใจไปร่วมงานด้วยใจยินดีกลับต้องเผชิญกับความยากลำบาก สะท้อนถึงการจัดการงานที่ขาดความพร้อมและความใส่ใจต่อผู้ร่วมงาน แม้การมีครอบครัวและเพื่อนมาร่วมงานจะเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มความภาคภูมิใจในชีวิตแต่หากต้องแลกมาด้วยความลำบากกาย การแสดงความยินดีจะสามารถสะท้อนออกมาในรูปแบบอื่นได้หรือไม่?
ในยุคที่การแสดงออกทางโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หลายคนอาจรู้สึกว่าการมีคนมาร่วมงานจำนวนมากเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จและการยอมรับในสังคม บางคนเลือกเชิญเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัวมาเพื่อให้รูปถ่ายออกมาดูสมบูรณ์แบบ แต่คำถามที่น่าคิดคือ นี่คือความสุขที่แท้จริงหรือเพียงภาพลวงตาที่สร้างขึ้นเพื่อต้องการการยอมรับจากสังคม
เหตุการณ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงปัญหาที่ลึกซึ้งกว่าเพียงปัญหาจราจรหรือการจัดการงาน นั่นคือการตั้งคำถามถึงคุณค่าที่แท้จริงของงานรับปริญญา เพราะะงานสำคัญงานหนึ่งในชีวิตนี้ควรเป็นวันที่เต็มไปด้วยความสุข ไม่ว่าจะมีคนมาร่วมงานมากหรือน้อย สิ่งสำคัญคือความหมายที่บัณฑิตให้คุณค่าในวันพิเศษของตัวเอง
คุณล่ะ คิดว่า ‘งานรับปริญญาฯ’ ควรเปลี่ยนไปในทิศทางใด?
เรื่อง: อารียา ธีรการุณวงศ์





