12 สิงหาคม 2026 จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งเดียวของปี โดยแนวสุริยุปราคาจะพาดผ่านหลายพื้นที่ในยุโรป และนี่คือ 4 ความเชื่อในอดีตเมื่อผู้คนยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์บนท้องฟ้าอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์
ในวันที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ หายไปจากท้องฟ้าในเวลากลางวันผู้คนในอดีตไม่มีคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น หลายวัฒนธรรมจึงมองปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นสัญญาณจากฟ้า ลางร้าย หรือเรื่องเหนือธรรมชาติ
ประเทศรัสเซียกับเหตุการณ์เมื่อดวงอาทิตย์หายอาจมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น
ในดินแดนรัสเซียยุคโบราณ สุริยุปราคาเคยถูกมองว่าเป็นลางเตือนจากท้องฟ้า โดยเฉพาะเรื่องสงครามและความพ่ายแพ้
ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงมากเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1185 เมื่อเจ้าชาย Igor Svyatoslavich กำลังนำทัพออกไปรบและเกิดสุริยุปราคาขึ้น
ผู้คนมองว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นลางไม่ดี แต่ Igor ยังคงเดินหน้าทำสงคราม ก่อนที่กองทัพของเขาจะพบกับความพ่ายแพ้ในเวลาต่อมา เรื่องราวนี้ถูกบันทึกไว้ใน The Tale of Igor’s Campaign
สำหรับคนในยุคนั้นสุริยุปราคาอาจหมายถึง “มีเรื่องร้ายกำลังจะเกิดขึ้น”
ประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อหมาป่ากำลังกินดวงอาทิตย์
ในตำนานนอร์สที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไอซ์แลนด์มีเรื่องเล่าว่า ดวงอาทิตย์ถูกหมาป่าไล่ล่าอยู่บนท้องฟ้า
และเมื่อถึง Ragnarök หรือเหตุการณ์วันสิ้นสุดของโลกหมาป่าจะสามารถจับและกลืนกินดวงอาทิตย์ได้
ภาพของดวงอาทิตย์ที่ถูกกลืนหายไปจึงเชื่อมโยงกับความมืดและจุดจบของโลก
พูดง่ายๆ คือ เมื่อดวงอาทิตย์หายไปจากท้องฟ้าภาพที่คนในยุคนั้นจินตนาการได้คือ “หมาป่ากำลังกินดวงอาทิตย์”
ประเทศสเปนกับความเชื่อเรื่องท้องฟ้าอันมืดมิดอาจเป็นสัญญาณจากสวรรค์
สเปนไม่ได้มีตำนานเฉพาะว่ามีสัตว์มากินดวงอาทิตย์เหมือนตำนานนอร์ส
แต่เพราะสังคมสเปนในอดีตได้รับอิทธิพลจากคริสต์ศาสนาอย่างมาก ความมืดที่เกิดขึ้นในเวลากลางวันจึงสามารถถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา
หนึ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องคือเหตุการณ์การตรึงกางเขนพระเยซูซึ่งในคัมภีร์มีการกล่าวถึงความมืดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
แนวคิดนี้ยังปรากฏในงานศิลปะยุโรป โดยมีภาพการตรึงกางเขนที่นำดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มาอยู่ในฉากเดียวกัน
ดังนั้น หากมองในบริบทของความเชื่อในยุคนั้น “ท้องฟ้าที่มืดลงในเวลากลางวันอาจเป็นสัญญาณจากสวรรค์”
ประเทศโปรตุเกส เมื่อสุริยุปราคาถูกมองเป็นลางร้าย
ในโปรตุเกสยุคก่อนสมัยใหม่ ผู้คนบางกลุ่มเชื่อมโยงปรากฏการณ์บนท้องฟ้าเข้ากับคำทำนายและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง
สุริยุปราคาอาจถูกนำไปตีความว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใหญ่ๆ เช่น สงคราม การเปลี่ยนแปลงอำนาจ การตายของผู้ปกครอง หรือความพินาศของอาณาจักร
ความคิดแบบนี้ยังพบในช่วงที่ Sebastianism มีอิทธิพล ซึ่งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับกษัตริย์เซบาสเตียนและอนาคตของโปรตุเกส
แต่ไม่ได้หมายความว่าคนโปรตุเกสทุกคนเชื่อแบบเดียวกัน เพราะนี่เป็นแนวคิดที่พบเพียงในคนบางกลุ่มและในบางช่วงเวลาของประวัติศาสตร์
พูดง่ายๆ คือ “สุริยุปราคาอาจเป็นสัญญาณว่าบ้านเมืองกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”
จากลางร้ายสู่สิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้
วันนี้เรารู้แล้วว่าสุริยุปราคาไม่ได้เป็นลางเตือนสงคราม ไม่ได้หมายถึงวันสิ้นโลก และไม่ได้บอกอนาคตของประเทศใด
วันที่ 12 สิงหาคม 2026 ดวงจันทร์จะเคลื่อนมาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์ถูกบดบังจนเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในบางพื้นที่ และการเกิดขึ้นครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในปี 2026
แนวสุริยุปราคาเต็มดวงจะพาดผ่านตั้งแต่ประเทศรัสเซีย รัฐกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ ไปจนถึงสเปน รวมถึงพื้นที่เล็กๆ ของโปรตุเกส ขณะที่อีกหลายพื้นที่ในยุโรปจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่การที่ “ดวงอาทิตย์หายไป”
แต่คือครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษย์เคยมีความเชื่อว่าสงครามกำลังจะมา หมาป่ากำลังกลืนดวงอาทิตย์ หรือสวรรค์กำลังส่งสัญญาณ
ก่อนที่วันนี้เราจะทราบกันดีว่าทั้งหมดนี้เกิดจากดวงจันทร์เคลื่อนมาบดบังดวงอาทิตย์เท่านั้นเอง




