เมื่อดวงอาทิตย์หายไป โลกเคยเชื่ออะไรกัน? ย้อนรอย 4 ความเชื่อยุโรปก่อนสุริยุปราคา 2026 จะมาถึง

11 ส.ค. 2569 - 14:56

  • เมื่อดวงอาทิตย์หายไปในเวลากลางวันผู้คนในอดีตเคยเชื่อว่า “บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น”

เมื่อดวงอาทิตย์หายไป โลกเคยเชื่ออะไรกัน?  ย้อนรอย 4 ความเชื่อยุโรปก่อนสุริยุปราคา 2026 จะมาถึง

12 สิงหาคม 2026 จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งเดียวของปี โดยแนวสุริยุปราคาจะพาดผ่านหลายพื้นที่ในยุโรป และนี่คือ 4 ความเชื่อในอดีตเมื่อผู้คนยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์บนท้องฟ้าอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

ในวันที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ หายไปจากท้องฟ้าในเวลากลางวันผู้คนในอดีตไม่มีคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น หลายวัฒนธรรมจึงมองปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นสัญญาณจากฟ้า ลางร้าย หรือเรื่องเหนือธรรมชาติ

ประเทศรัสเซียกับเหตุการณ์เมื่อดวงอาทิตย์หายอาจมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น

ในดินแดนรัสเซียยุคโบราณ สุริยุปราคาเคยถูกมองว่าเป็นลางเตือนจากท้องฟ้า โดยเฉพาะเรื่องสงครามและความพ่ายแพ้

ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงมากเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1185 เมื่อเจ้าชาย Igor Svyatoslavich กำลังนำทัพออกไปรบและเกิดสุริยุปราคาขึ้น

ผู้คนมองว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นลางไม่ดี แต่ Igor ยังคงเดินหน้าทำสงคราม ก่อนที่กองทัพของเขาจะพบกับความพ่ายแพ้ในเวลาต่อมา เรื่องราวนี้ถูกบันทึกไว้ใน The Tale of Igor’s Campaign

สำหรับคนในยุคนั้นสุริยุปราคาอาจหมายถึง “มีเรื่องร้ายกำลังจะเกิดขึ้น”

ประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อหมาป่ากำลังกินดวงอาทิตย์

ในตำนานนอร์สที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไอซ์แลนด์มีเรื่องเล่าว่า ดวงอาทิตย์ถูกหมาป่าไล่ล่าอยู่บนท้องฟ้า

และเมื่อถึง Ragnarök หรือเหตุการณ์วันสิ้นสุดของโลกหมาป่าจะสามารถจับและกลืนกินดวงอาทิตย์ได้

ภาพของดวงอาทิตย์ที่ถูกกลืนหายไปจึงเชื่อมโยงกับความมืดและจุดจบของโลก

พูดง่ายๆ คือ เมื่อดวงอาทิตย์หายไปจากท้องฟ้าภาพที่คนในยุคนั้นจินตนาการได้คือ “หมาป่ากำลังกินดวงอาทิตย์”

ประเทศสเปนกับความเชื่อเรื่องท้องฟ้าอันมืดมิดอาจเป็นสัญญาณจากสวรรค์

สเปนไม่ได้มีตำนานเฉพาะว่ามีสัตว์มากินดวงอาทิตย์เหมือนตำนานนอร์ส

แต่เพราะสังคมสเปนในอดีตได้รับอิทธิพลจากคริสต์ศาสนาอย่างมาก ความมืดที่เกิดขึ้นในเวลากลางวันจึงสามารถถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา

หนึ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องคือเหตุการณ์การตรึงกางเขนพระเยซูซึ่งในคัมภีร์มีการกล่าวถึงความมืดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

แนวคิดนี้ยังปรากฏในงานศิลปะยุโรป โดยมีภาพการตรึงกางเขนที่นำดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มาอยู่ในฉากเดียวกัน

ดังนั้น หากมองในบริบทของความเชื่อในยุคนั้น “ท้องฟ้าที่มืดลงในเวลากลางวันอาจเป็นสัญญาณจากสวรรค์”

ประเทศโปรตุเกส  เมื่อสุริยุปราคาถูกมองเป็นลางร้าย

ในโปรตุเกสยุคก่อนสมัยใหม่ ผู้คนบางกลุ่มเชื่อมโยงปรากฏการณ์บนท้องฟ้าเข้ากับคำทำนายและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง

สุริยุปราคาอาจถูกนำไปตีความว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใหญ่ๆ เช่น สงคราม การเปลี่ยนแปลงอำนาจ การตายของผู้ปกครอง หรือความพินาศของอาณาจักร

ความคิดแบบนี้ยังพบในช่วงที่ Sebastianism มีอิทธิพล ซึ่งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับกษัตริย์เซบาสเตียนและอนาคตของโปรตุเกส

แต่ไม่ได้หมายความว่าคนโปรตุเกสทุกคนเชื่อแบบเดียวกัน เพราะนี่เป็นแนวคิดที่พบเพียงในคนบางกลุ่มและในบางช่วงเวลาของประวัติศาสตร์

พูดง่ายๆ คือ “สุริยุปราคาอาจเป็นสัญญาณว่าบ้านเมืองกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

จากลางร้ายสู่สิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้

วันนี้เรารู้แล้วว่าสุริยุปราคาไม่ได้เป็นลางเตือนสงคราม ไม่ได้หมายถึงวันสิ้นโลก และไม่ได้บอกอนาคตของประเทศใด

วันที่ 12 สิงหาคม 2026 ดวงจันทร์จะเคลื่อนมาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์ถูกบดบังจนเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในบางพื้นที่ และการเกิดขึ้นครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในปี 2026

แนวสุริยุปราคาเต็มดวงจะพาดผ่านตั้งแต่ประเทศรัสเซีย รัฐกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ ไปจนถึงสเปน รวมถึงพื้นที่เล็กๆ ของโปรตุเกส ขณะที่อีกหลายพื้นที่ในยุโรปจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่การที่ “ดวงอาทิตย์หายไป”

แต่คือครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษย์เคยมีความเชื่อว่าสงครามกำลังจะมา หมาป่ากำลังกลืนดวงอาทิตย์ หรือสวรรค์กำลังส่งสัญญาณ

ก่อนที่วันนี้เราจะทราบกันดีว่าทั้งหมดนี้เกิดจากดวงจันทร์เคลื่อนมาบดบังดวงอาทิตย์เท่านั้นเอง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์