
หลายวันก่อนได้รับคำขอให้ช่วยค้นหาสถานที่แห่งหนึ่งในเยาวราช โดยกลุ่มน้องๆที่ชอบไปเยือนสถานที่แปลกๆ ส่งรูปบันไดเก่าทอดตัวสูงขึ้นสู่อาคารแห่งหนึ่ง มีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า “อยู่ในเยาวราช พาไปหน่อย” แว๊บแรก คิดว่าอยู่ในกับตึกสิบห้อง หรือทรงวาด เอาเข้าจริงไม่ได้เป็นไปตามที่คิด เมื่อถามผู้ใหญ่คนสำเพ็ง เยาวราชได้รับคำตอบว่าอยู่แถวๆ โรงงิ้วสินฟ้า โรงงิ้วสินฟ้า โรงงิ้วเก่าบนถนนเยาวราช เป็นกิจการของบ้านอาจารย์วิโรจน์ ตั้งวานิชย์ ที่ซอยโรงงงิ้วปัจจุบันเป็นที่จอดรถ แทบไม่เหลือสภาพโรงงิ้ว ตรงทางเข้าเป็นที่ตั้งห้องพักเก้า ที่มาของรูปบันไดที่ค้นหา โอกาสหน้าจะมาเล่าถึงที่นี่
การค้นหา บันไดเก่า ทำให้เจอที่ตั้ง โรงงิ้วสินฟ้า และทำให้นึกถึงเรื่องสำคัญที่เคยได้ยินมา คือ ก่อนที่โรงงิ้วสินฟ้าจะเกิดขึ้น ที่ตรงนี้เคยเป็ยบ้านของ “หมาต๋า เทียม” หรือหลวงธุรการกำจัด (เทียม อัศวรักษ์) มาก่อน หมาต๋าเทียม นายตำรวจใหญ่แห่งเยาวราช มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ในย่านสำเพ็ง เป็นผู้คอยควบคุมดูแลชาวจีนในเยาวราช มีบ้านอยู่ในละแวกเยาวราช เป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่คนไทยและคนจีน
การค้นหา บันไดเก่า ทำให้เจอที่ตั้ง โรงงิ้วสินฟ้า และทำให้นึกถึงเรื่องสำคัญที่เคยได้ยินมา คือ ก่อนที่โรงงิ้วสินฟ้าจะเกิดขึ้น ที่ตรงนี้เคยเป็ยบ้านของ “หมาต๋า เทียม” หรือหลวงธุรการกำจัด (เทียม อัศวรักษ์) มาก่อน หมาต๋าเทียม นายตำรวจใหญ่แห่งเยาวราช มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ในย่านสำเพ็ง เป็นผู้คอยควบคุมดูแลชาวจีนในเยาวราช มีบ้านอยู่ในละแวกเยาวราช เป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่คนไทยและคนจีน

บ้านหมาต๋าเทียมมีความสำคัญ ตรงที่เคยเป็นสถานที่ พบปะ นัดหมาย หรือจากเรียกให้ถูกคือ เข้าเฝ้าฯ ระหว่างสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ) ในรัชกาลที่ห้า กับ ดร.ซุนยัดเซ็น เหตุมาจากการมาเยือนประเทศไทยของ ดร.ซุนยัดเซ็น เพื่อพบกับพ่อค้าจีนในประเทศไทย และขอเข้าเฝ้ารัชกาลที่5 ทรงมอบให้สมเด็จพระบรมโรสธิราชฯ สัมภาษณ์ ดร.ซุนยัดเซ็น ในปี 2453 ในเวลานั้นรัชกาลที่ 6 มีมหาดเล็กคือ นายวรการบัญชา (ตำแหน่งในขณะนั้น) เทียม อัศวรักษ์ บุตรชายหมาต๋าเทียม นายวรการบัญชาจึงจัดให้เกิดการพบกันที่สมพระเกียรติยศที่บ้านของตัวเองที่เยาวราช
ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ พระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง (เทียม อัศวรักษ์) (ตำแหน่งสุดท้ายของนายวรการบัญชา) บันทึกความทรงจำไว้ว่า เวลาเข้าเฝ้านั้นกะไว้ที่บ้านเยาวราช เวลา 19:00 น. ดร.ซุน มาตรงตามเวลา สมเด็จพระบรมฯ (รัชกาลที่6) ทรงเสด็จไปรเวทตรงตามกำหนดเช่นเดียวกัน ได้จัดห้องรับแขกของบ้านเดิมของหลวงธุรการจำกัดเป็นพิเศษขึ้น เป็นห้องถวายตัวและเข้าเฝ้าของดร.ซุน ไม่มีผู้อื่นร่วมเข้าเฝ้าด้วย นายวรการบัญชา ทำหน้าที่มหาดเล็กถวายค็อกเทล ดร.ซุน พูดภาษาอังกฤษได้ดี สมเด็จพระบรมฯ (รัชกาลที่6) ก็ส่งถนัดภาษาอังกฤษอยู่ด้วย
ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ พระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง (เทียม อัศวรักษ์) (ตำแหน่งสุดท้ายของนายวรการบัญชา) บันทึกความทรงจำไว้ว่า เวลาเข้าเฝ้านั้นกะไว้ที่บ้านเยาวราช เวลา 19:00 น. ดร.ซุน มาตรงตามเวลา สมเด็จพระบรมฯ (รัชกาลที่6) ทรงเสด็จไปรเวทตรงตามกำหนดเช่นเดียวกัน ได้จัดห้องรับแขกของบ้านเดิมของหลวงธุรการจำกัดเป็นพิเศษขึ้น เป็นห้องถวายตัวและเข้าเฝ้าของดร.ซุน ไม่มีผู้อื่นร่วมเข้าเฝ้าด้วย นายวรการบัญชา ทำหน้าที่มหาดเล็กถวายค็อกเทล ดร.ซุน พูดภาษาอังกฤษได้ดี สมเด็จพระบรมฯ (รัชกาลที่6) ก็ส่งถนัดภาษาอังกฤษอยู่ด้วย

เมื่อนายวรการบัญชาถวายงานอยู่นั้น มิได้มีผู้ใดมานั่งฟังอยู่ด้วยเลย การสนทนาจึงยืดยาวตั้งแต่ 19:00 น. จนถึง 04:00 น. ของวันรุ่งขึ้น การสนทนาดำเนินไปในรูปในเรื่องใดนั้นไม่มีใครในโลกปัจจุบันจะทราบหรือรู้ได้ เลยเพราะพระองค์สมเด็จพระบรม (รัชกาลที่6) และผู้เข้าเฝ้านั้น ตลอดจนผู้ถวายอยู่งานได้สละโลกนี้ไปแล้ว อย่างไรก็ดีเจ้าคุณคฑาธรฯ ได้กล่าวว่า เมื่อเสด็จกลับ ทรงรับสั่งว่า “เขาทำของเขาสำเร็จแน่นอน” และยังรับสั่งให้นายวรการ ให้ความสะดวกแก่ดร.ซุน ในการพบปะกับชาวจีนในประเทศไทยให้ถูกต้องตามกฏหมายของประเทศอีกด้วย
เวลาผ่านไปบ้านของหลวงธุรการกำจัดเปลี่ยนมือไป กลายเป็นโรงงิ้ว โรงภาพยนตร์ สุดท้ายกลายเป็นที่จอดรถ มีนักประวัติศาสตร์หลายท่านอธิบายว่าสถานที่นัดพบครั้งนั่นไม่ใช่ที่นี่ แต่เมื่อสืบถามข้อมูลไปถึง อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อาจารย์เคยเล่าให้ผู้คนฟังถึงตอนพัฒนาที่ดินขึ้นเป็นโรงงิ้วนั้น มารดาของอาจารย์ซึ่งเป็นเจ้าของคณะ ได้เล่าว่าเดิมที่ตรงนั้นพอขุดลงไปเจอซุงจำนวนมากขัดกันอยู่ ตรงตามเทคนิคการสร้างบ้านสมัยนั้นที่ไม่ใช้เสาเข็มแต่ใช้ซุงรองฐานบ้าน
ถ้าจะไปเยือนสถานที่แห่งนี้ทำได้ง่ายๆ เพียงแวะผ่านมาที่ถนนเยาวราช หาที่จอดรถที่เป็นโรงงิ้วสินฟ้าเดิม เดินเข้ามาชมบันไดเก่าที่ตามหากัน ถ้าจำมิวสิควิดีโอของพี่เบิร์ด ธงชัย นานมากแล้วถ่ายตรงบันไดนี้ ถ้าเป็นแฟนเยาวราชแล้วเคยอ่าน เยาวราชกลางพายุฝน ฉากในนิยายตรงที่พระเอกที่ทำงานร้านทอง มีที่พักอยู่ไม่ไกลจากร้านที่ทำงานก็น่าจะคือ บันไดนี้
เวลาผ่านไปบ้านของหลวงธุรการกำจัดเปลี่ยนมือไป กลายเป็นโรงงิ้ว โรงภาพยนตร์ สุดท้ายกลายเป็นที่จอดรถ มีนักประวัติศาสตร์หลายท่านอธิบายว่าสถานที่นัดพบครั้งนั่นไม่ใช่ที่นี่ แต่เมื่อสืบถามข้อมูลไปถึง อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อาจารย์เคยเล่าให้ผู้คนฟังถึงตอนพัฒนาที่ดินขึ้นเป็นโรงงิ้วนั้น มารดาของอาจารย์ซึ่งเป็นเจ้าของคณะ ได้เล่าว่าเดิมที่ตรงนั้นพอขุดลงไปเจอซุงจำนวนมากขัดกันอยู่ ตรงตามเทคนิคการสร้างบ้านสมัยนั้นที่ไม่ใช้เสาเข็มแต่ใช้ซุงรองฐานบ้าน
ถ้าจะไปเยือนสถานที่แห่งนี้ทำได้ง่ายๆ เพียงแวะผ่านมาที่ถนนเยาวราช หาที่จอดรถที่เป็นโรงงิ้วสินฟ้าเดิม เดินเข้ามาชมบันไดเก่าที่ตามหากัน ถ้าจำมิวสิควิดีโอของพี่เบิร์ด ธงชัย นานมากแล้วถ่ายตรงบันไดนี้ ถ้าเป็นแฟนเยาวราชแล้วเคยอ่าน เยาวราชกลางพายุฝน ฉากในนิยายตรงที่พระเอกที่ทำงานร้านทอง มีที่พักอยู่ไม่ไกลจากร้านที่ทำงานก็น่าจะคือ บันไดนี้

เดินเลยบันไดเข้าไปเหลือแค่ที่จอดรถ นั่นแหละ คือทั้งหมดที่เล่าให้ฟัง ที่ที่คนระดับ ผู้นำความเปลี่ยนแปลงสองท่านเคยมานั่งคุยกันข้ามคืน ตอนรู้จักสถานที่นี่ผมยังไม่ได้อ่านหนังสือที่บันทึกไว้ืกลับไปอ่านแล้วกลับมาใหม่ มันได้อีกความรู้สึก … จากวันนั้น ดร.ซุนกลับไปแล้ว จีน ก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย เปลี่ยนไปตลอดกาล ถึงตอนจบมันจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา …. ถ้ามองเป็นสถานที่มันก็แค่สถานที่ ถ้าหลับตาแล้วนึกถึงข้อความที่เขียนไว้ในหนังสืองานศพเจ้าคุณคฑาธรฯ … ความรู้ก็ช่วยให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์มากขึ้นกว่าที่จอดรถ




