อย่างที่รู้กันว่าประเทศกาตาร์ได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกประจำปี 2022 (FIFA World Cup Qatar 2022) ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อราวปี 2010 หลังจากที่มีการประกาศว่าประเทศกาตาร์จะได้เป็นเจ้าภาพงานฟุตบอลโลกประจำปี 2022 ก็เริ่มมีการสร้างสนามแข่ง หรือสเตเดียมกันเลยทันที โดยเริ่มสร้างในปี 2014 ทั้งหมด 8 สนามด้วยกัน ได้แก่ Al Bayt Stadium, Lusail Stadium, Ahmad Bin Ali Stadium, Al Janoub Stadium, Al Thumama Stadium, Education City Stadium, Khalifa International Stadium และ Stadium 974
ก่อนที่จะทราบเรื่องราวความจริงเกี่ยวกับการสร้างสเตเดียมที่มีการสังเวยชีวิตกว่า 6,500 คน เรามาทำความรู้จักกับประเทศกาตาร์คร่าวๆ กันก่อน
ก่อนที่จะทราบเรื่องราวความจริงเกี่ยวกับการสร้างสเตเดียมที่มีการสังเวยชีวิตกว่า 6,500 คน เรามาทำความรู้จักกับประเทศกาตาร์คร่าวๆ กันก่อน

ประเทศกาตาร์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง และจัดว่าเป็น 1 ใน 4 ประเทศเศรษฐีบ่อน้ำมัน นั่นหมายความว่ากาตาร์เป็นประเทศที่มีกำลังซื้อมากพอที่จะทำทุกๆ อย่างด้วยเม็ดเงิน อย่างที่ได้ยินกันมาว่าแม้แต่ตอนช่วงที่ประเทศถูกรับเลือกให้เป็นประเทศเจ้าภาพ ก็เชื่อกันว่ากาตาร์มีการติดสินบนกับคณะกรรมการ FIFA และล่าสุดก็มีการทุ่มเงินไปกว่า 7.4 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับผู้เล่นทีมเอกวาดอร์เพื่อให้กาตาร์ชนะการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก กลุ่มเอ
ทางด้านคุณภาพชีวิต ประชากรในกาตาร์ค่อนข้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงเป็นประเทศที่มีดัชนีอาชญากรรมค่อนข้างต่ำและมีดัชนีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ตามธรรมเนียมในการเลือกประเทศเจ้าภาพการแข่งขัน FIFA ประเทศที่เสนอต้องผ่านการเลือกอยู่ 2 รอบ โดยรอบแรกจะให้ประเทศที่สนใจส่งข้อมูลเชิงลึกของตัวเองทั้งสภาพการเมือง สังคม เศรษฐกิจ แนวโน้ม จุดเด่น งบประมาณ แผนการจัดงาน ระบบสุขภาพ ความก้าวหน้าทางการแพทย์ มาตรฐานแรงงาน รวมถึงแผนที่และผังเมืองที่มีโครงร่างของสนามกีฬา โรงแรม และโรงพยาบาลให้กับ FIFA
จากนั้น FIFA จะทำการประเมินให้คะแนนและเลือกประเทศที่ได้คะแนนเยอะสุดผ่านเข้าไปเลือกรอบที่สอง โดยจะมีคณะกรรมการ FIFA 22 คน เป็นคนออกเสียงโหวต
หลังจากที่กาตาร์ได้รับเลือก สิ่งที่กาตาร์ต้องทำคือการสร้างสนามที่สามารถเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งการคมนาคม ขนส่งสาธารณะ โรงแรมที่พัก โรงพยาบาล สนามฝึกซ้อม และอื่นๆ ตามมาตรฐานของ FIFA และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะที่ฉาวไปทั่วโลก
ทางด้านคุณภาพชีวิต ประชากรในกาตาร์ค่อนข้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงเป็นประเทศที่มีดัชนีอาชญากรรมค่อนข้างต่ำและมีดัชนีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ตามธรรมเนียมในการเลือกประเทศเจ้าภาพการแข่งขัน FIFA ประเทศที่เสนอต้องผ่านการเลือกอยู่ 2 รอบ โดยรอบแรกจะให้ประเทศที่สนใจส่งข้อมูลเชิงลึกของตัวเองทั้งสภาพการเมือง สังคม เศรษฐกิจ แนวโน้ม จุดเด่น งบประมาณ แผนการจัดงาน ระบบสุขภาพ ความก้าวหน้าทางการแพทย์ มาตรฐานแรงงาน รวมถึงแผนที่และผังเมืองที่มีโครงร่างของสนามกีฬา โรงแรม และโรงพยาบาลให้กับ FIFA
จากนั้น FIFA จะทำการประเมินให้คะแนนและเลือกประเทศที่ได้คะแนนเยอะสุดผ่านเข้าไปเลือกรอบที่สอง โดยจะมีคณะกรรมการ FIFA 22 คน เป็นคนออกเสียงโหวต
หลังจากที่กาตาร์ได้รับเลือก สิ่งที่กาตาร์ต้องทำคือการสร้างสนามที่สามารถเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งการคมนาคม ขนส่งสาธารณะ โรงแรมที่พัก โรงพยาบาล สนามฝึกซ้อม และอื่นๆ ตามมาตรฐานของ FIFA และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะที่ฉาวไปทั่วโลก

กาตาร์ทุ่มเงินไปทั้งหมด 220,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ตีเป็นเงินไทยราว 7.9 ล้านล้านบาท) เพื่อสร้างสเตเดียมทั้งหมด 8 แห่ง พร้อมกับสวัสดิการที่ครบครัน จำนวนเงินนี้รวมถึงจ้างคนงานหลายพันคนจากหลายๆ ประเทศ เช่น อินเดีย, ปากีสถาน, เนปาล, บังกลาเทศ และศรีลังกา โดยที่คนงานหลายพันคนยังไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องถึงแก่ความตายบนประเทศมหาเศรษฐีแห่งนี้
สื่อ The Guardian เผยข้อมูลจากการรวบรวมแหล่งข่าวทั้งจากรัฐบาล และแหล่งข่าว พบว่าคนงานจากประเทศที่กล่าวไปทั้งหมด 5 ประเทศ เสียชีวิตเฉลี่ย 12 ศพต่อสัปดาห์ นับตั้งแต่คืนเดือนธันวาคม ปี 2010 ซึ่งเดือนที่กาตาร์ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน FIFA
ข้อมูลจากทางอินเดีย, บังกลาเทศ, เนปาล และศรีลังกา เผยว่าคนงานเสียชีวิตทั้งหมด 5,927 คน ระหว่างปี 2011-2020 นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากสถานฑูตปากีสถานในกาตาร์เผยอีกว่ามีคนงานเสียชีวิตจำนวน 824 คน ระหว่างปี 2010-2020
ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมจำนวนผู้เสียชีวิตจากประเทศอื่น เช่น ฟิลิปปินส์ และเคนยา และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในช่วงปลายปี 2020
สื่อ The Guardian เผยข้อมูลจากการรวบรวมแหล่งข่าวทั้งจากรัฐบาล และแหล่งข่าว พบว่าคนงานจากประเทศที่กล่าวไปทั้งหมด 5 ประเทศ เสียชีวิตเฉลี่ย 12 ศพต่อสัปดาห์ นับตั้งแต่คืนเดือนธันวาคม ปี 2010 ซึ่งเดือนที่กาตาร์ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน FIFA
ข้อมูลจากทางอินเดีย, บังกลาเทศ, เนปาล และศรีลังกา เผยว่าคนงานเสียชีวิตทั้งหมด 5,927 คน ระหว่างปี 2011-2020 นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากสถานฑูตปากีสถานในกาตาร์เผยอีกว่ามีคนงานเสียชีวิตจำนวน 824 คน ระหว่างปี 2010-2020
ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมจำนวนผู้เสียชีวิตจากประเทศอื่น เช่น ฟิลิปปินส์ และเคนยา และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในช่วงปลายปี 2020

The Guardian ได้ทำการสัมภาษณ์เพิ่มเติมกับครอบครัวผู้เสียชีวิตเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตที่ทางครอบครัวได้รับ ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่สาเหตุการเสียชีวิตที่แปลกประหลาด และโดยส่วนมากมักบันทึกไว้ว่าเป็นการเสียชีวิตเพราะโรคภัยไข้เจ็บ
กาล สิงห์ ราย (Ghal Sigh Rai) จากประเทศเนปาล หนึ่งในผู้ทำงานที่เสียชีวิต มีข้อมูลว่าได้รับเงินจำนวน 1,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน สำหรับงานทำความสะอาดค่ายพักคนงานในไซต์ก่อสร้าง Education City Stadium ซึ่งหลังจากที่เขามาทำงานเพียงหนึ่งสัปดาห์ เขาลงมือฆ่าตัวตาย
โมฮัมมัด ชาฮิด มิอาห์ (Mohammad Shahid Miah) จากประเทศบังกลาเทศ ถูกไฟฟ้าช็อตในที่พักคนงานหลังจากน้ำบนพื้นไหลไปโดนสายไฟ
มาธุ โบลลาพัลลี (Madhu Bollopally) วัย 43 ปี ซึ่งทางครอบครัวกล่าวว่าเป็นคนสุขภาพแข็งแรงดี ถูกบันทึกสาเหตุการเสียชีวิตว่า ‘เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ’ ขณะทำงานอยู่ที่กาตาร์ โดยร่างของเขาถูกพบบนพื้นห้องพัก
กาล สิงห์ ราย (Ghal Sigh Rai) จากประเทศเนปาล หนึ่งในผู้ทำงานที่เสียชีวิต มีข้อมูลว่าได้รับเงินจำนวน 1,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน สำหรับงานทำความสะอาดค่ายพักคนงานในไซต์ก่อสร้าง Education City Stadium ซึ่งหลังจากที่เขามาทำงานเพียงหนึ่งสัปดาห์ เขาลงมือฆ่าตัวตาย
โมฮัมมัด ชาฮิด มิอาห์ (Mohammad Shahid Miah) จากประเทศบังกลาเทศ ถูกไฟฟ้าช็อตในที่พักคนงานหลังจากน้ำบนพื้นไหลไปโดนสายไฟ
มาธุ โบลลาพัลลี (Madhu Bollopally) วัย 43 ปี ซึ่งทางครอบครัวกล่าวว่าเป็นคนสุขภาพแข็งแรงดี ถูกบันทึกสาเหตุการเสียชีวิตว่า ‘เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ’ ขณะทำงานอยู่ที่กาตาร์ โดยร่างของเขาถูกพบบนพื้นห้องพัก

จากบันทึกข้อมูลของกาตาร์ สาเหตุการเสียชีวิตของคนงานนั้นมีตั้งแต่ บาดเจ็บจากการตกจากที่สูง, หายใจไม่ออกจากการโดนแขวนคอ, ไม่ทราบสาเหตุเพราะศพเน่าเปื่อย แต่ที่บันทึกไว้มากที่สุดคือ ‘ตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บ’ (Natual Deaths) ที่ใช้กับผู้เสียชีวิตที่เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน และภาวะหายใจล้มเหลว 69 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย, เนปาล และบังกลาเทศ
The Guardian ออกมาเผยว่าการบันทึกสาเหตุการเสียชีวิตนี้ไม่ได้ผ่านการชันสูตรศพ แต่ในปี 2019 มีการรายงานว่าคาดว่าเป็นเพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดในกาตาร์ อาจทำให้คนงานเสียชีวิตจากภาวะเครียดเพราะอากาศร้อน (heat stress) อย่างไรก็ตาม ทางกาตาร์ก็ไม่ได้ออกมาชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของคนงานจำนวนหลายพันคน พร้อมกับยืนกรานว่าระบบการทำงานนั้นโปร่งใส ไม่มีปัญหาใดๆ ในขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังคงรอคำตอบที่แท้จริงจากทางการของกาตาร์
นี่อาจเป็นการแข่งขันบอลโลกที่น่าลำบากใจที่สุด เพราะในขณะที่ทุกคนเฮฮาไปกับการแข่งขันบนสเตเดียมทั้ง 8 แห่ง ครอบครัวของคนงานกลับต้องนั่งทุกข์ใจรอคำตอบ และคนงานเหล่านี้เองที่เป็นคนสร้างสนามที่สวยงาม และยิ่งใหญ่ ให้กลายเป็นจริงขึ้นมา ดังนั้นแล้ว พวกเราทุกคนควรให้เกียรติผู้เสียชีวิต และพากันร่วมเรียกร้องคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 6,500 คน
The Guardian ออกมาเผยว่าการบันทึกสาเหตุการเสียชีวิตนี้ไม่ได้ผ่านการชันสูตรศพ แต่ในปี 2019 มีการรายงานว่าคาดว่าเป็นเพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดในกาตาร์ อาจทำให้คนงานเสียชีวิตจากภาวะเครียดเพราะอากาศร้อน (heat stress) อย่างไรก็ตาม ทางกาตาร์ก็ไม่ได้ออกมาชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของคนงานจำนวนหลายพันคน พร้อมกับยืนกรานว่าระบบการทำงานนั้นโปร่งใส ไม่มีปัญหาใดๆ ในขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังคงรอคำตอบที่แท้จริงจากทางการของกาตาร์
นี่อาจเป็นการแข่งขันบอลโลกที่น่าลำบากใจที่สุด เพราะในขณะที่ทุกคนเฮฮาไปกับการแข่งขันบนสเตเดียมทั้ง 8 แห่ง ครอบครัวของคนงานกลับต้องนั่งทุกข์ใจรอคำตอบ และคนงานเหล่านี้เองที่เป็นคนสร้างสนามที่สวยงาม และยิ่งใหญ่ ให้กลายเป็นจริงขึ้นมา ดังนั้นแล้ว พวกเราทุกคนควรให้เกียรติผู้เสียชีวิต และพากันร่วมเรียกร้องคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 6,500 คน



