จริงๆ ตัวของผู้เขียนเองอยากไปดูคอนเสิร์ต D2B มาสักพักแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นจังหวะยังไม่ลงตัวเลยไม่ได้มีโอกาสดูสักที รอบนี้เลยเอาซะหน่อย ไหนๆ ก็รวมตัวกันในรอบ 3 ปี จากครั้งที่แล้ว ไม่ดูรอบนี้ก็ไม่รู้จะดูรอบไหนแล้ว ฉะนั้นสักครั้งในชีวิตดู D2B ซะหน่อยจะเป็นไรไป ฟังตั้งแต่เด็กๆ มีเทปอยู่ที่บ้านด้วย
เริ่มต้นคอนเสิร์ตต้องบอกก่อนว่า ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ไปดูคอนเสิร์ตจากฝั่ง อาร์เอส สักเท่าไหร่เลยยังไม่รู้ว่าหน้างานเป็นยังไง ปรากฏว่า ข้อนี้ อาร์เอส แพ้ แกรมมี่ ขาดเลยเรื่องการจัดการผู้คน การควบคุมระบบทั้งหมดก่อนคอนเริ่ม และจากการควบคุมไม่ได้ทำให้คอนเสิร์ตนี้เลตไปถึง 45 นาทีด้วยกัน จากที่ตอนแรกจะเล่น 17.00 น. ไปเล่นกันจริงๆ โน้น 17.45 น.
เริ่มต้นคอนเสิร์ตต้องบอกก่อนว่า ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ไปดูคอนเสิร์ตจากฝั่ง อาร์เอส สักเท่าไหร่เลยยังไม่รู้ว่าหน้างานเป็นยังไง ปรากฏว่า ข้อนี้ อาร์เอส แพ้ แกรมมี่ ขาดเลยเรื่องการจัดการผู้คน การควบคุมระบบทั้งหมดก่อนคอนเริ่ม และจากการควบคุมไม่ได้ทำให้คอนเสิร์ตนี้เลตไปถึง 45 นาทีด้วยกัน จากที่ตอนแรกจะเล่น 17.00 น. ไปเล่นกันจริงๆ โน้น 17.45 น.

เอาล่ะ เมื่อเข้ามาถึงฮอลล์แล้ว จากเวที 360 องศา ทำให้งานนี้ยังไงก็ได้เห็นหน้า บิ๊ก แดน บีม ชัดๆ แน่นอน หลังจากที่ปล่อยให้รอกันเกือบ 45 นาที ทั้ง 3 หนุ่ม D2B ก็ปรากฏตัวขึ้นกับเพลง ไม่เปลี่ยนใจ (เธอคนเดียว) จากการลอยลงมาบนฟ้า ที่ทำให้เราได้เห็น ‘บิ๊ก’ ในเวอร์ชั่น AI ที่สมบูรณ์แบบกว่าคอนเสิร์ตที่แล้ว ‘แดน’ ที่ยังคงหล่อเท่เหมือนเดิม และ ‘บีม’ ที่เหมือนเทพบุตร สต๊าฟไว้ เอาง่ายๆ พี่ๆ เขาจะไม่แก่ลงเลยเหรอไง
จากนั้นทั้ง 3 ไม่รอช้า จัดการกระหน่ำเพลงฮิตของวงอย่าง ซ่าส์..(สั่นๆ) ก่อนที่จะแวะทักทายกับแฟนเพลง ซึ่งซีนการทักทายรอบนี้แปลกไปจากเดิมคือ บิ๊ก พูดได้แล้วจากการเชื่อมต่อโลกยุคปัจจุบันเทคโนโลยี AI มายิ่งทำให้มันสมูธกว่าเดิม และพวกเขาก็เดินหน้าต่อด้วยการทำงานเป็นทีม แสดงเป็นวง จัดมาหมด เพลงฮิต เธอรักคนอื่น (จริงรึเปล่า) และแซวแฟนเพลงต่อกับการที่แฟนเพลงเริ่มเติบโตไปติดตามศิลปินวงอื่นแล้ว ซึ่งไม่แปลก เพราะพี่ๆ ไม่ได้ออกผลงานมาเกือบ 16 ปี จากผลงานแบบ Official ล่าสุด ฉะนั้นโดนแซวกันไปตามระเบียบ
จากนั้นทั้ง 3 ไม่รอช้า จัดการกระหน่ำเพลงฮิตของวงอย่าง ซ่าส์..(สั่นๆ) ก่อนที่จะแวะทักทายกับแฟนเพลง ซึ่งซีนการทักทายรอบนี้แปลกไปจากเดิมคือ บิ๊ก พูดได้แล้วจากการเชื่อมต่อโลกยุคปัจจุบันเทคโนโลยี AI มายิ่งทำให้มันสมูธกว่าเดิม และพวกเขาก็เดินหน้าต่อด้วยการทำงานเป็นทีม แสดงเป็นวง จัดมาหมด เพลงฮิต เธอรักคนอื่น (จริงรึเปล่า) และแซวแฟนเพลงต่อกับการที่แฟนเพลงเริ่มเติบโตไปติดตามศิลปินวงอื่นแล้ว ซึ่งไม่แปลก เพราะพี่ๆ ไม่ได้ออกผลงานมาเกือบ 16 ปี จากผลงานแบบ Official ล่าสุด ฉะนั้นโดนแซวกันไปตามระเบียบ

ก่อนที่จะมาถึงการปรากฏตัวของแขกรับเชิญคนแรกที่คาดไม่ถึงอย่าง The Toys ในใจอุทานว่า มายังไงวะเนี่ย และจัดการโชว์เพลง ลาลาลอย ก่อนที่ แดนกับบีมจะปล่อยให้เดอะทอยส์ยืนงงๆ อยู่บนเวทีแปปนึง แต่เป็นความงงที่น่ารักมากๆ กับแขกรับเชิญคนแรกคนนี้

จบจากพาร์ทแขกรับเชิญเซ็ทแรก Ditto ก็มาได้ไงไม่รู้อีก การเห็นเพลง NewJeans ในคอนเสิร์ต D2B ช่างเป็นอะไรที่งง แต่กลายเป็นดีอีกหนึ่งซีนเลยสำหรับพาร์ทนี้ และหลังจากนี้ก็จัดการบรรเลงเพลงยอดฮิตที่รอฟังอย่าง ต่อหน้าฉัน (เธอทำได้อย่างไร) , จะโกหกกันไปถึงไหน และเปิดตัวแขกรับเชิญคนต่อไปคือ อ้อน ลัคนา นางเอกคู่ขวัญ วัยร้ายเฟรชชี่ ที่ปัจจุบันยังคงสวยมากๆ และเป็นแขกรับเชิญของบิ๊กไปในคอนเสิร์ตนี้อีกด้วย
คอนเสิร์ตพาทุกคนมาในซีนการใช้ชีวิตประจำวันของ D2B ซึ่งตรงนี้แอบง่วงๆ นิดนึง เพราะมันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่เข้าใจได้ว่า กำลังจะพาเราไปแบบไหนบ้าง ก่อนที่จะส่งไปสู่ซีนท้ายของพาร์ทนี้ด้วยเพลง เวลาไม่เคยพอ, ใช้เบอร์เดิม เพลงฮิตยุค Dan-Beam ที่เพิ่มเติมมีเสียง บิ๊ก ด้วยในเพลงเกือบทุกเพลงเลย ซึ่งดี (ความลับก็คือ แดน ไปลงเสียงและใช้เทคโนโลยี AI แก้ไขเสียงให้เหมือนบิ๊กที่สุด ซึ่งฟังแล้วโอเคเลยนะไม่ขัดเลย)
คอนเสิร์ตพาทุกคนมาในซีนการใช้ชีวิตประจำวันของ D2B ซึ่งตรงนี้แอบง่วงๆ นิดนึง เพราะมันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่เข้าใจได้ว่า กำลังจะพาเราไปแบบไหนบ้าง ก่อนที่จะส่งไปสู่ซีนท้ายของพาร์ทนี้ด้วยเพลง เวลาไม่เคยพอ, ใช้เบอร์เดิม เพลงฮิตยุค Dan-Beam ที่เพิ่มเติมมีเสียง บิ๊ก ด้วยในเพลงเกือบทุกเพลงเลย ซึ่งดี (ความลับก็คือ แดน ไปลงเสียงและใช้เทคโนโลยี AI แก้ไขเสียงให้เหมือนบิ๊กที่สุด ซึ่งฟังแล้วโอเคเลยนะไม่ขัดเลย)

ก่อนที่จะลากกันมาถึงองค์สุดท้าย เต้นกันเซ็ตใหญ่ๆ ส่งท้าย CIA (ค้นใจ), แช่แว้บ, ไปน่ารักไกลๆ หน่อย, Call Me Daddy อะไรที่เต้นได้มาซีนตรงนี้หมดเลย จากนั้นก็มาถึงเพลงท้ายๆ อย่าง ไม่มีเธอวันนั้น ไม่มีฉันวันนี้ และกล่าวอำลาแฟนเพลงทุกคน จบ

โดยรวมคอนเสิร์ตนี้ อบอุ่นมากๆ เราชอบความธรรมชาติของ D2B ที่เป็น D2B จริงๆ วงหยิบเพลงของวง เน้นว่าวงมาเล่นเกือบครบทุกเพลงเลย แทบจะมีซีนที่เป็น แดน บีม จริงๆ น้อยมาก ให้ความสำคัญของการเป็น 3 สมาชิกที่สวยงามเลย ขอบคุณเทคโนโลยีมากๆ ที่พาบิ๊กกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับความสมูธที่วงเองและผู้จัดต้องการจะให้แฟนเพลงไม่รู้สึกว่า เอาบิ๊กมาใช้จนเยอะเกินงาม ทุกซีนที่ออกมาคือ ปังและดีมากๆ แถมบทพูดบนเวทีคือฟรีฟอร์มมาก อยากพูดไรก็พูด อยากทำไรก็ทำ ตลกทั้งคนเล่นและคนดูเลย เป็น 3 เกือบ 4 ชั่วโมงที่เต็มอิ่มเลย
เราไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ดู D2B แบบนี้อีกทีเมื่อไหร่
แต่อยากบอกเลยว่า เมื่อได้ดูแล้ว มันดีมากจริงๆ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ร้องทุกเพลงได้โดยอัตโนมัติ
ก็ได้แต่หวังว่า คงจะมีครบรอบ 25 ปี 30 ปี ให้เราได้ดูกันอีกนะ
เราไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ดู D2B แบบนี้อีกทีเมื่อไหร่
แต่อยากบอกเลยว่า เมื่อได้ดูแล้ว มันดีมากจริงๆ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ร้องทุกเพลงได้โดยอัตโนมัติ
ก็ได้แต่หวังว่า คงจะมีครบรอบ 25 ปี 30 ปี ให้เราได้ดูกันอีกนะ



