เรียกได้ว่ากลายเป็นกระแสใหญ่โตในสังคมไทยกันเลยทีเดียวสำหรับเรื่องราวของพ่อหนุ่ม ‘โปเต้’ สุดยอดสปาย สายลับ หรือหน่วยข่าวกรองระดับบิ๊กเบิ้มของไทย ที่พอมาออกโหนกระแสครั้งแรกทุกคนถึงกับตกตะลึงในสิ่งที่เขาทำมา ไม่ว่าจะเป็นการสืบเสาะจนรู้นู่นรู้นี่ของอีกฝ่าย รู้ว่าใครอยู่ตรงไหน ทำอะไรจากการดูภาพดาวเทียม ถึงขั้นที่ ‘หนุ่ม-กรรชัย’ ต้องเอ่ยปากถามว่า ‘มึงเป็นใครเนี่ย’
แต่ทว่าหลังออกรายการได้ไม่เท่าไหร่เรื่องราวอื่นๆ อีกมุมจากเพจต่างๆ ที่ออกมาเกี่ยวกับตัวโปเต้กลับไม่ใช่แบบที่เขาเล่าแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างกลับตาลปัตรเหมือนเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลย จากที่เป็น ‘สายลับโปเต้’ ก็กลายเป็น ‘โปเต้ นักจะแกง’ มีการแอบอ้างตัวตนเป็นนู่นเป็นนี่มากมาย เจอการขุดหลักฐานเต็มไปหมดว่าสิ่งที่เขาเคยพูดเคยทำล้วนเป็นเรื่องโกหก ไม่เคยเกิดขึ้นจริง สุดท้ายพอเจอหลักฐานต้อนไปเรื่อยๆ ทุกอย่างก็กลายเป็นจนมุม ต้องกลับไปกับตำรวจหลังจบรายการ
โดยจากมหากาพย์โปเต้ก็เกิดคำถามขึ้นว่า ‘ทำไมคนเราถึงโกหกหรือสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนขึ้นมาได้มากขนาดนี้’ วันนี้เราก็จะพาไปไขข้อข้องใจกันว่าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นจากอะไร
1. การโกหกตั้งแต่เด็กอาจพัฒนาเป็นนิสัย – แน่นอนว่าช่วงเวลาที่แต่ละคนยังเป็นเด็กทุกคนย่อมเคยโกหกเพราะกลัวถูกดุ โดนลงโทษ หรือ อยากได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ที่น่าเป็นห่วงคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากโกหก ถ้าเด็กเรียนรู้ว่าโกหกแล้วรอดหรือได้สิ่งที่ต้องการก็จะเกิดการจำว่าการโกหกเป็นสิ่งที่ทำแล้วได้ผล พอทำซ้ำเรื่อยๆ อาจกลายเป็นพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ
2. จากเรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ – การโกหกส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากการวางแผนหลอกคนเยอะๆ แต่มักจะเริ่มจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พอมีคำโกหกแรกปุ๊บก็อาจจะต้องมีคำโกหกที่สองมาปกปิดต่อ จากนั้นคำโกหกที่สามก็จะตามมาเพื่อมารองรับคำโกหกที่สอง สุดท้ายเลยกลายเป็นคำโกหกที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
3. คนโกหกอาจไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังโกหก – ต้องบอกว่ามนุษย์มีความสามารถในการสร้างเหตุผลให้ตัวเองเชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูด เช่น ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะจริงๆ แล้วสถานการณ์มันบังคับ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Self-justification หรือการหาเหตุผลมารองรับพฤติกรรมตัวเอง เมื่อทำไปซ้ำๆ ก็จะรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้น ‘สมเหตุสมผล’
4. โกหกบ่อยจนกลายเป็นคนสร้างเรื่องเก่ง – แน่นอนว่าการโกหกไม่ได้ใช้แค่ความจำ แต่ต้องใช้ทั้งจินตนาการ การคาดเดาความคิดคนอื่น จดจำเรื่องที่ตัวเองพูด การปรับเรื่อง เป็นต้น ดังนั้นคนที่โกหกเป็นประจำก็อาจจะเก่งในการสร้างเรื่องเล่า แต่พอทำบ่อยๆ ก็อาจไม่แนบเนียนเสมอไป เพราะถ้าเรื่องราวซับซ้อนมากขึ้น สุดท้ายพอเป็นเรื่องโกหกมันก็จะมีจุดที่ขัดแย้งเผยออกมาอยู่ดี
นี่เป็นเพียงเหตุผลเบื้องต้นว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงโกหกหรือสร้างเรื่องได้มากมายขนาดนี้ ในกรณีของ ‘โปเต้’ อาจจะมาจากเหตุผลเหล่านี้หรือไม่ก็มาจากพฤติกรรมอื่นๆ ที่เราไม่รู้ก็ได้ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็บอกอะไรได้หลายๆ อย่างแล้วว่า ‘การโกหก’ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ถ้าโกหกแค่ในวงเล็กๆ คุณอาจจะรอดและผ่านไปได้ แต่ถ้าเรื่องราวมันขยายใหญ่ขึ้นเมื่อไหร่ จากเรื่องง่ายๆ ที่โกหกนิดหน่อยก็รอดก็จะกลายเป็นปัญหาที่สะสมและบานปลายในที่สุด





