จาก ‘หญิงสองใจ’ ในหนังสือเรียน สู่ ‘อัศจรรย์วันทอง’ ทำไมวงการบันเทิงไทยยังเล่าเรื่องเดิมให้คนรุ่นใหม่ดู

19 ก.ค. 2569 - 14:55

  • วรรณกรรมที่คนรู้จักอยู่แล้วช่วยลดความเสี่ยงด้านการตลาดเพราะตัวละครและโครงเรื่องมีฐานการรับรู้ในสังคม

  • การรีเมกเปิดโอกาสให้ผู้สร้างตีความประเด็นเก่าผ่านมุมมองใหม่โดยเฉพาะเรื่องเพศ ความรัก และอำนาจในการกำหนดชีวิต

  • ความสำเร็จของงานรีเมกไม่ได้อยู่ที่ความคุ้นเคยเพียงอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้สร้างสามารถเพิ่มความหมายใหม่ให้ต้นฉบับได้มากน้อยเพียงใด

จาก ‘หญิงสองใจ’ ในหนังสือเรียน สู่ ‘อัศจรรย์วันทอง’ ทำไมวงการบันเทิงไทยยังเล่าเรื่องเดิมให้คนรุ่นใหม่ดู

การประกาศสร้างภาพยนตร์เรื่อง ‘อัศจรรย์วันทอง’ กลายเป็นอีกครั้งที่วงการบันเทิงไทยหันกลับไปหาวรรณกรรมคลาสสิก ‘ขุนช้างขุนแผน’ โดยภาพยนตร์เลือกเล่าเรื่องของหญิงสาวจากโลกปัจจุบันที่เข้าไปอยู่ในร่างของวันทองและพยายามเปลี่ยนชะตากรรมไม่ให้เธอต้องถูกจารึกว่าเป็น ‘หญิงสองใจ’ นำแสดงโดย อิ้งค์ วรันธร เปานิล, หมาก ปริญ สุภารัตน์ และกลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

เหตุผลสำคัญที่ผู้ผลิตไทยนิยมเลือกวรรณกรรมเก่ามาสร้างใหม่คือเรื่องราวเหล่านี้มีสิ่งที่ผลงานใหม่จำนวนมากยังไม่มีนั่นคือความคุ้นเคย ผู้ชมส่วนใหญ่รู้จักชื่อวันทอง ขุนช้างและขุนแผนอยู่แล้วแม้อาจจำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้ก็ตาม การนำตัวละครที่ติดอยู่ในความทรงจำของสังคมกลับมาใช้จึงช่วยให้ภาพยนตร์สามารถสื่อสารกับผู้ชมได้รวดเร็ว และสร้างความสนใจได้ตั้งแต่ยังไม่ต้องอธิบายเนื้อเรื่องมากนัก

อย่างไรก็ตาม ‘อัศจรรย์วันทอง’ ไม่ได้ตั้งใจนำเรื่องเดิมกลับมาถ่ายทอดแบบตรงไปตรงมา แต่เลือกใช้วิธีทะลุมิติและเพิ่มตัวละครจากโลกปัจจุบันเข้าไปเพื่อย้อนกลับไปตั้งคำถามกับมหากาพย์ความรักที่หนังใช้คำว่า ‘รักท็อกซิก’ รวมถึงเปิดโอกาสให้วันทองได้พยายามเขียนชะตาชีวิตของตัวเองขึ้นใหม่ ภาพยนตร์จึงใช้ความคุ้นเคยของต้นฉบับเป็นประตูก่อนพาผู้ชมเข้าไปสำรวจเรื่องสิทธิในการเลือก ความสัมพันธ์ และภาพจำที่สังคมมีต่อผู้หญิง

นี่คือข้อได้เปรียบอีกประการของวรรณกรรมคลาสสิกเพราะตัวบทเก่ามักมีความขัดแย้งที่สามารถนำมาพูดคุยใหม่ได้เสมอ เรื่องราวของวันทองไม่เพียงเป็นรักสามเส้าระหว่างหนึ่งหญิงกับสองชายแต่ยังเกี่ยวข้องกับอำนาจของครอบครัว สังคม ผู้ชาย และรัฐที่เข้ามากำหนดชีวิตของผู้หญิง เมื่อนำกลับมาเล่าผ่านสายตาของคนยุคปัจจุบันตัวละครที่เคยถูกตัดสินจากบันทึกในอดีตจึงอาจได้รับพื้นที่ในการอธิบายเพื่อปกป้องตัวเองมากขึ้น

การรีเมกวรรณกรรมเก่ายังเปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างแสดงศักยภาพด้านงานภาพและวัฒนธรรมไทยไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สถาปัตยกรรม ภาษา ดนตรี หรือศิลปกรรม ตัวอย่างงานประชาสัมพันธ์ของ ‘อัศจรรย์วันทอง’ ใช้ภาพจิตรกรรมฝาผนังจากวัดป่าเลไลยก์วรวิหารเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดด้านภาพ ขณะที่ตัวหนังถูกวางให้เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีฟอร์มใหญ่ที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับงานโปรดักชันร่วมสมัย

ถึงกระนั้นการเลือกวรรณกรรมมารีเมกบ่อยครั้งก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะหากผู้สร้างเพียงเปลี่ยนนักแสดง เพิ่มฉากใหญ่ หรือแต่งเรื่องให้ทันสมัยโดยไม่มีมุมมองใหม่ผลงานอาจถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดต้องนำเรื่องเดิมกลับมาเล่าอีก ความคุ้นเคยอาจเรียกผู้ชมเข้าสู่โรงภาพยนตร์ได้ในช่วงแรกแต่สิ่งที่จะทำให้ผลงานอยู่ในความทรงจำคือความสามารถในการทำให้ตัวละครและปัญหาจากอดีตมีความหมายกับคนในปัจจุบันจริงๆ

ท้ายที่สุดเหตุผลที่วงการบันเทิงไทยยังคงย้อนกลับไปหาวรรณกรรมดั้งเดิมไม่ได้หมายความว่าผู้สร้างไม่มีเรื่องใหม่จะเล่า แต่เพราะวรรณกรรมคลาสสิกเป็นเหมือนพื้นที่ร่วมทางวัฒนธรรมที่ผู้ชมหลายรุ่นรู้จักอยู่แล้ว ‘อัศจรรย์วันทอง’ จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่าการคืนชีวิตให้วันทองครั้งนี้จะเป็นเพียงการผลิตเรื่องคุ้นเคยในบรรจุภัณฑ์ใหม่หรือสามารถทำให้ผู้ชมมองตัวละครหญิงที่ถูกตัดสินมาหลายร้อยปีด้วยสายตาที่แตกต่างไปจากเดิมได้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์