กราบตัก..ความลงตัวเชิงอำนาจของการเมืองไทยใน พ.ศ.นี้

17 ส.ค. 2569 - 11:21

  • ภาพๆ เดียวเแทนได้หมื่นล้านคำพูด

  • ‘อนุทิน’ กราบตัก..ทักษิณ – กินก๋วยเตี๋ยวกับ ‘เนวิน’

  • สะท้อนความลงตัวเชิงอำนาจของการเมืองไทยใน พ.ศ.นี้

กราบตัก..ความลงตัวเชิงอำนาจของการเมืองไทยใน พ.ศ.นี้

กราบตัก..ความลงตัวเชิงอำนาจ

คำว่า “ภาพๆ เดียว แทนได้หมื่นล้านคำพูด” คงดูได้จากภาพการกราบตัก ที่เกิดขึ้นในงานสวดศพนักการเมือง ที่ จ.อุบลราชธานี ในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี โน้มตัวกราบลงไปที่ตัก ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี

หลายคนมองเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะเป็นบุคลิกประจำตัวของ "เสี่ยหนู-อนุทิน" ที่มีลักษณะอ่อนน้อมถ่อมตน โดยเฉพาะกับผู้ที่อาวุโสกว่าหรืออดีตผู้บังคับบัญชาอย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ จึงไม่แปลกที่มีการแสดงออกดังว่า

แต่ที่คนมองว่าแปลก ก็เพราะเป็นความจงใจให้ "ทักษิณ-อนุทิน" มาเจอกัน ให้มีสี่นายกฯ มาอยู่ในที่เดียวกัน โดยเป็นสามอดีตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย และนายกฯ คนปัจจุบันจากพรรคภูมิใจไทย ที่ทั้งสองพรรคร่วมรัฐบาลกันในเวลานี้

ภาพกราบตักและการนัดหมายมาพบกันในวันดังกล่าวของสี่นายกฯ จึงได้เห็นทะลุปรุโปร่งไปถึงความสัมพันธ์ของสองพรรค ที่ยังมีความแน่นแฟ้น ราบรื่นเป็นอย่างดี ถือเป็นการสยบรอยร้าวเรื่องดีลลับกับปฏิญญาโมนาโกไปในตัว

ที่สำคัญได้เห็นอิทธิพลและบารมีทางการเมืองในตัว "ทักษิณ" ยังคงมีสูง

ทั้ง "น้ำเงิน-แดง" จึงเป็นสมาการการเมืองที่ลงตัวและเป็นตัวเลือกที่ถูกใช้งานต่อ เห็นได้จากการประสานประโยชน์ในรัฐบาล อาทิ การแต่งตั้ง "ผู้กำกับหนุ่ย" พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย คนสนิทตระกูลชินวัตร ขึ้นเป็นระดับ 11 ในตำแหน่งผู้อำนวยการการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ( ป.ย.ป.) หน่วยงานที่อยู่ในข่ายจะถูกยุบเลิก

เช่นเดียวกับถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในทางการเมือง ที่พรรคเพื่อไทย ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 อุดรธานี ซึ่งเป็นเก้าอี้เดิมของภูมิใจไทย ทั้งๆ ที่เพื่อไทยเองต้องการทวงคืนพื้นที่อุดรธานี ซึ่งเป็นเมืองหลวงเสื้อแดงมาก่อน

แต่ในภาวะแบบนี้เพื่อไทยต้องยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน รักษาสัมพันธภาพที่ดีในรัฐบาลเอาไว้ก่อน

เมื่อพิจารณาจากตรงนี้ จึงเป็นความลงตัวเชิงอำนาจ ที่จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆ โดยเฉพาะการปรับคณะรัฐมนตรี ก็คงเป็นไปตามที่ ไชยชนก ชิดชอบ พูดไว้ คือ ให้ครบหนึ่งปีไปก่อน ซึ่งทำให้ปิดโอกาสพรรคที่รอเข้าร่วมรัฐบาลไปด้วย

ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมที่จะถึงนี้ ก็เป็นอย่างที่นายกฯ อนุทิน พูดไว้ พร้อมตอบทุกคำถาม ภาระหนักจึงไปตกอยู่กับฝ่ายค้าน จะออกแบบชิงจังหวะยื่นซักฟอกในตอนไหน เพราะถ้าเป็นช่วงหลังจากที่ กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตอบในเรื่องฮั้ว สว.กับปมบัตรเลือกตั้ง "ลับ-ไม่ลับ" แล้ว

น้ำหนักการอภิปรายก็จะเบาหวิว

ครั้นจะชิงยื่นซักฟอกทันทีที่เปิดสมัยประชุม ก็มีวาระสำคัญรออยู่ทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2570 วาระ 2-3 แถมยังมีเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำฉบับใหม่ค้างมาจากสมัยประชุมที่แล้วอีก

ทำให้การซักฟอกรัฐบาล อาจต้องลากยาวไปถึงปลายปีในเดือนพฤศจิกายนด้วยซ้ำ ส่วนเดือนธันวาคมแม้จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 22 ธันวาคม แต่เนื่องจากเป็นช่วงที่ประเทศมีงานสำคัญ จึงอาจต้องพักงานในส่วนของสภาเดือนนี้ไว้

สถานการณ์การเมืองต่อจากนี้ เกมจึงไหลไปอยู่ในมือของรัฐบาล ยิ่ง "น้ำเงิน-แดง" ยังกอดคอไปด้วยกันได้ ก็เป็นความลงตัวเชิงอำนาจที่ว่า เว้นเสียแต่จะเกิดอุบัติเหตุทางอารมณ์จากคดีฮั้วสว.หลัง กกต.มีมติ ถึงตอนนั้นค่อยไปว่ากัน

แต่ที่เห็นชัดอีกภาพคือ "อนุทิน-เนวิน" หวนมากินเส้นกันใหม่ในร้านก๋วยเตี๋ยวร้อยปีโรงหนังเก่า ที่บุรีรัมย์ เมื่อวานนี้ (16 ส.ค.) ส่วนจะคุยเรื่องออะไรกันบ้าง อย่างน้อยต้องมีเรื่อง "ปลัดพยศ" อยู่ด้วยแน่ๆ

ทั้งสองภาพคือความลงตัวเชิงอำนาจของการเมืองไทยใน พ.ศ.นี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์