“น้ำเงิน-แดง” แต่งตัว
รับมือความไม่แน่นอนการเมือง
ในอารมณ์ผ่อนคลายของ อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี จากเวทีประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา ทั้งร้องทั้งเป่าเครื่องดนตรีตัวโปรด พร้อมอภิมหาโปรเจกต์มากมาย ที่หว่านลงไปกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ชนิดที่แทบไม่เคยมีมาก่อน
ความชื่นมื่นของรัฐบาล “น้ำเงิน-แดง” ไม่จบแค่งานเลี้ยงอาหารค่ำก่อนการประชุม ครม.เพราะนายกฯ อนุทิน ยังนัดเปิดบ้านพักส่วนตัวเลี้ยงสังสรรค์พรรคร่วมรัฐบาลเฉพาะ ครม.ก่อน ในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนนี้ เพื่อพูดคุยหารือหลังทำงานร่วมกันมาจะครบ 5 เดือน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ทว่าดูแล้วคงถือโอกาสเตรียมรับมือการพิจารณางบประมาณปี 2570 วาระ 2-3 ที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน มากกว่าที่จะพูดถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน ที่ยังคงอีกนาน
จากนั้น ยังมีนัดหมายจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ สส.พรรคร่วมรัฐบาลเป็นคิวถัดไป นั่นเท่ากับรัฐบาล “หนู 2” มองข้ามช็อตสถานการณ์เดือนกันยายนไปแล้ว ที่จะมีการลงมติสองเรื่องสำคัญทั้งที่ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ
ดูจากการเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลใหม่ สลับที่นั่งกันระหว่าง รัชดา ธนาดิเรก โฆษกคนปัจจุบันกับ เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในแวดวงการเมืองมองกันว่า การที่รัฐบาลเอา “หมอเอก” ซี่งอยู่ในสายบู๊มาทำหน้าที่โทรโข่งใหญ่ คงมีแผนเปิดศึกกับ “ตระกูล ส.” และชนกับองค์กรที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงพรรคสีส้มไปด้วย
การเปลี่ยนโทรโข่งตัวใหม่ของรัฐบาลที่จะนำเข้า ครม.สัปดาห์หน้า จึงไม่ธรรมดา ถือเป็นการเติมเกมรุกด้านการเมืองล้วนๆ
ในขณะที่ “พรรคสีแดง-เพื่อไทย” ก็ไม่น้อยหน้า เมื่อมีการฟื้นเวที “CARE คิด เคลื่อนไทย” กลับมาอีกคำรบ ในรูปของ Moonshot Podcast ซึ่งแน่นอนคนที่จะมาเป็นตัวชูโรงผลักดันประเด็นที่ขายฝันไว้ อนาคตที่เราอยากเห็น จะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร?
แน่นอนคนนั้น หนีไม่พ้นชื่อ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ที่จะมาทำหน้าที่ถักทอฝันถึงดวงเดือน เคลื่อนไทยสู่ดวงดาวที่ว่าไว้
การขยับตัวของทั้ง “น้ำเงิน-แดง” เที่ยวนี้ แม้จะอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกัน คนหนึ่งขับเคลื่อนอยู่ในรัฐบาล ส่วนอีกคนเคลื่อนไหวในฐานะส่วนตัว แต่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของพรรคเพื่อไทย
จึงเป็นการแต่งตัวรับความไม่แน่นอนของการเมืองด้วยกันทั้งคู่
โดยหากสถานการณ์พลิกผัน เกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็จะได้เดินหน้าต่อไปได้ ไม่ต้องฉุกระหุก แต่หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เดินหน้าเก็บแต้มไปเรื่อยๆ เพราะการเมืองเมื่อผ่านปีแรกย่างเข้าสู่ปีที่สองเป็นต้นไป อะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ การเริ่มขยับตัวตั้งแต่วันนี้ของทั้งสองพรรค ในทางการเมืองไม่ถือว่าเร็วเกินไป
ส่วนสองเรื่องใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน การลงมติคดีฮั้ว สว.ของ กกต.ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน น่าลุ้นระทึกมากที่สุด เพราะอารมณ์สังคมไปไกลมาก แต่การที่ กกต.ถือฤกษ์ลงมติวันจันทร์ แสดงว่ามีความมั่นใจสูงยิ่ง ไม่กลัวต้องถูกรุมทึ้งยาวๆ ไปทั้งสัปดาห์ หากผลออกมาไม่ตรงใจ
สุดท้ายการลงมติกรณีบัตรเลือกตั้ง “ลับ-ไม่ลับ” ของศาลรัฐธรรมนูญในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ก็คงไม่มีอะไรต้องลุ้น ยิ่งหากผ่านเหตุการณ์วันที่ 14 กันยายนไปได้ ก็ยิ่งไม่มีอะไรต้องลุ้นใหญ่ เพราะไม่มีเงื่อนไขต้องหักมุม ให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมืองเหมือนในอดีต
การแต่งตัวของทั้งน้ำเงิน-แดง จึงเป็นการมองการเมืองข้ามช็อตไปข้างหน้าไกลๆ ส่วนอุบัติเหตุที่เผื่อไว้คงเป็นศูนย์ เพราะยังมีไพ่ในมือเหลือให้เล่นอีกหลายใบ อย่างน้อยก็ปรับ ครม.ได้อีก 2-3 ครั้ง
ภาพความเคลื่อนไหวที่เห็น จึงเป็นการรุกทางการเมือง เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเท่านั้นเอง!?




