สะท้านกันไปทั้งแผ่นดิน เมื่อ ‘ซ้อต่าย’ กรุณา ชิดชอบ บ้านใหญ่ตัวจริงบุรีรัมย์ ออกมาโพสต์เดือด “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” เพราะเป็นโพสต์ที่น่าจะส่งสัญญาณไปยังแวดวงการเมือง
นานครั้งจะเห็นซ้อต่าย ออกมาโพสต์เดือดขนาดนี้ เล่นเอาคนอ่านต้องรีบตรวจสอบตัวเองกันเป็นทิวแถวว่า เข้าข่ายเหลี่ยมจัด เข้าข่ายทรยศ ที่ต้องถูกตัดทิ้ง หรือ เข้าข่ายคนดีที่น่าคบ ส่วนคนโตหน่อยก็ต้องเช็คว่า ทำอะไรซับซ้อนไปบ้าง จะเข้าข่าย “โตแล้วอย่าซับซ้อน” หรือไม่
โพสต์ของซ้อต่ายที่ถูกตีความว่า เป็นสัญญาณทางการเมือง เพราะเป็นโพสต์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความร้อนแรงทางการเมืองภายในของพลพรรคสีน้ำเงิน ที่ถูกตั้งคำถามจากคนนอกพรรคว่า เกิดอะไรขึ้น มีความขัดแย้งภายในพรรคหรือไม่
ยิ่งเมื่อหัวหน้าหนู อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่แม้จะออกมาโพสต์ภาพหวานชื่นระหว่าง 2 น.กับ 1 พ. พร้อมข้อความ “สัมพันธ์ร้าวฉานปานเครมบรูเล่” เพื่อสะท้อนว่า ยังหวานแนบแน่นเหมือนขนมเครมบรูเล่ ที่ภาพภายนอกเหมือนแตกร้าว แต่รสชาติกลับหวานจัด
แต่หลังภาพถูกโพสต์ออกมาและมีโพสต์ของ ‘ซ้อต่าย’ ใต้คอมเมนต์ “คิดว่าแหลกเหลวเหมือนอีตัน เมส” (ขนมที่มีส่วนผสมของครีมและผลไม้มาบดให้ละเอียดก่อนจะคลุกรวมกัน)
ถึงแม้ซ้อต่ายจะลบคอมเมนต์นี้ออก กระนั้นกลิ่นอายของความร้าวฉานเหมือนหน้าขนมเครมบรูเล่ และส่วนผสมที่แหลกเหลวเหมือนขนมอีตัน ก็ถูกมือดีจับสังเกตุถึงอาการที่ผิดปกติ
ยิ่งวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่นายกฯหนูออกอาการหงุดหงิดกับคำถามของผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบ เมื่อถูกถามเรื่องการเคลียร์ใจระหว่าง 2 น.กับ 1 พ. แล้วหรือไม่
สัญญาณของน้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ ก็ยิ่งถูกตีความและถูกขยายผล
จริงอยู่ แม้ นายกฯหนูจะตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ยาวนานนับสิบปี นานกว่าอายุงานของผู้สื่อข่าวที่ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ที่เสมือนหนึ่งคนในครอบครัวเดียวกัน
ความสัมพันธ์ที่คนนอกหากไม่รู้จริงก็อย่าพูด อย่าถาม เพราะไม่ใช่กงการอะไรของใคร เรื่องในบ้าน หากมีปัญหาคนในบ้านก็จะเคลียร์กันเอง
แต่ยิ่งตอบคำถาม ก็เหมือนยิ่งทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับพรรคการเมืองที่มีวินัยเข้มข้น สั่งนกเป็นไม้ สั่งไม้เป็นนกได้
สายสัมพันธ์ระหว่าง 2 น.ที่ยาวนาน ในท่าทีที่ต่างยอมรับซึ่งกันและกัน
น.หนึ่งยืนอยู่ในที่หนึ่ง
น.หนึ่ง ก็มีที่ยืนอยู่ในที่หนึ่ง
แต่ทั้ง 2 จุด มีเส้นแบ่งและการเคารพระหว่างกัน
ภาพที่ น.หนึ่ง เตะก้น อีก น.หนึ่ง มองเหรียญด้านหนึ่งก็เหมือนแสดงความเหนือกว่า แต่มองเหรียญอีกด้านหนึ่งก็เสมือนแสดงความใกล้ชิด เอ็นดู และหยอกล้อดั่งพี่น้อง
ยิ่งในช่วงเวลาที่มีแค่ 2 น. ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะยากที่ใครจะแซะ ใครจะงัด หรือใครจะยุแหย่ ให้ 2 น.แตกกันได้
น.เน ดั่งพี่ใหญ่ ดั่งมันสมอง ดั่งยุทธศาสตร์ เป็นพี่ชายที่แสนดี
น.หนู ดั่งน้องเล็ก ที่พร้อมเดินตามพี่ชาย เสมือน "สองพี่น้องเดินไป น้องตามพี่ชาย จับมือจูงน้องไป มองฟ้าอันกว้างใหญ่ ฟ้าคงไกลไป ขี่คอพี่สูงเอง"
ส่วน พ.ที่เป็นส่วนผสมที่ 3 เดิมอยู่วงนอก แต่เมื่อจำเป็นต้องเข้ามาวงใน พ.ก็ไม่เคยสยายปีก หรือสยายบารมีข้ามถิ่น แต่กระนั้น ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทำให้วันนี้ ต่างกับวันนั้น
วันนั้น พลพรรคสีน้ำเงินตั้ง Position ของพรรคไว้ที่เป็นพรรคขนาดกลาง พรรคที่พร้อมเป็นส่วนผสมสำคัญของทั้ง 2 ขั้ว อยู่กับรัฐบาล ก็สำคัญ เพราะเป็นได้ทั้งคานและเสาค้ำยัน…อยู่กับฝ่ายค้าน ก็สำคัญ เพราะเป็นส่วนผสมของเสียงที่ขาดไม่ได้
แต่วันนี้ การเติบโตแบบก้าวกระโดด จากพรรคขนาดกลาง ขึ้นเป็นพรรคขนาดใหญ่มาก จากเป้าหมาย 60 เสียง กลายเป็น 200 ขึ้น กระบวนการจัดการภายในพรรคก็เริ่มสั่นคลอน 2 น. กับ 1 พ. อาจเป็นเครมบรูเล่ ที่ภาพภายนอกเหมือนแตก แต่รสชาติภายในกลับกลมกล่อมและลงตัว ขั้วอำนาจในพรรคในปี 2569 อาจจะชัดอยู่ที่ 2 น. 1 พ. และภาพของ น.1 ยังชัดว่า อยู่ในตำแหน่งเหนือสุด
แต่จำนวนพลพรรคที่มากขึ้น พลพรรคที่มาจากต่างสี ต่างเผา ต่างกอ ขบวนการจัดการเริ่มไม่ใช่สูตรลงตัวเหมือนขนมครมบรูเล่ ตรงข้ามสถานะกลับคล้ายดั่งโพสต์ที่ถูกลบไปของ ซ้อต่าย นั่นคือ เละเหมือนส่วนผสมของขนมอีตัน ลำพังขนมอีตันก็น่าจะเละพออยู่แล้ว แต่ที่น่าห่วงกว่านั้น คือ เมื่อส่วนผสมที่ต่างสี ต่างเผ่า ต่างกอมาอยู่รวมกัน ความไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ก็เริ่มแยกออกจากอย่างชัดเจน
สีหนึ่ง ก็เลือกที่จะเดินตามเส้นทางหนึ่ง
เผ่าหนึ่ง ก็เลือกที่จะเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน
กอเดิม ก็ยังยืนหยัดในกลุ่มก้อน
‘แม่น้ำสายสีน้ำเงิน’ ที่เคยไหลไปในทิศทางเดียวกัน กำลังมีอันแยกออกเป็น 3 สาย
สายหนึ่ง ประกาศตัวชัดว่า นี่คือ แม่น้ำสายหลัก สายที่มีต้นน้ำมาจากที่ราบสูง และเป็นลำน้ำหลักที่ยืนหยัดหล่อเลี้ยงชุมชนสีน้ำเงินมาโดยตลอด
อีกสายหนึ่ง ก็กำลังสถาปนาเป็นสายน้ำใหม่ สายแห่งอำนาจที่ไม่ขึ้นตรงกับต้นน้ำเดิม สายที่ยืนหยัดว่า นี่คือ สายน้ำอำนาจของแท้ สายน้ำที่เป็นสีน้ำเงินแท้ สายน้ำนี้แม้จะเป็นต้นน้ำใหม่ แต่ประกาศตัวว่า มีต้นกำเนิดของสายน้ำ มาจากภูที่สูงเสียดฟ้าและเป็นต้นน้ำบริสุทธิ์ที่กำลังจะไหลมาสลายสีน้ำเงินเทาๆ ให้เหลือแค่น้ำเงินบริสุทธิ์
ส่วนสายน้ำสุดท้าย กำเนิดจากหลายส่วนผสม อาจมีพลังของสายน้ำน้อยสุด แต่เมื่อรวมกันก็มีกระแสที่เชี่ยวกรากที่พร้อมจะทลายตลิ่ง และสร้างความปั่นป่วนให้กับสายน้ำหลักได้ โดยเฉพาะในยามที่ต้องการใช้พลังของน้ำทั้ง 3 สาย แม้ต้นน้ำจากมาจากทางใต้ ที่สายน้ำย่อมไม่ไหลย้อนขึ้นเหนือ แต่หากลงใต้ สายน้ำนี้ก็ทรงพลังยิ่งเช่นกัน
เรื่องเล่าเรื่องแม่น้ำสีน้ำเงิน 3 สาย ยังมีส่วนผสมอีกบางส่วนที่คนเล่า บอกว่า
“ครั้งหนึ่งแม่น้ำสายหลัก อาจเป็นแกนในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับลำน้ำ และผู้คนที่อาศัยแม่น้ำสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต ก็ย่อมต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่วันนี้ ในยามที่พลังของลำน้ำสายหลักเริ่มอ่อนล้า และถูกตั้งคำถามจากสังคม อีกหนึ่งลำน้ำก็ถูกผู้คนรอบด้านลำน้ำสายนั้น ชูขึ้นมา และอ้างสิทธิ อ้างต้นน้ำใหม่ ต้นน้ำที่มาจากภูสูงเสียดฟ้า อ้างฉันทานุมัติของต้นน้ำ เพื่อลดทอนพลังและความเชี่ยวกรากของสายน้ำเดิม”
วาทะเด็ด “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” จึงถูกอนุมานเข้าหาเรื่องเล่าของสายน้ำ สะท้อนว่าแท้จริง ลำน้ำสายสีน้ำเงิน เป็นส่วนผสมของเครมบรูเล่ หรือส่วนผสมของอีตัน
ใครหนอ เหลี่ยมจัด
ใครหนอ ทรยศ
ใครหนอ ควรถูกตัดทิ้ง
ใครหนอ ดีจนน่าคบ
และใครหนอ โตแล้วซับซ้อน
เล่ามาถึงขนาดนี้ ใครที่พอรู้อยู่บ้าง ก็น่าจะอ่านสายน้ำออก
สายน้ำไหนมาจาก ใครคือ ‘ต้นน้ำ’ ถอดรหัสต่อกันเองนะ…




