ทางรอด-ทางร่วง เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

7 ก.ค. 2569 - 11:26

  • ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

  • เปิด 3 ฉากทัศน์ ตั้งแต่ผ่านทั้งฉบับ ถึงตกบางส่วนหรือทั้งฉบับ

  • ผลชี้ขาดกระทบทั้งนโยบายรัฐ ความเชื่อมั่น และทิศทางเศรษฐกิจ

ทางรอด-ทางร่วง เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

อีกสามวัน ศาลรัฐธรรมนูญจะให้คำตอบเรื่องการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล มีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามคำร้องของพรรคฝ่ายค้าน ที่ร่วมกันเข้าชื่อยื่นเรื่องขอให้พิจารณาวินิจฉัย

หลายคนรอลุ้นว่ารัฐบาลจะผ่าน-ไม่ผ่าน ‘นิติสงคราม’ ด่านนี้

แน่นอนมีทั้งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง แต่ฟังจากสุ้มเสียงคนในรัฐบาล ดูจะมีความรู้สึกผ่อนคลายไปในทางเดียวกัน โดยเริ่มจากนายกฯ อนุทิน ที่แม้จะพูดแบบกลางๆ “สุดแล้วแต่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” ฟังดูเหมือนปลงๆ แต่หากดูหลายๆ ประโยคต่อจากนี้ จะเห็นถึงความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยม เช่น

“เราได้ชี้แจงทั้งเอกสารหลักฐานประกอบไปแล้ว ซึ่งเป็นการให้คําชี้แจงในฐานะรัฐบาล ก็ต้องสุดแล้วแต่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร เราก็ต้องยอมรับ มันเป็นสิ่งที่เราต้องปฏิบัติตาม”

“เราคาดหวังว่าคำอธิบายและคำชี้แจงของเราน่าจะทําให้ศาลได้วินิจฉัยในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อวินิจฉัยออกมาอย่างไรเราก็ต้องดูว่ามีข้อชี้แนะหรือคำสั่งใดๆ เราก็ต้องทำตามหมด ไม่ว่าออกมาในรูปแบบไหน เพราะเราต้องเคารพคำสั่งของศาลไม่ว่าศาลใดก็ตาม”

สุดท้าย เมื่อถามถึงความมั่นใจต่อข้อมูลที่ชี้แจงไป คำตอบคือ “เราปฏิบัติตามนโยบายตามหน้าที่ และชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงประกอบ เรื่องมั่นใจ มันไม่มีใครมั่นใจหรอก เพราะเราไม่ใช่เป็นคนตัดสิน”

อีกคน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และรมว.คลัง ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องโดยตรง ตอบคำถามสื่อเช่นกันว่า “ต้องแล้วแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” เพราะรัฐบาลทำได้ดีที่สุดแล้ว คือ พยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนว่า รัฐบาลมีความจำเป็น เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาพลังงานมาก และเรื่องนี้ถือเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราพึ่งพาน้ำมันมากสะท้อนให้เห็นจากตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุล ส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

“วันนี้ยังไม่รู้สงครามจะจบลงอย่างไรหรือจะเริ่มใหม่หรือไม่”

ประโยคหลังสุด เป็นการย้ำถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ พอๆ กับที่โต้กลับฝ่ายค้านเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในหลายๆ ตัว แต่หากปล่อยไปตามยถากรรม ไม่หาอะไรมารองรับก็จะทำให้ย่ำแย่ลงได้

สุดท้ายทางรอด ทางร่วง ปมเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ผลจะออกซ้ายออกขวาอย่างไร หากว่ากันตามหลักการในรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ประกอบมาตรา 173 แล้ว หวยคงออกได้ไม่เกิน 3 หน้า คือ หน้าแรก เป็นไปตามที่ฝ่ายกฎหมายรัฐบาลมั่นใจนั่นแหล่ะ ว่าสามารถทำได้

ดังที่กูรูกฎหมายนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กับปี 2550 มาอธิบายเรื่องความจำเป็นรีบด่วน ที่วางหลักไว้แตกต่างกัน โดยฉบับปี 2540 ให้ดูสถานการณ์เป็นหลัก ส่วนฉบับปี 2550 ให้เป็นดุลพินิจของคณะรัฐมนตรี และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็ยึดหลักเดียวกับปี 2550

หน้าที่สอง จะซับซ้อนขึ้นมาหน่อย โดยดูจากการแบ่งเงินกู้ออกเป็น 2 ก้อนๆ ละ 2 แสนล้านบาท รวมเป็น 4 แสนล้านบาท เมื่อจำแนกภาระการใช้เงินออกเป็นสองก้อน คือ ปัจจุบันกับอนาคต ดังนั้น การกู้เงินก้อนที่สอง อาจมีปัญหาไม่เข้าเกณฑ์ที่ว่า “จำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้”

หน้าที่สาม ประเด็นมติ “ไม่น้อยกว่าสองในสาม” ที่เป็นเสียงชี้ขาดกรณีที่เห็นว่าการตรา พ.ร.ก.ไม่เป็นไปตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ซึ่งจะต้องใช้เสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 6 เสียงขึ้นไป ถึงจะทำให้ พ.ร.ก.นั้น ‘ตกไป’ หรือไม่มีผลใช้บังคับมาแต่ต้น

ตรงหน้าที่สามนี้ เป็นเรื่องหลักคณิตศาสตร์ ที่จะทำให้ยุ่งยากหน่อย และในอดีตก็เคยมีคำวินิจฉัยในลักษณะนี้ คือเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่มติไม่ถึงสองในสามตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงทำให้เรื่องนั้นผ่านฉลุยไปได้

ส่วนใครจะวิพากษ์ค่อนแคะตามหลังอย่างไร ก็ไม่มีผล เพราะรัฐธรรมนูญวางหลักเกณฑ์เอาไว้แบบนั้น

สรุปปมเงินกู้สี่แสนล้านบาท คำตอบอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนทางรอด-ทางร่วง คงไม่หนีไปจากสามแนวทางที่ว่ามานี่แหล่ะ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์