ไมเคิล อัลฟาโร ตอกย้ำปัญหารัฐบาลกับ‘ศบ.ทก.’

18 ส.ค. 2568 - 10:23

  • เป็นการทำงานที่ประสานงากันอย่างต่อเนื่องระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ

  • กรณีไมเคิล อัลฟาโร่ ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหายิ่งบานปลาย

  • หากมีการสั่งยุบ ศบ.ทก. จากรัฐบาลจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ

ไมเคิล อัลฟาโร ตอกย้ำปัญหารัฐบาลกับ‘ศบ.ทก.’

วันพรุ่งนี้ ไม่ว่า ‘ศบ.ทก.’ หรือที่มีชื่อเต็มๆ ว่า ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา จะยังคงดำรงอยู่ต่อไปหรือถูกยกเลิกก็ตาม แต่จากกรณีของ ‘ไมเคิล อัลฟาโร’  นักข่าวกำมะลอ ที่ไลฟ์สดให้ร้ายประเทศไทย

กลายเป็นอีกภาพสะท้อนของปัญหาการทำงานใน ‘ศบ.ทก.’ ที่มีการ ‘ขบเหลี่ยม’  เหยียบตาปลากันเอง ระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ ถึงขั้นต้องทบทวนว่าจะยุบทิ้งศูนย์นี้กันเลยหรือไม่ โดยรอให้ที่ประชุมสมช.ชุดใหญ่ชี้ขาดในเร็ววันนี้

ศบ.ทก.ก่อกำเนิดขึ้นในวันที่ 16 มิ.ย.68 จากคำสั่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย ภายใต้เหตุผลให้เป็น ‘ศูนย์บูรณาการ’ ทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ในภาวะที่ไร้หัว ไม่มีทั้ง รมว.กลาโหม และนายกรัฐมนตรีตัวจริง

แต่การทำงานที่ผ่านมา กลับเป็นไปแบบกระท่อนกระแท่น ‘ต่างคนต่างทำ’  ไม่สามารถบูรณาการทุกหน่วยเข้าด้วยกันได้ แถมยังเกิดอาการขัดลำกล้องอยู่บ่อยๆ เห็นได้ชัดจากการขอรับบริจาคลวดหนามหีบเพลง ของกองทัพภาคที่ 2

ไม่นับการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา ศบ.ทก.ที่ตอบคำถามสื่อไปกันคนละทาง

จนทำให้นำไปสู่การพูดคุยหารือยุบศูนย์ ศบ.ทก.ของรักษาการนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบ.ทก.ในเวลาต่อมา

ทว่าในขณะที่กำลังรอให้ที่ประชุมสมช.ชุดใหญ่เคาะจะอยู่หรือไป จู่ๆ ก็เกิดกรณี ‘ไมเคิล อัลฟาโร’  ขึ้น ซึ่งทำให้เห็นปมปัญหาการทำงานแบบต่างคนต่างทำใน ศบ.ทก.แจ่มชัดขึ้นอีก เมื่อ ‘จิรายุ ห่วงทรัพย์ ’ ซึ่งมีหมวกใบหนึ่งเป็นโฆษกรัฐบาล และหมวกอีกใบเป็นกรรมการ ศบ.ทก.

จิรายุ ป่าวประกาศเชิญชวนให้ไมเคิล อัลฟาโร เดินทางมารายงานข่าวในประเทศไทย โดยยินดีเป็นสปอนเซอร์ดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ไม่ว่าค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมว่า ‘เอาอะไรมาคิด’

ในขณะที่ไมเคิล ‘เขยเขมร’  รีบตอบรับทันควันว่า

‘ผมกำลังอยู่ที่กัมพูชา แต่เพิ่งได้รับคำเชิญจากรัฐบาลไทยให้เดินทางข้ามไป เพื่อรับฟังมุมมองของฝ่ายไทยโดยตรง..กรุณาให้ข้อมูลช่องทางการติดต่อเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง’  

แต่สายไปเสียแล้ว เมื่อโฆษกฯ จิรายุ หลังเจอ‘สหบาทา’ จากรอบทิศทาง ได้กลับหลังหันยกเลิกคำเชิญลงเอาดื้อๆ ด้วยเหตุผลว่า ‘แอบอ้าง’  ไม่ใช่นักข่าวทำเนียบขาวจริง

‘สัปดาห์ที่แล้วอยากเชิญนายไมเคิล ที่กล่าวอ้างว่าเป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาว อยากให้มาเห็นของจริงในฝั่งไทยที่โดนเขมรถล่มหนักแค่ไหน..แต่ขณะนี้ พบว่านายไมเคิลไม่ได้เป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาวจริง แถมยังแอบอ้าง ประธานธิบดีสหรัฐ วันนี้จึงขอบอกว่า จบข่าว ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทยต่อไป’

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในห้วงเวลาเดียวกับที่ไมเคิล อัลฟาโร กล่าวหาประเทศไทย ‘พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ’  โฆษก ศบ.ทก.ได้ออกมาตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กอย่างยืดยาว โดยประกาศจะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศให้ถึงที่สุด ฐานแพร่ข้อมูลที่ ‘บิดเบือน’  กระทบต่อเกียรติภูมิและความมั่นคงของชาติไทย

ท่าทีของสองโฆษก โดยคนหนึ่งเป็นโฆษกรัฐบาล อีกคนเป็นโฆษก ศบ.ทก.แต่มีตำแหน่งอยู่ใน

ศบ.ทก.ด้วยกัน กลับเห็นไปคนละทาง จึงสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานในศบ.ทก.ที่นอกจากไม่มีบูรณาการแล้ว ยังอยู่กันอย่างเอกเทศด้วย

เอาเป็นว่า ไม่ว่า ศบ.ทก.จะอยู่หรือไปด้วยเหตุผลใด โดยเฉพาะการดึงอำนาจสั่งการกลับมาที่ฝ่ายบริหาร ไม่ให้ภาพของกองทัพโดดเด่นซ้ำเติมรัฐบาล ‘เป็ดง่อย’ ให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินไปมากกว่านี้ ก็ปล่อยให้ผู้ถืออำนาจว่ากันตามสะดวก ระหว่างภาพลักษณ์ หน้าตา ครม.กับความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง จะเลือกเอาแบบไหน

สุดท้ายต่อให้ ‘ภูมิธรรม’  ขอเวลาอีก 1-2 ปี เพื่อสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ซึ่งไม่ว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ก็ตาม แต่ศบ.ทก.กับรัฐบาลนี้ คงต้องไปพร้อมกันในปลายเดือนนี้แหล่ะ!!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์