วันพรุ่งนี้ ไม่ว่า ‘ศบ.ทก.’ หรือที่มีชื่อเต็มๆ ว่า ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา จะยังคงดำรงอยู่ต่อไปหรือถูกยกเลิกก็ตาม แต่จากกรณีของ ‘ไมเคิล อัลฟาโร’ นักข่าวกำมะลอ ที่ไลฟ์สดให้ร้ายประเทศไทย
กลายเป็นอีกภาพสะท้อนของปัญหาการทำงานใน ‘ศบ.ทก.’ ที่มีการ ‘ขบเหลี่ยม’ เหยียบตาปลากันเอง ระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ ถึงขั้นต้องทบทวนว่าจะยุบทิ้งศูนย์นี้กันเลยหรือไม่ โดยรอให้ที่ประชุมสมช.ชุดใหญ่ชี้ขาดในเร็ววันนี้
ศบ.ทก.ก่อกำเนิดขึ้นในวันที่ 16 มิ.ย.68 จากคำสั่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย ภายใต้เหตุผลให้เป็น ‘ศูนย์บูรณาการ’ ทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ในภาวะที่ไร้หัว ไม่มีทั้ง รมว.กลาโหม และนายกรัฐมนตรีตัวจริง
แต่การทำงานที่ผ่านมา กลับเป็นไปแบบกระท่อนกระแท่น ‘ต่างคนต่างทำ’ ไม่สามารถบูรณาการทุกหน่วยเข้าด้วยกันได้ แถมยังเกิดอาการขัดลำกล้องอยู่บ่อยๆ เห็นได้ชัดจากการขอรับบริจาคลวดหนามหีบเพลง ของกองทัพภาคที่ 2
ไม่นับการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา ศบ.ทก.ที่ตอบคำถามสื่อไปกันคนละทาง
จนทำให้นำไปสู่การพูดคุยหารือยุบศูนย์ ศบ.ทก.ของรักษาการนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบ.ทก.ในเวลาต่อมา
ทว่าในขณะที่กำลังรอให้ที่ประชุมสมช.ชุดใหญ่เคาะจะอยู่หรือไป จู่ๆ ก็เกิดกรณี ‘ไมเคิล อัลฟาโร’ ขึ้น ซึ่งทำให้เห็นปมปัญหาการทำงานแบบต่างคนต่างทำใน ศบ.ทก.แจ่มชัดขึ้นอีก เมื่อ ‘จิรายุ ห่วงทรัพย์ ’ ซึ่งมีหมวกใบหนึ่งเป็นโฆษกรัฐบาล และหมวกอีกใบเป็นกรรมการ ศบ.ทก.
จิรายุ ป่าวประกาศเชิญชวนให้ไมเคิล อัลฟาโร เดินทางมารายงานข่าวในประเทศไทย โดยยินดีเป็นสปอนเซอร์ดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ไม่ว่าค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมว่า ‘เอาอะไรมาคิด’
ในขณะที่ไมเคิล ‘เขยเขมร’ รีบตอบรับทันควันว่า
‘ผมกำลังอยู่ที่กัมพูชา แต่เพิ่งได้รับคำเชิญจากรัฐบาลไทยให้เดินทางข้ามไป เพื่อรับฟังมุมมองของฝ่ายไทยโดยตรง..กรุณาให้ข้อมูลช่องทางการติดต่อเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง’
แต่สายไปเสียแล้ว เมื่อโฆษกฯ จิรายุ หลังเจอ‘สหบาทา’ จากรอบทิศทาง ได้กลับหลังหันยกเลิกคำเชิญลงเอาดื้อๆ ด้วยเหตุผลว่า ‘แอบอ้าง’ ไม่ใช่นักข่าวทำเนียบขาวจริง
‘สัปดาห์ที่แล้วอยากเชิญนายไมเคิล ที่กล่าวอ้างว่าเป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาว อยากให้มาเห็นของจริงในฝั่งไทยที่โดนเขมรถล่มหนักแค่ไหน..แต่ขณะนี้ พบว่านายไมเคิลไม่ได้เป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาวจริง แถมยังแอบอ้าง ประธานธิบดีสหรัฐ วันนี้จึงขอบอกว่า จบข่าว ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทยต่อไป’
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในห้วงเวลาเดียวกับที่ไมเคิล อัลฟาโร กล่าวหาประเทศไทย ‘พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ’ โฆษก ศบ.ทก.ได้ออกมาตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กอย่างยืดยาว โดยประกาศจะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศให้ถึงที่สุด ฐานแพร่ข้อมูลที่ ‘บิดเบือน’ กระทบต่อเกียรติภูมิและความมั่นคงของชาติไทย
ท่าทีของสองโฆษก โดยคนหนึ่งเป็นโฆษกรัฐบาล อีกคนเป็นโฆษก ศบ.ทก.แต่มีตำแหน่งอยู่ใน
ศบ.ทก.ด้วยกัน กลับเห็นไปคนละทาง จึงสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานในศบ.ทก.ที่นอกจากไม่มีบูรณาการแล้ว ยังอยู่กันอย่างเอกเทศด้วย
เอาเป็นว่า ไม่ว่า ศบ.ทก.จะอยู่หรือไปด้วยเหตุผลใด โดยเฉพาะการดึงอำนาจสั่งการกลับมาที่ฝ่ายบริหาร ไม่ให้ภาพของกองทัพโดดเด่นซ้ำเติมรัฐบาล ‘เป็ดง่อย’ ให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินไปมากกว่านี้ ก็ปล่อยให้ผู้ถืออำนาจว่ากันตามสะดวก ระหว่างภาพลักษณ์ หน้าตา ครม.กับความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง จะเลือกเอาแบบไหน
สุดท้ายต่อให้ ‘ภูมิธรรม’ ขอเวลาอีก 1-2 ปี เพื่อสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ซึ่งไม่ว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ก็ตาม แต่ศบ.ทก.กับรัฐบาลนี้ คงต้องไปพร้อมกันในปลายเดือนนี้แหล่ะ!!




