หมอลำหลงโรง ภท.ไม่รุกฆาตพรรคส้ม

21 ม.ค. 2569 - 13:56

  • ปม 10 นักการเมืองธุรกิจสีเทา จากเกมรุกฆาต กลายเป็นขอความเป็นธรรม

  • ไชยชนกกลับลำ ย้ำไม่ใช่ผู้สมัคร–ไม่ใช่พรรคเดียว สวนกระแสข่าวก่อนหน้า

  • ภูมิใจไทยถอนคันเร่ง หวั่นบูมเมอแรงการเมือง ก่อนโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

หมอลำหลงโรง ภท.ไม่รุกฆาตพรรคส้ม

กลายเป็นหนังคนละม้วน จากแนวบู๊ล้างผลาญ ระเบิดภูเขา เผากระท่อม ของนักสร้างภาพยนตร์ในตำนาน ฉลอง ภักดีวิจิตร ลดชั้นเป็นแค่ละครน้ำเน่าหลังข่าวไปดื้อๆ

เมื่อนักการเมืองรุ่นสามของโรงโม่หินศิลาชัย ไชยชนก ชิดชอบ ผู้สวมหมวกเสนาบดีกระทรวงดีอี ออกปากขอความเป็นธรรมให้พรรคประชาชน(ปชน.) กรณี 10 นักการเมือง พัวพันธุรกิจสีเทา ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและจะมีการดำเนินคดีในเร็วๆ นี้

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ 2 ผู้สมัครสส.พรรคส้ม บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ เขต 33 กทม.และ รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ เขต 2 ตาก ถูกจับกุมในคดีฟอกเงินและเจ้าของเว็บพนันออนไลน์ โดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้ข่าวว่ายังมีผู้สมัคร สส.อีก 10 ราย อยู่ในข่ายที่จะถูกดำเนินคดีด้วย

ด้านรัฐมนตรีไชยชนก ก็ออกมาสำทับเสียงแข็งในวันเดียวกันว่า กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน และยืนยันเป็นผู้สมัครของพรรคการเมือง ที่มีมากกว่าหนึ่งพรรค

ในขณะที่ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ออกมาเปิดเผยข้อมูลในเวลาต่อมา ตอนแรกเข้าใจว่าผู้สมัครสส.เหล่านี้กระจายอยู่ใน 3-4 พรรคการเมือง แต่แหล่งข่าวยืนยันว่าอยู่ในพรรคเดียวกันทั้งหมด

ข้อมูลของ ดร.วันวิชิต ทำเอาสายตาทุกคู่ของคอการเมือง พุ่งความสนใจไปที่พรรคส้ม ยิ่งบุรุษจอมแฉ ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ออกมาเปิดชื่ออักษรย่อ ‘ส.เสือ’ ยิ่งทำให้สื่อไปควานหาคนที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย ส.เสือ ในพรรคส้มว่ามีใครเป็นใครบ้าง

หลังจากนั้น เรื่อง 10 ผู้สมัครสส.พัวพันธุรกิจสีเทา ก็จางหายจากหน้าสื่อไป จนกระทั่งช่วงสายวันอังคารที่ 20 มกราคม สองรัฐมนตรีคู่เดิมจากพรรคภูมิใจไทย ออกมาเขี่ยลูกอีกครั้ง โดยเฉพาะรัฐมนตรีไชยชนก ที่บอกว่า ‘เดี๋ยวเปิดแน่นอน’

แถมตอบคำถามนำที่ว่า ทั้ง 10 คนอยู่ในพรรคเดียวกันทั้งหมดใช่หรือไม่ว่า "อยู่ทั้งหมด"

จากคำตอบสั้นๆ  เพียงไม่กี่พยางค์ข้างต้น ทำให้ถูกมองเป็นการใช้อำนาจกลั่นแกล้งทางการเมือง เอาเปรียบคู่แข่ง ก่อนที่การเลือกตั้งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือเปล่า

จนเป็นที่มาของการ "ขอความเป็นธรรมให้พรรคประชาชน" จากปากของรัฐมนตรีไชยชนก ในเวลา 16.50 น.วันเดียวกัน พร้อมอธิบายความที่มาของ 10 รายชื่อ ไม่ใช่ทั้งอดีตสส.และผู้สมัครของพรรคการเมือง

"นักการเมืองทั้ง 10 คนนั้น ไม่ใช่ 10 สส. หรือ 10 ผู้สมัครของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็น 10 บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงพรรคเดียว แต่มีหลายพรรคการเมือง"

กลายเป็นหนังคนละม้วนกับที่ฉายเป็นตัวอย่างเรียกน้ำย่อยไว้

ไชยชนก ยังสำทับอีกยาวๆ ว่า ขออนุญาตให้ความเป็นธรรมกับกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น ซึ่งเครดิตไม่ได้อยู่ที่ตน แต่อยู่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีกส่วนหนึ่งคือพรรคประชาชน ซึ่งตนยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ที่จะพิสูจน์ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนหรือไม่ คือกระบวนการยุติธรรม

"ยืนยันว่าไม่ใช่พรรคประชาชนทั้ง 10 คน การสื่อสารในช่วงเวลาดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาชน ดังนั้น ขอฝากไปยังประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารในช่วงเวลานี้ ขอให้รับอย่างมีสติ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แถลงข้อเท็จจริง อย่ารับฟังเพียงแค่จากพาดหัวข่าว"

สุดท้าย มาจบลงที่สื่อพาดหัวข่าวหวือหวา นำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนไปเสียฉิบ  ทั้งๆ ที่ย้อนไปดูความเป็นมาของข่าวนี้ ทุกคำพูดล้วนออกจากปากของคนเดียวกันกับที่พูดขอความเป็นธรรมและโทษการเสนอข่าวของสื่อนั่นแหล่ะ

เกิดเหตุอันใดขึ้น ทำไมไชยชนกถึงกลับลำ ถอนคันเร่งเสียดื้อๆ

หากเรื่องนี้มีส่วนผสมของการเมืองอยู่ด้วยตั้งแต่ต้น การจะให้เดินหน้าต่อหรือชะลอ รั้งม้าเอาไว้ก่อน ก็คงมาจากเหตุผลเดียวกัน เพราะบางครั้งการรุกฆาต เอาเป็นเอาตายมากไป แทนที่จะเกิดผลเสียกับอีกฝ่าย อาจกลายเป็นผลดี เรียกคะแนนสงสาร ในฐานะผู้ถูกกระทำจากคนที่ถืออำนาจ

ลำพังทุกวันนี้ พรรคส้มก็แทบจะถูกรุมกินโต๊ะจากทุกฝ่ายอยู่แล้ว จากเกมรุกฆาต พรรคน้ำเงินจึงเปลี่ยนมาถอนคันเร่งแทน เพราะไม่อยากเจอพิษบูมเมอแรง ทำให้เสียทรงการเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย

สุดท้ายหลานลุงชัย จึงเป็นได้แค่หมอลำหลงโรง.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์