เปิดบ่อนเสรี ต้องทำประชามติ

1 เม.ย. 2567 - 10:18

  • กลายเป็นนโยบายที่รัฐบาลและฝ่ายค้านขานรับ

  • กาสิโน หรือเอนเตอร์เทนเม็นท์ คอมเพล็กซ์ ถูกใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลบอกแต่ข้อดี ส่วนข้อเสียให้ภาคสังคมมาบอกแทน สุดท้ายก็อาจจบด้วยการทำประชามติ

Deep Space-Casino-SPACEBAR-Hero.jpg

นาทีนี้กระแสบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย ที่มาในเสื้อคลุมของสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ได้ถูกฝ่ายการเมืองในสภาทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน พร้อมใจกันกระชากลากถู เห็นดีเห็นงามร่วมกันอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน

โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่ออกมาถือธงนำ ให้คนไทย **‘เลิกทำตัวเป็นสังคมอีแอบ’**กันเสียที พร้อมรับลูกสภาผู้แทนราษฎร หากส่งผลศึกษามาถึงวันใด จะเร่งให้ครม.นำไปดำเนินการ และยื่นร่าง พ.ร.บ.กาสิโนต่อสภาทันที เพราะเราเสียโอกาสมามากพอแล้ว

‘รัฐบาลจะทวงคืนเวลาที่สูญเสียไปกลับมาเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ’

นายกฯ เศรษฐา ประกาศก้องพาราถึงการผลักดันบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย โดยจะทำให้เสร็จภายใน 3 ปี ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะครบวาระ

ที่ผ่านมาฝ่ายสนับสนุนให้มีบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย มักอ้างถึงผลดีต่อเศรษฐกิจมหาศาล ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัว การจ้างงานรายได้ขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทั้งจะมีทักษะใหม่เกิดขึ้นทำให้มีค่าแรงต่อวันสูงถึง 2,000 บาท

‘จะมีการสร้างสนามบิน สนามบินล้านนา จะล้อกับอัตราการจ้างงาน อัตราการเติบโตทางท่องเที่ยว อัตราของนักลงทุน ทำให้เศรษฐกิจโตแบบก้าวกระโดด’

จักรพล ตั้งสิทธิธรรม รองประธานกมธ.วิสามัญศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ประสานเสียงร่วมด้วยช่วยโหมอีกแรง

เป็นที่น่าสังเกตว่า การผลักดันบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายหนนี้ เสียงคัดค้านค่อนข้างแผ่วเบา มีเพียงเครือข่ายภาคประชาชนที่มายื่นหนังสือคัดค้าน และนักวิชาการอีกไม่กี่คนที่แสดงความไม่เห็นด้วย ส่วนองค์กรอื่นๆ อาทิ องค์กรด้านศาสนา ยังไม่มีการแสดงออกใดๆ

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ เพิ่ง ‘ไหวตัว’ ออกมาตั้งคำถามถึงการเล็งผลเลิศของรัฐบาลในการมีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย โดย ‘สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์’  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ เรียกร้องศึกษาให้รอบคอบก่อน เพราะมีหลายประเทศที่ผิดพลาดจากการให้มีบ่อนเสรี เช่น สิงคโปร์ ที่มีปัญหาประชาชนติดการพนัน แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้

หรือแม้กระทั่งประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป ก็มีปัญหาอาชญากรรม และปัญหาในครอบครัวตามมาอีกจำนวนมาก ซึ่งประเทศเหล่านี้คิดว่าถ้าเขาย้อนเวลากลับไปได้ ก็ไม่อยากทำเรื่องกาสิโนเสรี 

‘เรามีวัฒนธรรม มีทะเล มีสถานที่ท่องเที่ยวและอีกหลายอย่างที่ทำให้ดีและปลอดภัยได้อยู่แล้ว การอ้างว่าเรื่องบ่อนการพนันจะช่วยสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ แต่ไม่สู้กับการลงทุนในสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้คุ้มค่ากว่า และปลอดภัยกว่าเยอะ’

สุชัชวีร์ ชี้ให้เห็นจุดแข็งของไทยที่สามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นจุดขายได้ ซึ่งประเทศอื่นไม่มี จึงต้องไปทำเรื่องบ่อนการพนัน 

สุชัชวีร์ ยัง ‘ตำหนิ’ นายกรัฐมนตรี ที่ ‘ปากไว’ พูดสนับสนุนเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ถือเป็นเรื่องอันตราย และน่ากลัวมากๆ จึงอยากขอให้นายกรัฐมนตรี ไม่ควรคิดในมุมมองของผู้บริหารธุรกิจ แต่ต้องคิดในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชน และในฐานะของคนที่เป็นพ่อแม่ด้วย 

เมื่อเริ่มมีแนวร่วมออกมาสวนรัฐบาลและกลุ่มการเมืองที่หายใจเข้าออกเป็นเงินจากการเปิดบ่อนเสรี และมองข้ามเรื่องผลกระทบด้านสังคมมากขึ้น ทำให้ ‘ธนากร คมกฤส’  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ที่ยืนหยัดสู้เรื่องนี้ลำพังมานาน ไม่รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวอีกต่อไป

คมกฤส ร่ายยาวถึงเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร มีข้อห่วงใยอยู่ในหลายจุด โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา เพราะประสิทธิภาพการกำกับดูแลที่อยู่ในร่างคงคุมไม่อยู่ แถมยังมีจุดอ่อนตรง บอร์ดนโยบายที่ไม่ใช่การกำกับดูแล แต่ออกไปทางการส่งเสริมเสียมากกว่า

นอกจากนั้น การกำหนดขนาดของบ่อนที่มีตั้งแต่ไซส์ใหญ่ถึงไซส์เล็ก ก็แสดงถึงการเปิดบ่อนพนันที่ไม่ได้รองรับเฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเปิดให้คนไทยเข้าไปเล่นได้ด้วย

คมกฤส มองข้อห่วงใยเรื่องการฟอกเงินที่ทั่วโลกกังวล  จะอยู่ในจุดที่จะคุมไม่ได้เหมือนกัน ส่วนปัญหาส่วยที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ ตราบใดที่ไม่สามารถควบคุมเจ้าหน้าที่ไม่ให้รับส่วยได้ ต่อให้มีบ่อนเสรีก็แก้ปัญหาส่วยไม่ได้ เช่นเดียวกับการปิดทางไม่ให้คนไทยไปเล่นการพนันนอกประเทศ เมื่อเล่นในประเทศไม่ได้ ก็ต้องออกไปเล่นนอกประเทศอยู่ดี

สุดท้ายคมกฤส  ‘ปรามาส’ ผู้มีอำนาจที่รับปากแข็งขันสามารถจัดการปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ ขอให้ไปจัดการ ‘ตู้คีบตุ๊กตา’ ที่ตั้งอยู่เกลื่อนเมืองตอนนี้เสียก่อน เพราะลำพังเรื่องง่ายๆ ยังไม่มีปัญญาจัดการ นับประสาอะไรกับบ่อนเสรีที่ลงทุนเป็นแสนล้านบาท จะเอาอะไรไปควบคุม

พร้อมส่งเสียงให้สังคมร่วมกันตระหนัก หากจะให้เปิดบ่อนเสรีต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้นักการเมืองใช้เสียงในสภาลากกันไปเอง

‘ประชามติ’  จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีให้กับการเปิดบ่อนเสรีได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยกัญชาเสรี ที่นายกรัฐมนตรี เห็นว่าสร้างความเสียหายให้คนไทยอย่างใหญ่หลวง มากกว่าจะมีผลดีทางเศรษฐกิจ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์