สีน้ำเงินมุกแป๊ก ไม่เลือกเราเขามาแน่

29 ม.ค. 2569 - 10:06

  • วลีหาเสียงที่คุ้นหู ถูกขุดกลับมาใช้อีกครั้งในสนามเลือกตั้ง

  • ท่ามกลางบริบทการเมืองที่ขั้วไม่ชัด พันธมิตรไม่ตายตัว

  • ถูกตั้งคำถามถึงความจริงใจและเป้าหมายทางการเมือง

สีน้ำเงินมุกแป๊ก ไม่เลือกเราเขามาแน่

วลีนี้คุ้นหูคนการเมืองเป็นอย่างดี "ไม่เลือกเราเขามาแน่" เพราะพรรคประชาธิปัตย์ นำมาใช้ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2539 สมัยที่แข่งกับพรรคความหวังใหม่ ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ต่อมายังนำมาใช้อีกในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.สมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

ล่าสุด ศุภมาศ อิสรภักดี แม่ทัพ กทม.พรรคภูมิใจไทย ขุดขึ้นมาอีกในวันนี้ และทำท่าจะเป็น"มุกแป๊ก" ตั้งแต่วินาทีแรก ไม่ใช่เพราะไปลอกการบ้านคนอื่นมา แต่สถานการณ์โดยรวมไม่เอื้อให้ใช้วาทกรรมนี้

อีกทั้ง ความพยายามบอกกล่าวตัวเองเป็นตัวแทนฝ่ายอนุรักษ์นิยม ก็ไม่ได้เกิดจากการเห็นพ้องร่วมกันของฝ่ายจารีต หากแต่เป็นการอุปโลกน์กันขึ้นเอง ของฝ่ายที่เป็นขาเชียร์พรรคสีน้ำเงินด้วยกัน

วลีเด็ดที่จุดขึ้นจึงนอกจากจะไม่ขลังแล้ว ยังถูกตั้งคำถามตามมาอีกต่างหาก

โดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้นตำรับของวาทะกรรม แสดงความงุนงงกับนิยามคำว่า "เขาและเรา" ในที่นี้หมายถึงใคร เพราะจากการลงพื้นที่พบว่าคู่แข่งขันในแต่ละเขตมีความหลากหลายและไม่เหมือนกัน

กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกคนที่สงสัยในเจตนาของพรรคภูมิใจไทย ที่ไปขุดคำนี้มาใช้ทั้งที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ แถมยังเป็นความพยายามสร้างความเกลียดชังอีกต่างหาก

กรณ์ ย้ำว่า ในอดีตเป็นเรื่องระหว่าง 1 กับ 2 ที่แบ่งขั้วชัดเจน แต่ปัจจุบันไม่ใช่ เพราะพรรคภูมิใจไทย ส่งสัญญาณชัดเจนพร้อมจัดตั้งรัฐบาลได้ทั้งแดงและส้ม ดังนั้น ที่บอกว่าเขามาแน่ ไม่แน่ใจหมายถึงสีแดงหรือสีส้ม แต่อาจหมายถึงส้มมากกว่า แต่กับทั้งส้มและแดง พรรคภูมิใจไทยไม่เคยปฏิเสธไม่ร่วมรัฐบาล

“ผมมองว่าอย่าใช้เลย เพราะหากบอกว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ แต่กลับพร้อมร่วมรัฐบาลด้วย ดังนั้น จึงย้อนแย้ง ประชาชนฟังยิ่งสับสนกับเจตนาที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอ ผมไม่รู้ว่าพรรคภูมิใจไทยกังวลใจอะไร เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยพร้อมร่วมรัฐบาลทุกคน นำตัวเองไปร่วมรัฐบาลทุกครั้ง กับแดงเพิ่งร่วมรัฐบาล ส่วนส้มก็ขอคะแนนให้มาเลือกเป็นนายกฯ แต่วันนี้กลับพูดให้ประชาชนรังเกียจ ซึ่งไม่ถูกต้อง”

กรณ์ ยังแนะนำพรรภูมิใจไทยไปด้วยว่า หากต้องการเสนอยุทธศาสตร์ให้คนไม่อยากได้ส้มเป็นรัฐบาล โดยเฉพาะกทม. ไม่ควรเสนอให้เลือกน้ำเงิน เพราะไม่มีโอกาสชนะส้ม ดังนั้น หากซื่อสัตย์ในยุทธศาสตร์ดังกล่าวจริง ควรแนะนำให้เลือกพรรคไหน

แม้กรณ์ จะไม่เอ่ยชื่อพรรคไหนออกมา แต่ก็พอเดาออกว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่สู้กับพรรคส้มในสนามกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ส่วนพรรคภูมิใจไทย แค่ขอแจ้งเกิดเท่านั้น หลังจากเที่ยวที่แล้วไม่สามารถตอกเสาเข็มในเมืองหลวงได้สำเร็จ

"ขออย่าพูดย้อนแย้งหรือกระตุ้นให้เกลียดชังเพราะต้องการคะแนน หากจะเสนอยุทธศาสตร์อะไรขอให้ซื่อสัตย์ในข้อเท็จจริง"กรณ์ย้ำให้ฟังชัด ๆ อีกรอบ”

เอาเป็นว่า มุกที่ "ผึ้ง-ศุภมาศ" โยนออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย คงหวังต่อยอดยุทธวิธีที่ปลุกกระแสฝ่ายอนุรักษ์นิยมไว้ ให้เลือกแบบมียุทธศาสตร์ แต่ไม่ได้รับเสียงตอบรับ จึงโยนวาทกรรมนี้ออกมา เพื่อบีบให้คนกทม.เลือกข้างสีน้ำเงิน

ไม่ให้เสียงของฝ่ายอนุรักษ์นิยม เป็น "เบี้ยหัวแตก"

แต่ด้วยความที่พรรคอื่น ๆ ในปีกอนุรักษ์ ต่างก็มีความหวังต้องการเข้าสภา โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ ที่ต้องการทวงพื้นที่ กทม.คืน หลังสูญพันธุ์ไปสองสมัยและมีโอกาสสูงที่จะได้กลับมา จึงงุนงงสงสัยเป็นพิเศษกับท่าทีของพรรคภูมิใจไทย

ส่วนพรรคอื่น ๆ ที่ไม่ขยับ คงรู้ว่างานนี้ยังไงก็จุดไม่ติด ไม่ต่างกับข้อเสนอให้เลือกแบบมียุทธศาสตร์นั่นแหล่ะ เพราะลึกๆ แล้ว ฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางกลุ่ม ยังทำใจไม่ได้ที่จะให้เลือกพรรคภูมิใจไทย แม้จะประกาศตัวเองเป็นพรรคสีน้ำเงินก็เถอะ

สรุปตอนนี้ไม่เฉพาะวลี "ไม่เลือกเราเขามาแน่" จะจุดไม่ติดเท่านั้น เรื่องกระแสรักชาติที่ถูกนำมาใช้แบบพร่ำเพรื่อ ก็ทำท่าจะเฝือ คนฟังเริ่มรู้สึกพะอืดพะอมเอาเหมือนกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์