การโยนนโยบาย "เศรษฐีเงินล้าน" แจกกันรายวันๆ ละ 9 คน 9 ล้าน ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่คลอดออกมาเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ยังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาถึงวันนี้ ทั้งจากนักวิเคราะห์ นักวิชาการ ไปจนถึงนักการเมืองด้วยกัน
บ้างบอกเป็นนโยบายขายฝัน ไร้ยางอาย ประชานิยมสิ้นคิด ป้ายยาหลอกเอาคะแนนเสียงชาวบ้าน ขาดความรับผิดชอบ เลอะเทอะ สารพัดจะสรรหามาตำหนิ อันเป็นการต่อยอดจากนโยบายแจกเงินหมื่นเที่ยวที่แล้ว เพิ่มเป็นเงินล้าน
รวยกันทุกวันและบางคนอาจได้เบิ้ลเพิ่มเป็นสองล้านในวันเดียวด้วยซ้ำ
สมเป็นต้นตำรับประชานิยมระดับตัวพ่อจริงๆ ตั้งแต่ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้านแห่งละ 1 ล้านบาท มาถึงเงินดิจิทัลวอลเล็ตหนึ่งหมื่นบาท และอัพเป็นนโยบายแจกเงินล้านในวันนี้ ที่ชาวบ้านฟังแล้วตาลุกวาว
โดยนโยบายดังกล่าว ถูกซุกไว้ใน 57 นโยบาย ใช้เงินราว 3,500 ล้านบาท/ปี เป็นของขวัญเพื่่อคนไทยและยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง ทั้งใช้เป็นกุศโลบายจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของประเทศ ทำนองนั้น
ล่าสุดถูกนักร้องอย่างน้อยสองคน ยื่นร้องให้ กกต.ตรวจสอบเข้าข่ายหลอกลวง จูงใจให้สำคัญผิดในคะแนนนิยมและเป็นการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นกูรูระดับ กกต.เก่า สมชัย ศรีสุทธิยากร การันตีให้ว่าไม่ผิด เพราะเป็นนโยบายที่ใช้เป็นการทั่วไป ไม่ใช่เจาะจงให้เฉพาะบุคคล
เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ตัดปัญหาเรื่องข้อกฎหมายออกไป ซึ่งความจริงก็คงผ่านการตรวจสอบจากทีมกฎหมายของพรรคมาเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ปล่อยให้ต้องมาตกม้าตาย เป็นกิ้งกือตกท่อหรอก
ทีนี้พอเปิดนโยบายนี้ออกมาและได้รับเสียงตอบรับจากรอบทิศ มีทั้งก้อนอิฐ ดอกไม้ ในเวลาเดียวกัน ย่อมถือเป็นความสำเร็จอย่างมากในทางการเมือง และหากเป็นนโยบาย "ป้ายยา" อย่างที่ว่าไว้ ก็นับว่าได้ผลชนิดสองเด้ง
เด้งแรก เป็นการตลาดการเมืองที่เข้าถึงการรับรู้ของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และเป็นนโยบายที่ติดหูชาวบ้านในชั่วเวลาแค่ข้ามคืน ส่วนจะขายได้สำเร็จหรือไม่ อย่างน้อยก็ทำให้ตาลุก และอาจมีคนเคลิ้มตามอยู่บ้าง
เด้งที่สอง กลายเป็นกระดูกชิ้นโตให้หลายฝ่ายรุมทึ้ง จนละความสนใจจากเรื่องอื่นที่เป็นแผลใหญ่ของเพื่อไทยไปชั่วขณะ ไม่มีใครพูดถึงความล้มเหลวในช่วงสองปีของรัฐบาลเพื่อไทย ทั้งเรื่อง "อังเคิ้ล-หลานอิ๊งค์" ป่วยทิพย์ เทวดาชั้น 14 ไปจนถึงตั๋วพีเอ็น ถูกเก็บใส่ลิ้นชักในสมองไว้ชั่วคราว
แม้จะมีคนรู้ทันอยู่บ้างว่า "นโยบายเศรษฐี" เป็นการนำเรื่องใหม่มากลบเรื่องเก่า ดึงความสนใจสังคมออกจากหลายเรื่องที่ยังเป็นแผลสดๆ อยู่ของเพื่อไทย แต่ก็นับว่าได้ผล โดยดูจากกระแสเพื่อไทยที่กลับมาดีวันดีคืน
พลิกจากพรรคที่เกือบจะเป็นซากถูกกลับมาพูดถึงอีกครั้ง
การที่เพื่อไทย กลับมาฟื้นได้ในชั่วโมงนี้ ไม่ใช่เพราะกระแสจาก "โพลปั่น" ที่สื่อบางสำนักออกมายอมรับว่า มีพรรคการเมืองพยาม "ปั่นโพล" เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ชี้นำการตัดสินใจของมวลชน จนเกิดเป็นกระแสนิยมขึ้น
แต่การกลับมาฟื้นตัวของเพื่อไทยหนนี้ น่าจะเป็นออร์แกนิก ที่เป็นผลตอบรับจากการโหมลงพื้นที่อย่างหนักของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนโยบายแจกเงินล้านที่ว่า รวมทั้ง การเลี่ยงไม่พูดถึงความล้มเหลวในช่วงสองปีรัฐบาลเพื่อไทยของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะภูมิใจไทยและพรรคประชาชน
การที่ทั้งน้ำเงินและส้ม เลี่ยงไม่ไปบดขยี้แผลเก่าของสีแดงที่มีอยู่มากมาย ถูกมองเป็นการทอดไมตรีให้กันไว้ล่วงหน้า เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งระหว่างสีใดสีหนึ่ง กึ่งๆ เป็น MOA 2 ประมาณนั้น
ส่วนจริงเท็จจะเป็นอย่างไร ต้องรอไปพิสูจน์กันหลังเลือกตั้ง แต่ที่แน่ๆ นาทีนี้นโยบายป้ายยาพรรคเพื่อไทย ได้ผลกินรอบวงไปก่อนแล้ว




