DeepSPACE หลังเก้าอี้ สส.เขต 3 สระแก้ว ว่างลงจากการเสียชีวิตของ สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ พรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นสส.เขตนี้มาสองสมัย โดยโค่นแชมป์เก่า สรวงศ์ เทียนทอง อดีต สส. 4 สมัย พรรคเพื่อไทย ซึ่งผลัดกันแพ้-ชนะในช่วง 3 ครั้งหลัง ดังนั้น เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีคู่ปรับเก่า โอกาสจึงเป็นของ ‘บอย-สรวงศ์’ ที่จะกลับมาทวงเก้าอี้คืนได้ไม่ยากนัก ไม่เพียงเพราะเป็นทายาท ‘ป๋าเหนาะ’ เสนาะ เทียนทอง ตระกูลการเมืองเก่า ที่ยึดครองเมืองสระแก้วมานาน
หลังเก้าอี้ สส.เขต 3 สระแก้ว ว่างลงจากการเสียชีวิตของ สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ พรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นสส.เขตนี้มาสองสมัย โดย‘โค่นแชมป์เก่า’ สรวงศ์ เทียนทอง อดีต สส. 4 สมัย พรรคเพื่อไทย ซึ่งผลัดกันแพ้-ชนะในช่วง 3 ครั้งหลัง
ดังนั้น เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีคู่ปรับเก่า โอกาสจึงเป็นของ ‘บอย-สรวงศ์’ ที่จะกลับมาทวงเก้าอี้คืนได้ไม่ยากนัก ไม่เพียงเพราะเป็นทายาท ‘ป๋าเหนาะ’ เสนาะ เทียนทอง ตระกูลการเมืองเก่า ที่ยึดครองเมืองสระแก้วมานาน
แต่ลูกชายป๋าเหนาะคนนี้ มี‘ต้นทุนทางการเมือง’ของตัวเองที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
สรวงศ์ ก้าวเข้าสู่ถนนการเมืองเป็น สส.สมัยแรก ในปี 2548 สมัยที่ยังเป็นพรรคไทยรักไทย ช่วงที่บารมีผู้เป็นพ่อยังแน่นปึ๊ก และได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยที่สอง ในปี 2550 ในนามพรรคพลังประชาชน ถัดมาได้เป็น สส.สมัยที่สาม ในปี 2554 ในนามพรรคเพื่อไทย
จากนั้น สรวงศ์ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้รัฐมนตรีครั้งแรก ในตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อมาขึ้นเป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร รวมทั้ง มีตำแหน่งในพรรคเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
หลังเป็น สส.เขต 3 สระแก้ว มาสามสมัยติดต่อกัน ทาทายป๋าเหนาะคนนี้ เพิ่งมาสอบตกในปี 2562 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐประหาร คสช.ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยพ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครหน้าใหม่ สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ นักการเมืองท้องถิ่น ที่ผันตัวเองขึ้นสู่เวทีระดับชาติ ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ
ด้วยความร้อนแรงของพลังประชารัฐ ณ เวลานั้นที่จับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้า คสช.ถอดเครื่องแบบทหาร มา‘ใส่สูทผูกไท’ลงสนามเลือกตั้ง เพื่อให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกคำรบ ตามครรลองประชาธิปไตย
ความเป็นหนึ่งเดียวของพี่น้อง 3 ป.แห่ง‘บูรพาพยัคฆ์’ และบารมีอันไพศาลของพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บวกกับความอ่อนแรงของป๋าเหนาะที่ย่างเข้าสู่วัยชรา จึงทำให้ ‘บอย-สรวงศ์’ สอบตกเป็นหนแรก
แต่ในการเลือกตั้งปี 2566 สรวงศ์ กลับมาทวงเก้าอี้คืนจาก ‘สุรศักดิ์’ ได้สำเร็จ เพราะความอ่อนแรงของ ‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร ที่แยกทางเดินกันในกลุ่มพี่น้อง 3 ป. พร้อมปิดฉากความเป็นบูรพาพยัคฆ์ลงอย่างถาวร
ทว่าในการเลือกตั้งครั้งหลังสุด ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สรวงศ์ ต้อง‘สูญเสีย’เก้าอี้ สส.เขต 3 สระแก้ว ให้กับคู่แข่งคนเดิมอีกครั้ง แต่หนนี้ ‘สุรศักดิ์’ สังกัดพรรคกล้าธรรม โดยมีคะแนนทิ้งห่างกันที่ 6 พันคะแนน
การพ่ายแพ้ครั้งหลังสุดของสรวงศ์ ไม่ได้พ่ายเฉพาะผู้สมัครคู่แข่ง แต่ยังพ่าย‘กระแสชาตินิยม’ จากสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา อันสืบเนื่องจาก ‘คลิปอังเคิล’ จึงทำให้สรวงศ์ ถูกฝังไว้ในสนามเลือกตั้ง ไม่ได้กลับเข้าสภาในรอบนี้
แต่ทันทีที่มีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น ในบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย กำลังฟื้นตัวจากการเก็บเกี่ยวคะแนนของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มวยสร้างของค่ายสีแดง บวกกับการเกาะติดอยู่กับชาวบ้านในช่วงน้ำท่วมของสรวงศ์
ส่วนพรรคสีเขียว เจ้าของเก้าอี้เดิม ยังหา‘ตัวตายตัวแทน’ไม่ได้ ยิ่งในภาวะแบบนี้เจ้าของค่ายคงคิดหนัก หากจะต้องมาทุ่มทุนสร้างบนความเสี่ยงสูง ‘จะได้คุ้มเสียหรือไม่?’
ด้วยเหตุนี้ การเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 สระแก้ว ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2569 โอกาสจึงกลับมาเป็นของ ‘บอย-สรวงศ์’ ที่จะทวงคืนเก้าอี้ สส.ในเขตนี้ได้อีกครั้ง




