DeepSPACE การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน ก็กลายเป็นเรื่องที่ไปต่อกันยาก เพราะพรรคส้มยังเลือกเป็นฝ่ายค้ำ ส่งให้พรรคฝ่ายแค้นเพื่อไทยต้องออกหน้า แต่ดูแล้วคงโดนพรรคน้ำเงินสวนกลับมากกว่า ติดตามใน Deep SPACE.ลึกกว่าที่รู้
ชั่วโมงนี้พรรคเพื่อไทย (พท.) ยังมีความมุ่งมั่นจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล อย่างแรงกล้า ในระดับที่เรียกว่ากระเหี้ยนกระหือรือกันเลยทีเดียว เพื่อหวังเรียกเรตติงพรรคกลับคืนก่อนการเลือกตั้งต้นปีหน้า
กอบกู้สถานการณ์ในบ้านทั้งภาคเหนือ-อีสาน ที่ความนิยมกำลังดำดิ่งกลับคืน
แต่ต้องบีบพรรคประชาชน (ปชน.) ให้ร่วมทอดกฐิน ผ้าป่าไปด้วยกัน เพราะหากพรรคส้มไม่ยอมเล่นด้วย ก็จะทำให้การอภิปรายฯ ‘ไม่มีน้ำหนัก’ พอถึงขั้นสร้างผลกระเทือนทางการเมือง ที่จะไปเขย่ารัฐบาลสีน้ำเงินได้
ดังนั้น นายกฯ หนู ซึ่งเดาทางได้ถูก เพราะรู้ว่ามีกลุ่มสายฮาร์ดคอร์ในพรรคส้ม ที่ไม่เห็นด้วยกับการโหวตให้ตัวเองเป็นนายกฯ ตั้งแต่แรก ‘มีใจโน้มเอียง’ ไปกับพรรคเพื่อไทย จึงชิงปล่อยแถลงการณ์ 8 ข้อ ตั้งแต่ที่ยังอยู่สิงคโปร์
แถลงการณ์ดังกล่าว ถูกมองเป็นการดับกระแส ‘ชิงยุบสภา’ หนีซักฟอก!!
แต่ถ้าสแกนดูให้ดีแล้ว จะเห็นได้ว่าทั้ง 8 ข้อนั้น ต้องการสื่อถึงพรรคสีส้มโดยตรง ตั้งแต่ข้อ 1 - 3 ล้วนแต่ย้ำถึงข้อตกลง MOA ที่ทำไว้กับพรรคส้มว่ามีภารกิจอะไรบ้างที่ต้องทำในเวลา 120 วัน ‘แก้ไขรัฐธรรมนูญ - จัดทำประชามติ – ยุบสภา’
ยืนยันทั้งสามภารกิจยังเป็นเงื่อนไขสำคัญของรัฐบาลเสียงข้างน้อย
แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้น หากจะใช้กลไกของสภาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในระหว่างนี้ เพียงแต่หากจะใช้ช่องทางอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมกับเปิดช่องให้ใช้วิธีอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติแทน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดปรากฎอยู่ในแถลงการณ์ ข้อที่ 5
‘ผมรู้ตัวตลอดเวลา ว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ดังนั้น หากมีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง รัฐบาลย่อมไม่มีทางที่จะมีเสียงสนับสนุนมากกว่า รัฐบาลก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงกับพรรคประชาชน แต่ถ้าเป็นการยื่นญัตติเปิดอภิปราย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาของประเทศร่วมกัน ผมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น จัดเวทีประชุม หรือมาพูดคุยหารือกัน ในลักษณะแบบนี้ได้ทั้งนั้น’
นั่นเท่ากับว่า ถ้าพรรคส้ม ตัดสินใจไปร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย ‘รัฐบาลก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร’ ซึ่งแปลไทยเป็นไทยก็คือ ‘คงไม่อยู่ให้ด่าฟรี’ แถมยังต้องถูกสองพรรคสุมหัวกันโหวตคว่ำกลางสภา ถูกบันทึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ให้อายไปถึงลูกหลานว่าเป็นรัฐบาลชุดแรกที่ถูกคว่ำในสภาอีกด้วย
ในทางกลับกัน ก็ส่งสัญญาณ‘พร้อมรบ’ กับพรรคเพื่อไทย ในกรณีที่พรรคส้มไม่เอาด้วย และปล่อยให้เพื่อไทยยื่นซักฟอกไปตามลำพัง ดังปรากฎในแถลงการณ์ ข้อที่ 6 ว่า
‘หากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อมาเป็นรัฐบาล ต้องพร้อมชี้แจง แม้ว่าจะมีในข้อตกลงหรือไม่มีก็ตาม รัฐบาลพร้อมชี้แจง และไม่เคยคิดที่จะจับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน แต่เราจะเร่งแก้รัฐธรรมนูญ ให้เสร็จเร็วที่สุด ตามกรอบเวลาที่กำหนด จากนั้นจะยุบสภา’
ที่ยอมเปิดทางให้เพื่อไทยฉายเดี่ยว เพราะรู้ดีว่าลำพังเสียงของเพื่อไทย มีไม่พอคว่ำรัฐบาลอยู่แล้ว เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำหนดไว้ ‘มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร’
พูดง่ายๆ ต่อให้เพื่อไทย ไปรวบรวมเสียงฝ่ายค้านอื่นๆ ได้มากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่แค่ 146 เสียงก็ตาม แต่ก็‘ไม่สามารถโค่นรัฐบาลได้’ เพราะเสียงไม่ไว้วางใจมีไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของสภา ส่วนพรรคส้ม ก็งดออกเสียงเอาเท้าราน้ำไป
เรื่องนี้มีสัญญาณชัดจาก ‘ไหม’ ศิริกัญญา ตันสกุล หนึ่งในแกนนำกลุ่มผู้เฒ่าของพรรคส้ม ตีธงออกมา ยังให้เวลารัฐบาลสีน้ำเงินทำงานต่อ ส่วนการตรวจสอบมีกลไกอื่นๆ ดำเนินการได้ทุกวันอยู่แล้ว
‘เราคิดว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ในการกำกับพรรคภูมิใจไทยให้ปฏิบัติตาม MOA แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้ามีเรื่องร้ายแรง ที่เราไม่สามารถให้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำบริหารประเทศต่อไปได้อีกแม้แต่วันเดียว เราไม่ลังเลที่จะยื่นแน่นอน แม้จะเท่ากับว่า MOA ต้องสูญเปล่า แต่จนถึงวันนี้เรายังไม่พบข้อมูลที่คิดว่าร้ายแรงสุดๆ จริงๆ’
ถ้าพรรคส้มเปิดทางโล่งให้แบบนี้ ภูมิใจไทย ก็พร้อม‘ยืนซดหมัด’กับเพื่อไทย และรอสวนกลับในหลายๆ เรื่อง งานนี้ต้องรอวัดใจเพื่อไทย ที่เปิดเรื่องเขากระโดงตัวประกันโมโต จีพี ออกมาเรียกน้ำย่อย
ถึงเวลาจริง เพื่อไทยพร้อมจะแลกหมัดกับรัฐบาลน้ำเงินอมเทาหรือเปล่า?!




