โพลปลุกพลังเงียบ พรรคส้มเสี่ยงต่ำร้อย

14 ม.ค. 2569 - 10:28

  • กระแสโพลพรรคส้มกำลังพุ่งแรง

  • ‘ธนาธร’ ประกาศเลือกข้าง

  • มีแรงต้านเงียบๆ ที่อาจพลิกเกมการเลือกตั้ง

โพลปลุกพลังเงียบ พรรคส้มเสี่ยงต่ำร้อย

ในขณะที่พลพรรคสีส้ม "ประชาชน" กำลังติดลมบนอยู่กับการขี่กระแสโพลหลายสำนัก ที่พร้อมใจกันเทคะแนนนิยมให้เป็นอันดับหนึ่ง ทั้งตัวหัวหน้าพรรคที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี และการเลือกสส.ทั้งสองระบบ

อันเป็นผลโพลที่ล้อไปกับคำประกาศของผู้นำจิตวิญญาณ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในวันก่อน ที่จะ "หักปากกาเซียน" ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เพราะเคยทำมาแล้วสมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ด้วยการจัดตั้งรัฐบาลประชาชน ส่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 33

จากภาคอีสานถึงภาคตะวันออก เมื่อวานนี้ 13 มกราคม ที่ จ.ตราด "พ่อฟ้า-ธนาธร" ยังแสดงความมั่นใจ ประกาศอีกคำรบว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเดิมพันสำคัญ เป็นการเลือกระหว่างพลังของความเจริญก้าวหน้าที่นำความรู้ความสามารถมารับใช้ประชาชน กับพลังที่ต้องการฉุดรั้งประเทศไทยให้อยู่กับที่

"เป็นการเลือกระหว่างรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ กับรัฐบาลที่มีพรรคประชาชนเป็นแกนนำ"

ธนาธร ย้ำว่า การเลือกตั้ง 2569 เดิมพันด้วยอนาคตของประเทศไทยและอนาคตของลูกหลาน ขอเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้งด้วยความหวัง

"เลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม พรรคประชาชนจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และจะส่งมอบสังคมไทยที่ดีกว่าให้ทุกท่านดู"

แม้กระแสโพลจะออกมาดี แต่มีคนอีกจำนวนหนึ่งเชื่อว่า เที่ยวนี้พรรคส้มจะได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยเสียง เพราะได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2566 เปรียบเป็นแสงอาทิตย์ยามเที่ยง ที่ร้อนแรงสุด ๆ ในช่วงของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

พอมาถึงยุคหัวหน้า "เท้ง-ณัฐพงษ์" เป็นช่วงบ่ายคล้อยที่พระอาทิตย์กำลังจะสิ้นแสงและลับขอบฟ้าไปในที่สุด แถมยังมีปัญหาตามมาอีกมากมายในพรรค ขณะที่นักการเมืองกลุ่มบ้านใหญ่ ก็ปรับตัวมาจับมือไม่แข่งขันกันเหมือนเดิม

เช่นเดียวกับกลุ่มอนุรักษ์ ที่ครั้งนี้รวมตัวเป็นเอกภาพในระดับหนึ่ง ไม่แยกกันเดินเหมือนการเลือกตั้งหนก่อน

หลายปัจจัยที่เป็นแรงส่งให้พรรคส้มขึ้นสู่จุดสูงสุดในอดีตวันนี้หายไป

ในภาวะเช่นนี้ แม้เจ้าของพรรคส้มตัวจริง จะออกแรงปั่นกระแสให้เลือกระหว่างพลังของความเจริญ กับพลังที่ต้องการฉุดรั้งประเทศ โดยบีบให้เหลือเพียงสองพรรคให้เลือก คือ "ส้ม-น้ำเงิน"

แต่ด้วยความร้อนแรงของกระแสชาตินิยม อันสืบเนื่องจากการจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้ใจคนไทยทั้งประเทศ ทำให้เรตติ้ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นรัฐบาลเพียงสองเดือนเศษพุ่งขึ้นสูง

จึงทำให้การปั่นกระแสเลือกข้างของผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม อาจไม่ถูกที่ถูกทางและมาผิดเวลา อารมณ์เดียวกับกระแสนิยมในโพล ที่พรรคส้มยังมาแรงสุด ๆ จากพลังของเยาวชนคนหนุ่มสาว ที่ยังภักดีอย่างเหนียวแน่น

ตรงนี้กลับจะกลายเป็นแรงผลักให้กลุ่ม "พลังเงียบ" ที่มีอารมณ์รักชาติและเห็นต่างกับแนวทางพรรคส้ม เกิดอาการเลือดรักชาติในกายสูบฉีดอย่างหนัก แห่แหน แตร๋น แต๋นแต้ กันออกมาลงคะแนน เพื่อสู้กับกระแสโพลหนุนพรรคส้ม

เท่ากับโพลที่ปั่นเรตติ้งพรรคส้มพุ่งกระฉูดนั้น อีกด้านจะเป็นการปลุกคนที่ยังไม่ตัดสินใจและกลุ่มพลังเงียบให้ออกมาใช้สิทธิ์ จากความรู้สึกรักชาติบวกอารมณ์หมั่นไส้ ที่ขนาดติดหล่มวาทะกรรมแท้ๆ เรตติ้งยังทะยานขนาดนี้

ตรงนี้แหล่ะ ที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้พรรคส้มได้เสียงต่ำร้อย มีโอกาสเป็นไปได้สูงยิ่ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์