ยึดคืนงาน ‘อีอีซี’ สัมพันธ์ร้าวในค่ายสีน้ำเงิน

18 มิ.ย. 2569 - 10:37

  • นายกฯ ดึง EEC กลับมาดูแลเอง ริบอีกหนึ่งงานสำคัญจาก ‘พิพัฒน์’

  • ‘โกเกี๊ยะ’ เหลืองานใหญ่ในมือน้อยลง ท่ามกลางกระแสร้าวในค่ายสีน้ำเงิน

  • จับตาปมภูเก็ต-รถไฟ 3 สนามบิน สะเทือนสัมพันธ์แกนนำพรรคหรือไม่

ยึดคืนงาน ‘อีอีซี’ สัมพันธ์ร้าวในค่ายสีน้ำเงิน

แม้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 233/2569 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ที่แจ้งให้ครม.รับทราบ เมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้

แต่คำสั่งดังกล่าว หากสแกนลึกลงไปในรายละเอียด จะเห็นถึงความไม่ปกติเกิดขึ้น เมื่อความที่ถูกยกเลิกในข้อ 1.2 นั้นหมายถึง พิพัฒน์ รัชกิจประการ คือ รองนายกฯ คนที่ว่านั้น ซึ่งจะไม่ได้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อีกต่อไป

รวมทั้ง ยกเลิกการเป็นประธานบอร์ด EEC ของ "โกเกี๊ยะ" ลงด้วย

รุ่งเช้าวันถัดมา รองนายกฯ พิพัฒน์ ตอบคำถามสื่อเรื่องนี้ไปแบบงง ๆ ว่า ตนไม่ทราบคำสั่งดังกล่าว ซึ่งเป็นการอ่านผ่านในที่ประชุมครม.เพื่อให้รับทราบ พร้อมกับปฏิเสธ "ไม่ถือเป็นการลดบทบาท" เพราะทุกคนทำหน้าที่ได้เท่ากัน หลังจากนี้นายกฯ คงจะมอบหมายงานอื่นๆ

คำว่า งานอื่น ๆ ถ้าคิดตามแบบเร็ว ๆ จะมีงานอะไรอีกที่นายกฯ จะมอบหมายให้ "โกเกี๊ยะ" ไปทำ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งงาน ศบก.และโครงการแลนด์บริดจ์ ก็ถูกริบไปให้รองฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส หรือแม้แต่งานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไปอยู่ในมือของรองฯ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

"โกเกี๊ยะ" ในฐานะแม่ทัพภาคใต้พรรคสีน้ำเงิน แต่กลับไม่ได้คุมงานดับไฟใต้

กระทั่งมาถึงการริบคืนงาน EEC กลับไปดูเองของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ในครั้งนี้ โดยที่เจ้าตัวเองยังบ่ายเบี่ยงในการให้รายละเอียดกับสื่อ บอกเพียงว่า ตนไม่ทราบเหตุผล พร้อมย้ำอีกหลายครั้ง "ขอให้รอนายกฯ เดินทางกลับจากรัสเซียก่อน"

ขณะที่ช่วงบ่ายอ่อนวันเดียวกัน กลับมีรายงานข่าวจากแหล่งข่าวในทำเนียบรัฐบาล เปิดเบื้องหลังละเอียดยิบถึงการริบงาน EEC คืนจากรองฯ พิพัฒน์ ว่า เป็นเพราะนายกฯ ต้องการเอาไปดูแลเองทั้งหมด เพื่อเป็นหัวหน้าทีมขายโครงการประเทศไทย โดยนำ EEC เป็นโปรเจคต์นำ ไปขายกับนักลงทุนต่างประเทศในมุมมองใหม่

"นายกฯ ตั้งเป้าให้ EEC เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลกและเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งจะต้องมีการประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงาน ดังนั้น จึงดึง EEC กลับมาดูแลเอง" แหล่งข่าวระบุไว้

คล้อยหลังจากนั้นไม่นาน นายกฯ อนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจจากเมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย ประกาศเป็น "เซลแมน" ขายโครงการ EEC สอดคล้องกับที่แหล่งข่าวในทำเนียบรัฐบาลให้ไว้

"ช่วงเวลานี้  เป็นจังหวะสำคัญในการทำการตลาดให้กับเขต  EEC  ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จนพร้อมแล้ว  จังหวะต่อไปนื้ คีอ การตลาด เพื่อส่งเสริมการลงทุนใน EEC ซึ่งผมจะขอสวมบทบาท นักการตลาดให้กับประเทศ  เนื่องจากตนเองเดินทางบ่อย มีโอกาาสพบปะ เจรจาพูดคุยกับผู้นำประเทศ และนักลงทุนและภาคเอกชนต่างประเทศหลายครั้ง หลายโอกาส จึงอยากถือโอกาสช่วยจับคู่ทางธุรกิจ เพราะการไปเยือน-มาเยือนต่างประเทศ ไม่ใช่คุยแค่ความสัมพันธ์  ต้องเป็นจังหวะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้มากที่สุด"

ดูจากเนื้อหาการให้สัมภาษณ์ข้างต้นของนายกฯ อนุทินแล้ว รองฯ พิพัฒน์ คงไม่ต้องรอถามซ้ำอีกรอบหลังเดินทางกลับจากรัสเซีย แต่คำถามคือ เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันก่อนหรือไม่ หรืออย่างที่รองฯ พิพัฒน์ว่าไว้ "ไม่ทราบ"

ปกติรองฯ พิพัฒน์ เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ไม่ต้องเสียเวลาไปถอดความเพิ่ม ถ้าเป็นแบบนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาคาบเกี่ยวกับหลายเรื่อง ทั้งการแก้สัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่รองฯ พิพัฒน์ ไม่เห็นด้วย

และล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ ปัญหาการ "ล้างมาเฟีย" จัดระเบียบเกาะภูเก็ต ที่นำไปสู่การย้ายทั้งผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ในเวลาที่ไล่เรี่ยกัน ซึ่งมีการพูดถึง "เด็กนาย" และความสัมพันธ์ปริร้าวในระดับแกนนำค่ายสีน้ำเงินด้วยกัน

อาการขัดลำที่ว่านั้น ใหญ่พอ ๆ กับอหังการ์ของรองผู้ว่าฯ ที่ประกาศย้ายผู้ว่าฯ นั่นแหล่ะ

วันนี้ภาพความเป็นแม่ทัพใหญ่ภาคใต้ค่ายสีน้ำเงินของ "โกเกี๊ยะ" ที่ถูกริบคืนงานใหญ่ไปทีละงาน ๆ จบแทบไม่เหลืองานสำคัญในมือ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนคำสั่งยกเลิกการมอบหมายงาน นำ EEC กลับไปดูแลเองโดยไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้าหนนี้ จึงสะท้อนสัมพันธ์ร้าวในกลุ่มแกนนำค่ายสีน้ำเงินอย่างเห็นได้ชัด

ต่อให้เป็นไปตามเหตุผลที่นายกฯ อนุทิน ชิงชี้แจงข้ามฟ้ามาจากรัสเซีย แต่วิธีการและห้วงเวลาที่ลงมือนั้น ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง ดังนั้น งานนี้ต่อให้อมพระประธานในโบสถ์มาอธิบายว่า ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง คงไม่มีใครเชื่อ

ส่วนจะส่งผลสะเทือนไปถึงยอดเขากระโดงด้วยหรือไม่ ให้รอดูปกาศิตต่อจากนี้ จะมีคำว่า "ย้ายรองผู้ว่าฯ ก็ต้องย้ายผู้ว่าฯ ด้วย" สำทับตามมาอีกหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์