พรรคเพื่อไทย เข้ามาเป็นรัฐบาลได้ 5 เดือนกว่าแล้ว แต่นโยบายที่เป็นเรือธงหลายเรื่องยังขยับไม่ออก เดินหน้าหนึ่งก้าว ถอยหลังสองก้าว กึก ๆ กัก ๆ อยู่อย่างนี้ ไม่ต่างกับการเบิ้ลเครื่องยนต์ ที่มีแต่เสียงดังหนวกหู แต่ไม่ยอมใส่เกียร์ขยับเดินหน้าไปไหนเสียที
การทำงานดูผิดฟอร์ม ผิดฝา ผิดตัว ต่างจากพรรคเพื่อไทยในอดีต ที่มีผลงานโดดเด่นในหลายเรื่อง โดยเฉพาะความเป็นมือเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาปากท้อง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนจนเป็นที่ประจักษ์ แต่พอกลับมาเป็นรัฐบาลรอบนี้ เปรียบเหมือนนักมวยค่าตัวเงินล้าน วันนี้กลับชกได้แย่กว่ามวยวัดเสียอีก
ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านการเมือง เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ปลดล็อคความขัดแย้งให้กับคนในสังคม ที่ติดหล่มปัญหานี้มานาน ทั้งสองเรื่องรัฐบาลทำแบบเก้ ๆ กัง ๆ
สุดท้ายต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งที่การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาใหม่ เช่นเดียวกับการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมาเริ่มต้นที่การแก้ พ.ร.บ.ประชามติ พ.ศ.2564
จึงไม่แปลกที่โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะแจกเงิน 10,000 บาท ให้กับประชาชนตามที่หาเสียงไว้ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น’ จึงถูกล้อว่า ‘คิดไป ทำไป’ ทั้งไม่ตรงปกตามที่แถลงต่อรัฐสภาไว้อีกต่างหากวันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลเรียกประชุมคณะกรรมการดิจิทัลฯ ชุดใหญ่ หาความชัดเจนเรื่องโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะเอาอย่างไร หลังมีคำตอบจากกฤษฎีกาและป.ป.ช.ส่งมาถึงมือรัฐบาล ซึ่งดูจากเหตุและผล รวมทั้งท่าทีของรัฐบาลที่ผ่านมา น่าจะพอเดาคำตอบได้เป็น 3 ทาง คือ
ทางแรก แม้จะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าทำไม่ได้ แต่ต้องลากไปต่อให้สุดทาง ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลฯ เสร็จ นำเข้าครม.เสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาทเข้าสภา สร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ไปเรื่อย จนไปสุดทางปิดจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ประมาณว่า ได้ทำเต็มที่แล้วแต่กฎหมายไม่อนุญาต จึงทำได้เท่านี้
ทางที่สอง ใช้คำตอบกฤษฎีกาและข้อเสนอ ป.ป.ช.เป็นบันไดลง หลังประชุมคณะกรรมการดิจิทัลฯ เสร็จ ซึ่งพอคาดเดาความเห็นจากกฤษฎีกาและแบงก์ชาติได้ว่าจะเอาด้วยกับรัฐบาลหรือไม่ จากนั้น ก็นำบทสรุปดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม ครม.ปิดจบโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ลงแบบง่าย ๆ
ทางที่สาม กลับลำใหม่อีกรอบ โดยลดขนาดโครงการลงตามคำแนะนำข้อที่ 8 ของ ป.ป.ช.ให้เฉพาะกลุ่มเปราะบางพอ คือแจกแบบสงเคราะห์แทนการหว่านให้ทุกกลุ่ม ไม่ต้องพูดถึงพายุหมุนทางเศรษฐกิจกันอีก และอาจต้องไปว่ากันในงบประมาณปี 2568 ด้วยซ้ำ
อย่างหลังนี้ แม้จะทำให้เสียหน้าไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่แจกเลย เพราะจะเสียหายมากกว่า
แต่สุดท้ายแบบท้ายสุด เรื่องการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ที่แต่ละเรื่องไปไม่ถึงไหนอาการเหมือนการเล่นฟุตบอลที่โยนกลับหน้า กลับหลัง บางครั้งก็ปล่อยออกข้างสนามไปบ้าง แล้วนำมาตั้งเตะค่อยๆ ต่อบอลกันใหม่
ทั้งหมดทั้งมวลเหมือนอยู่ในอาการรี ๆ รอ ๆ ‘รอใครบางคนมาทำผลงาน’ ** ซึ่งถ้าเป็นฟุตบอลก็เลี้ยงลูกรอให้นักเตะหมายเลข 14 ที่ยังไม่ได้ลงสนาม ลงมาเป็นคนทำประตู เช่นเดียวกับการแจกเงิน 10,000 บาท ก็รอระดับเจ้าพ่อประชานิยม**มากดปุ่ม ประเดิมเป็นผลงานหลักพักโทษให้ระบือลือลั่นกันอีกครั้ง
ส่วนการแจกเงินหมื่นจะผิดถูกอย่างไร เมื่อมี ‘ตั๋วพิเศษ’ อยู่ในมือ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว พร้อมลุยไฟอย่างเต็มที่ เพราะไม่อย่างนั้น ในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งหน้าจะเอาอาวุธหนักอะไรไปสู้กับพรรคพลังสีส้มได้
รอดูว่าหลังวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ไปแล้ว สารพัดนโยบายของรัฐบาลที่ขยับไม่ออกตลอด 5 เดือน จะติดเทอร์โบวิ่งปรู้ดปร้าด เหมือนรอใครบางคนมากดปุ่ม ตัดริบบิ้นโชว์ผลงาน ตามเสียงร่ำลือจริงหรือไม่




