อีกสามวันจะเข้าสู่การเลือก สว.ระดับจังหวัดกันแล้วในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ หลังผ่านการเลือกในระดับอำเภอมาแบบลุ้นระทึก เกือบเจอโรคเลื่อนตามเสียงเชียร์ของ สว.ชุดปัจจุบัน ที่บางคนออกมาให้ข้อมูลกันถี่ยิบรายวัน
แต่แม้จะมีผู้สมัคร 23,645 คน ฝ่าด่านระดับอำเภอ เข้ารอบไปรอชิงกันในระดับจังหวัดแล้ว แต่การเลือกในระดับอำเภอ ก็ยังมีปัญหาไม่สิ้นสุด แถมมีผู้สมัครตกรอบบางรายไปแจ้งความไว้ที่โรงพักด้วย
คำว่า โมฆะ โมฆียะ จึงถูกนำมาพูดถึง พร้อมมีการส่งสัญญาณแบบปากต่อปากไปยังกลุ่ม สว.ตกรอบ ให้เก็บรักษาใบเสร็จค่าสมัคร 2,500 บาท ไว้ให้ดีอย่าทำหาย
ก่อนหน้านี้ กกต.มีมติเอกฉันท์ ไม่เลื่อนการเลือก สว.ในระดับอำเภอ ภายใต้เหตุผล 4 ข้อ โดยพิจารณาจากที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปม 4 มาตราใน พ.รป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ไว้วินิจฉัย คือ
1.ศาลระบุในเอกสารข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า “ยังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง”
2.เหตุที่ศาลรับ ยังไม่ถึงขนาดเป็นเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา 104 ของรัฐธรรมนูญ
3.มาตรา 132 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดว่าเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.ป.แล้ว ให้ส่งร่างให้ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ และและองค์กรอิสระดูว่ามีประเด็นอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือปฏิบัติไม่ได้บ้าง นั่นหมายความว่ากฎหมายนี้ผ่านการรับรองตามมาตรา 132 มาชั้นหนึ่งแล้ว
4.ณ วันนี้ เรากำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ออกโดยชอบของรัฐสภา คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
“ในวันข้างหน้า ถ้ามีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ กกต.คงใช้อำนาจตามหน้าที่ที่มีในการแก้ไขปัญหานี้”
เลขาธิการ กกต. แสวง บุญมี ย้ำถึงแนวทางปฏิบัติในวันข้างหน้าไว้ หากมีปัญหาเกิดขึ้นตามมาจากการเดินหน้าเลือก สว.ระดับอำเภอ โดยไม่รอคำตอบจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน
การตัดสินใจเดินหน้าเลือก สว.ในระดับอำเภอของ กกต.ได้รับเสียงชมจากกลุ่มนักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง ที่นาน ๆ ครั้งจะได้เห็นความกล้าตัดสินใจของ กกต.แบบนี้ พร้อมยกเรื่องการเลือก สว.ปี2562 ที่เคยใช้วิธีเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เพิ่มเป็นเหตุผลข้อที่ 5 เป็นภูมิคุ้มกันสนับสนุนการตัดสินใจของ กกต.
ส่วนปัญหาการทำผิดกฎหมายสารพัด ที่นำมาวิพากษ์วิจารณ์กันในเวลานี้ ไม่ว่าเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร การสมัครไม่ตรงกับกลุ่มอาชีพ การรับรองโดยไม่ได้ตรวจสอบ การจัดตั้งหรือฮั้วกันมาสมัคร ล้วนเป็นปัญหาที่ กกต.ต้องจัดการเอาผิดกับผู้ที่ฝ่าฝืน โดยดำเนินการเฉพาะในส่วนที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นจำนวนหลักร้อยหรือหลักพันก็ตาม
ไม่ต่างกับการรับรองไปก่อนแล้วตามสอยทีหลัง
วิษณุ เครืองาม มือกฎหมายคนใหม่ของรัฐบาล ให้มุมมองต่อปัญหาการเลือก สว.ครั้งนี้ที่มีเรื่องร้องเรียนจำนวนมากว่า อาจจะทำให้มีปัญหา แต่ก็เป็นปัญหาเฉพาะราย ยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ พร้อมเดาทางล่วงหน้าว่า ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ กกต.น่าจะได้ สว.ทั้งหมด ตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้
"เพราะมีสำรองอีกตั้ง 100 คน ถ้าผิดถูกก็ไปสอยเอาทีหลังได้"
อาจารย์วิษณุ เชื่อว่า จะไม่มีปัญหารุนแรงถึงขั้นล้มเลือกตั้ง สว. เพราะถ้ามีก็จะกระทบรุนแรง "แต่ผมไม่คิดว่าจะมีผลกระทบรุนแรงขนาดนั้น"
มือกฎหมายระดับเนติบริกร คงไม่ได้นึกเดาเอาเองโดยที่ไม่มีเหตุผลรองรับ ดังนั้น การเลือก สว.ที่ยังเหลืออีกสองด่าน ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ คงจะเดินหน้าไปต่อ จนถึงการประกาศรายชื่อ สว.ชุดใหม่ ไม่มีเหตุอันใดมาทำให้สะดุดลงได้
เว้นเสียแต่ในวันอังคารที่ 18 มิถุนายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. 4 มาตรา ที่ร้องไปนั้นขัดรัฐธรรมนูญเสียก่อน
แต่จับสัญญาณจากอาจารย์วิษณุ ที่ให้ความเห็นไว้ การเลือก สว.ครั้งนี้ที่ดูเหมือนจะวุ่น ๆ แบบวุ่นแล้ว วุ่นอยู่ วุ่นต่อ นั้น สุดท้ายไม่น่ามีอะไรมากถึงขนาดต้องล้มกระดาน หรือเอาลูกมาตั้งเขี่ยกันใหม่
สรุปเลือก สว.ครั้งนี้มีแนวโน้มสูงที่จะ "ไม่เลื่อน-ไม่ล้ม"
แต่ต้องรอดูว่า 200 รายชื่อ จะออกมาตรงเผงตามที่มีคนไปคำนวณไว้ล่วงหน้าไหมว่า 180-185 รายชื่อ จะมาจากกลุ่มการเมือง + กลุ่มทุน ส่วนอีก 15-20 รายชื่อ จะมาจากค่ายสีส้ม + เครือข่ายภาคประชาชน
ถึงตอนนั้น ถ้าดูโหงวเฮ้งแต่ละคนแล้ว หากไม่เข้าท่าเข้าทาง อาจมีมือดีไปยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญซ้ำ ขอให้วินิจฉัยสารพัดปมปัญหาที่ผูกกันเอาไว้อีกรอบก็เป็นได้




