ฝังกล้าธรรม ปิดประตูร่วมรัฐบาลใหม่

4 มี.ค. 2569 - 09:49

  • พรรคสีน้ำเงินต้องเคลียร์แรงกระเพื่อม

  • เก้าอี้อุตสาหกรรมร้อนระอุ ชื่อใหม่โผล่

  • พรรคกล้าธรรมยังไร้สัญญาณไฟเขียว

ฝังกล้าธรรม ปิดประตูร่วมรัฐบาลใหม่

เป็นยิ่งกว่าหวยล็อก เมื่อ กกต.ประกาศรับรองสส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ในวันนี้(4 มี.ค.) ซึ่งจะทำให้ได้สส.ครบ 500 คน ก่อนการปฐมนิเทศสส.พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในวันที่ 8-9 มีนาคมนี้ ที่สนามช้าง จ.บุรีรัมย์ และเปิดประชุมสภานัดแรกวันที่ 12 มีนาคม ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ได้พอดี

สมกับเป็นสัปดาห์แห่งวันมาฆบูชา ที่บังเกิดมาฆบูชาทางการเมืองไปพร้อมกัน ยิ่งในสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ก็ยิ่งมีความชอบธรรมที่จะต้องมีรัฐบาลชุดใหม่ให้เร็วขึ้น

แต่ดูจากแรงกระเพื่อมภายในของแต่ละพรรค โดยเฉพาะพรรคสีน้ำเงินที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งรวมบ้านใหญ่เอาไว้เกินกว่าโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีที่พึ่งมี จำนวน 19 ที่นั่ง จึงทำให้เกิดเสียงกระจองอแงจากกลุ่มบ้านใหญ่ที่อยู่มาก่อน กับกลุ่มบ้านใหญ่ที่เพิ่งจะเข้ามา แถมยังมี "กลุ่มลูกเทพ" ที่ใหญ่คับพรรคอีกต่างหาก

ตามข่าวบอกงานนี้ "ครูใหญ่" เนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณ เข้ามากล่อมซุ้มต่าง ๆ จนอยู่หมัด ไม่มีใครแตกแถวแล้ว เพราะได้จัดวางแถว 1 แถว 2 แบบสมบัติผลัดกันชมไว้ล่วงหน้า ชนิดที่ได้กันทุกคนทำนองนั้น

ทว่ายังมีข่าวกระเซ็นกระสายถูกปล่อยออกมา โดยเฉพาะเก้าอี้ รมว.อุตสาหกรรม ที่ "ลูกขิง" เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ตีตราจองไว้ กลับกลายเป็นว่ามีแรงต้านจากภาคอุตสาหกรรม บรรดาผู้ประกอบการไม่ปลื้มเสียอย่างนั้น อันเป็นเวลาเดียวกับที่มีชื่อ "ลูกท๊อป" วราวุธ ศิลปอาชา หาสนามบินลงไม่ได้และมาปรากฎขึ้้นที่กระทรวงนี้เช่นกัน

นี่เป็นปรากฎการณ์ใหม่ของการจัด ครม.ที่ลากเอาคนภาคธุรกิจเข้าไปเอี่ยวด้วย

ไม่แน่ต่อไปถ้ายึดหลักนี้เป็นเกณฑ์ กระทรวงอื่น ๆ ก็อาจจะต้องรับฟังเสียงคนในสายนั้น ๆ ด้วย เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ต้องไปถามครู นักเรียนก่อนว่าจะเอานักการเมืองคนนี้ คนนั้น มานั่งเป็นเจ้ากระทรวงไหม

อีกตัวอย่าง ที่เป็นภาพสะท้อนของแรงกระเพื่อมการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในพรรคสีน้ำเงิน คือ กรณีบ้านใหญ่นครปฐม อนุชา สะสมทรัพย์ รมช.สาธารณสุข ที่ประกาศผ่านสื่อในวันไปรายงานตัวที่สภาว่า หนนี้ได้สส.มาทั้งหมด 4 เขต เที่ยวนี้ต้องได้นั่งเก้าอี้ "รัฐมนตรีว่าการ"

การออกมาของบ้านใหญ่นครปฐมเที่ยวนี้ น่าจะมาจากสองเหตุผลหลัก คือ หนึ่ง มองเผินๆ เหมือนต้องการอัพเกรดเก้าอี้รัฐมนตรี แต่อีกข้อ คงต้องการส่งสัญญาญไปยังคนโตในพรรคสีน้ำเงินว่าตระกูลสะสมทรัพย์ บ้านใหญ่นครปฐม เวลานี้เป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นกับบ้านใหญ่สุพรรณบุรีแล้ว จะได้ไม่เอาไปผูกปิ่นโตหรือมัดรวมเข้าด้วยกันเหมือนที่ผ่านมา

เอาเป็นว่า การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในพรรคสีน้ำเงิน คนที่รับผิดชอบต้องไปเขย่าให้ลงตัว เพราะลำพังสัดส่วนที่เป็นของคนกลาง 5 เก้าอี้ ได้แก่ คลัง ต่างประเทศ พาณิชย์ กลาโหม และรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ถูกกันออกมาไว้ต่างหากแล้ว ที่เหลือไปตบตีกันเอาเอง

ทีนี้สถานการณ์ของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ในการเข้าร่วมรัฐบาลชุดใหม่ ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ จาก ภท.หลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษา กธ.ประกาศศักดิ์ศรีนักการเมือง ที่พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านไปในวันก่อน

ผ่านมาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการต่อสายถึงกัน

นาทีนี้ต่อให้มีการพูดคุยกันในที่ลับหรือที่แจ้งอย่างไร แต่จากสภาพชีวิตจริงในรัฐบาลเสียงล้นขอบสระ ที่มีปัญหาแบ่งเค้กกันไม่ลงตัว คงต้องปิดประตูลงกลอนเพียงเท่านี้ ไม่สามารถเปิดรับพรรคไหนเข้ามาร่วมได้อีก

ล่าสุดข่าวการออกหมายจับ เบน สมิธ พร้อมภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2559 เวลาผ่านมาร่วม 10 ปี แต่เพิ่งมาขอหมายจับและไม่ได้เกี่ยวกับคดีสแกมเมอร์ ที่ตกเป็นข่าวครึกโครม ยึดทรัพย์กันไปกว่าหมื่นล้านบาท

ข่าวออกหมายจับ "เบน สมิธ" จึงไม่ใช่แค่สะเทือนชนชั้นนำและเครือข่ายธุรกิจการเมืองไทยเท่านั้น แต่น่าจะกระทบชิ่งไปถึงพรรคสีเขียวที่มี "ผู้กองธรรมนัส" เป็นหัวเรือใหญ่ แม้เจ้าตัวจะบอกกับสื่อว่า "คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่รู้จัก เบน สมิธ" พร้อมปฏิเสธสั้นๆ เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวมีผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวข้องด้วยว่า “มันจะเกี่ยวอะไร”ก่อนขึ้นรถปิดประตูทันที

เรื่องนี้ไม่ว่าจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับใคร ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หรือเป็นการ "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" อย่างไร แต่ในทางการเมืองถูกมองเป็นเสมือนสัญญาญโทรศัพท์ ที่มีไปถึงกล้าธรรมและผู้กองแล้วว่า ปิดประตูลั่นดาล ไม่ให้เข้าร่วมรัฐนาวาชุดใหม่ด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์