มหาภารตะยุทธ สตช. (EP.3) ถอดสมการสู้เฮือกสุดท้าย “บิ๊กโจ๊ก” ฝ่าสึนามิกลางศึกหลายโจทก์

21 พ.ค. 2567 - 18:01

  • “บิ๊กแป๊ะ” โยนระเบิดลูกใหญ่ไปยัง “บิ๊กโจ๊ก” หลังให้สัมภาษณ์สื่อ ขอโทษที่มีส่วนสนับสนุนให้ “นายพล ส.” ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

mahabharata_of_royal_thai_police_ep3_SPACEBAR_Hero_2abbe9d992.jpg

ระเบิดลูกใหญ่ที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทิ้งออกมากลางวงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขณะเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังเป็นอีกหนึ่งแรงกระเพื่อมที่พุ่งเป้าไปยัง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อีกครั้ง

mahabharata_of_royal_thai_police_ep3_SPACEBAR_Photo01_bd88e74f0d.jpg
“บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในวันไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ ป.ป.ช. 20 พฤษภาคม 2567

แรงกระเพื่อมรอบนี้ ส่งผลให้คลื่นความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำลังก่อตัวโถมเข้าใส่ “บิ๊กโจ๊ก” ยกระดับจากคลื่นขนาดใหญ่เป็นคลื่นยักษ์สึนามิไปเรียบร้อย

แม้ “บิ๊กแป๊ะ” จะไม่เอ่ยชื่อหนึ่งในนายพล ส. ที่กล่าวถึง แต่ทั้งภาพ ทั้งข้อมูล ก็ชัดว่าพุ่งเป้าไปที่ “บิ๊กโจ๊ก” แน่นอน เพราะคนส่วนใหญ่ทราบดีว่า ทั้งสองเคยมีความสัมพันธ์แนบแน่นกันเพียงใด เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งสุดแสนจะแนบแน่นและยาวนาน

แนบแน่นแบบเรียกใช้ เรียกหา ทำงานใกล้ชิดกันมาตลอด แม้แต่เส้นทางการเข้าสู่บ้านป่ารอยต่อของพี่ใหญ่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

ยาวนานตั้งแต่สมัย “บิ๊กแป๊ะ” ลงไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เมื่อปี 2554

mahabharata_of_royal_thai_police_ep3_SPACEBAR_Photo02_6e5c6b547e.jpg
“บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

ยาวนานจนสายสัมพันธ์มาสะบั้นในช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของ “บิ๊กแป๊ะ” เมื่อวันนั้นรัศมีของ “บิ๊กโจ๊ก” รุ่งโรจน์ เรืองรองจนผ่องออกมาเกินหน้าเกินตา และสุดท้ายขยายไปสู่ความ “เกินงาม”

การออกมาให้สัมภาษณ์ และขอโทษตำรวจรุ่นน้องที่ยังรับราชการอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในฐานะที่ตัวเองเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน “นายพล ส.” ให้เติบโตอย่างรวดเร็วในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกลายเป็นส่วนหนึ่งในความขัดแย้งครั้งประวัติศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งนี้ จึงชัดเกินชัดว่า “นายพล ส.” คือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก”

mahabharata_of_royal_thai_police_ep3_SPACEBAR_Photo03_17c5a3bca4.jpg
“บิ๊กโจ๊ก” ในวันยื่นประธานรัฐสภาชงเรื่องศาลฎีกาตั้งกรรมการสอบกรรมการ ป.ป.ช. สงสัยพฤติการทุจริต-ร่ำรวยผิดปกติ 16 พฤษภาคม 2567

ข้อความที่ส่งออกมาจากปาก “บิ๊กแป๊ะ” รุ่นพี่และนายที่รู้จัก “บิ๊กโจ๊ก” มากที่สุดคนหนึ่ง ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่มีการเปิดเผยข้อความในหนังสือจากสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอบกลับหนังสือขอความเป็นธรรมของ “บิ๊กโจ๊ก” เรื่องคำสั่งพักราชการ จึงเสมือนเป็นอีกหนึ่งแรงกระหน่ำเข้าหา “บิ๊กโจ๊ก” จนแทบจะไม่เห็นทางรอด และหมดทางออกจากพายุแห่งความขัดแย้งรอบนี้

หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ลงนามโดย มงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีตอบกลับใน 3 ประเด็น คือ

  1. การดำเนินการออกคำสั่ง สำนักตำรวจแห่งชาติที่ 177/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณาพ.ศ. 2547 แล้ว
  2. การดำเนินการออกคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 178/2567 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ. 2547 แล้ว
  3. การเพิกถอนคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 178/2567 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน อยู่ในหน้าที่และอำนาจของ ก.พ.ค.ตร. ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี จึงเห็นควรที่ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์” ต้องยื่นร้องทุกข์หรืออุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565

แม้ “บิ๊กโจ๊ก” จะไม่รับทราบหนังสือฉบับนี้ โดยอ้างว่า ยังไม่เห็น และจะรอหนังสือตอบกลับจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาเท่านั้น

แต่หนังสือฉบับนี้ ก็ค่อนข้างชัดเจนในประเด็นเรื่องอำนาจของรักษาราชการแทน ผบ.ตร.ของ  “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ และยังชัดว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจที่จะเพิกถอนคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับ ปี 2565 ที่มีหลักการมุ่งเน้นคุ้มครองตำรวจจากการเมือง

mahabharata_of_royal_thai_police_ep3_SPACEBAR_Photo04_5865d43890.jpg
“บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ท่าทีของ “บิ๊กแป๊ะ” และหนังสือของสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้ทางออกของ “บิ๊กโจ๊ก” ดูจะตีบตันลงไปเรื่อยๆ เพราะสัญญาณที่แสดงการชักธงรบรอบสองของ “บิ๊กแป๊ะ” มาจากแค่ 2 ปัจจัย คือ

ประการแรก สุดจะทนต่อสัญญาณรบกวนจากเรื่องร้องเรียนที่คาอยู่ใน ป.ป.ช. เพราะเป็นจุดอ่อนที่ “บิ๊กแป๊ะ” เองก็ไม่มั่นใจว่า จะฝ่าด่านหินคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้ได้หรือไม่

ประการที่สอง เป็นความมั่นใจว่า ปัจจัยภายนอกที่โหมใส่ “บิ๊กโจ๊ก” กำลังก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์ ที่รอกระหน่ำ และกวาดกลุ่มก้อนของ “บิ๊กโจ๊ก” ให้ตกจากเส้นทางอำนาจ

ส่วนสัญญาณจากสำนักนายกฯ ที่มั่นสำคัญที่ “บิ๊กโจ๊ก” หวังวางหลังพิงอย่างเต็มที่ จากสายสัมพันธ์ที่เคยมีกับบ้านจันทร์ส่องหล้า ก็ยังเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความสิ้นหวัง

ทางออกหลายๆ ทางของ “บิ๊กโจ๊ก” วันนี้ ตีบลงและเหมือนจะเหลือแค่ 2 รอดในทางกฏหมาย คือ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และศาลปกครองเท่านั้น

เพราะ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 ให้ ก.พ.ค.ตร.มีอำนาจในการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางวินัยร้ายแรงของข้าราชการตำรวจ และหากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ก็ยังมีช่องทางที่จะยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองได้อีกขั้นตอนหนึ่ง

ก.พ.ค.ตร. มีระยะเวลาในการพิจารณาและวินิจฉัยคำอุทธรณ์ 120 วัน นับจากวันที่ได้รับคำอุทธรณ์ ซึ่งหาก “บิ๊กโจ๊ก” ระบุว่าได้ยื่นคำอุทธรณ์ไปยัง ก.พ.ค.ตร.แล้ว ก็ต้องย้อนไปดูว่า ยื่นวันไหน จากนั้นก็นับต่อไป 120 วัน

แต่หากมีเหตุขัดข้องไม่สามารถพิจารณาจบใน 120 วันคณะกรรมการก็สามารถขอขยายเวลาได้อีก ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 60 วัน หรือนับรวมๆ ก็อีก 120 วัน

นั่นหมายถึง เมื่อรวมระยะเวลาพิจารณาและการขอขยายเวลา ก.พ.ค.ตร. มีเวลาในการพิจารณาและวินิจฉัยคำอุทธรณ์ขอ “บิ๊กโจ๊ก” ถึง 240 วัน หรือเกือบๆ 8 เดือน ซึ่งหาก “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นช่วงเดือนเมษายน ก็จะไปสิ้นระยะเวลาที่เดือนธันวาคมปีนี้

หลังจากผลวินิจฉัยออกมา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 ยังระบุว่า ถ้าไม่เป็นคุณต่อผู้ร้อง ผู้ร้องก็ยังมีช่องทางการยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองอีกทางหนึ่ง แต่ต้องยื่นภายใน 90 วันนับจากวันที่มีคำวินิจฉัยของก.พ.ค.ตร.

มหาภารตะยุทธในสำนักงานตำรวจแห่งชาติระหว่าง “บิ๊กโจ๊ก” และกลุ่มคู่ขัดแย้ง จึงยังมีเส้นทางที่ต้องต่อสู้กันอีกยาวนาน ทั้งในกระบวนการของการพิจารณาวินัยตำรวจ และกระบวนการทางคดีในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลอาญา

แต่ระหว่างนี้ ถ้าไม่มีอะไรพลิกออกมา การปรับกระบวนอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะยังคงดำเนินต่อไป ภายใต้การรักษาราชการแทน ผบ.ตร.ของ “บิ๊กต่าย” ที่นับวันจะยิ่งลงน้ำหนักเท้าที่มั่นคงมากขึ้น ท่ามกลางสายตาที่ห่วงใยและเป็นกำลังใจจากอดีตอาจารย์นักสืบอย่าง “บิ๊กปั้ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ตร. เพื่อนรัก ตท.20 ของ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผบ.ทบ. การันตีกำแพงพิงหลังของ “บิ๊กต่าย” ให้เดินหน้าแบบมั่นคงมากขึ้น

พร้อมๆ การถดถอยและเซาะกร่อนพลังของ “บิ๊กโจ๊ก” ในสตช. ให้ลดลงทุกวัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


มหาภารตะยุทธ สตช. (EP.3) ถอดสมการสู้เฮือกสุดท้าย “บิ๊กโจ๊ก” ฝ่าสึนามิกลางศึกหลายโจทก์